'เราชนะ' เรื่องต้องรู้ 'ร้านค้า' จะเข้าร่วมต้องทำอย่างไร?

'เราชนะ' เรื่องต้องรู้ 'ร้านค้า' จะเข้าร่วมต้องทำอย่างไร?

"เราชนะ" ร้านค้าที่ต้องการจะเข้าร่วมต้องทำอย่างไร? เปิดลงทะเบียนเมื่อไร?

หลังจากกระทรวงการคลัง ออกมาแถลงถึงมาตรการ "เราชนะ" ที่เปิดโอกาสให้สิทธิกับ 31.1 ล้านคน ได้สิทธิ 7,000 บาทต่อคน ทั้งกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคน ที่จะได้รับเงินโดยอัตโนมัติผ่านบัตรที่ถืออยู่ ไม่ต้องลงทะเบียนแต่อย่างใด ขณะที่กลุ่มผู้ได้สิทธิคนละครึ่ง และเราเที่ยวด้วยกัน ก็ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ต้องดูเงื่อนไขสำคัญ 7 ประการที่กำหนดไว้ และกลุ่มสุดท้ายมุ่งเน้นคนที่ไม่เคยได้รับสิทธิใด เป็นผู้มีรายได้น้อย เช่น อาชีพรับจ้าง อาชีพอิสระ หาบเร่ แผงลอย รับจ้าง เกษตรกร ฯลฯ โดยจะได้รับเงินผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง

ทั้งนี้นอกจากมาตรการเราชนะเปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว รัฐยังเปิดโอกาสให้ร้านค้าที่อยากเข้าร่วมมาตรการ เข้ามาลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. - 31 มี..2564 ซึ่งเมื่อสมัครแล้วก็จะได้

โดยร้านค้าจะต้องไม่ใช่นิติบุคคล และมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ เช่น ร้านตัดผม ร้านซักรีด ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ ลักษณะคล้ายๆ มาตรการคนละครึ่ง ยังรวมถึงร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าคนละครึ่ง

อีกทั้งมีเงื่อนไขที่เพิ่มเข้ามาคือ ภาคบริการ ทำให้ครั้งน้ีการขนส่งมวลชล และขนส่งส่วนบุคคลเข้าร่วมได้ ได้แก่ รถเมล์ ขสมก. รถไฟฟ้า วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ก็สามารถเข้าร่วมได้ โดยต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ในส่วนของขั้นตอนการรับเงินนั้นจะรับผ่านแอพพลิเคชั่น "ถุงเงิน"

อีกสิ่งที่ต้องรู้คือ สินค้าที่ไม่เข้าร่วมกับมาตรการเราชนะ ก็มีการกำหนดไว้เช่นกัน ดังนี้

- สลากกินแบ่งรัฐบาล หรือหวย

- บุหรี่ หรือยาสูบ

- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตามหากผู้ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นร้านค้าในมาตรการเราชนะ หากตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่มีสิทธิลงทะเบียนรับสิทธิ 7,000 บาท แล้วพบว่าผ่านเกณฑ์ก็สามารถที่จะลงทะเบียนเป็นผู้รับสิทธิได้ด้วย นั่นหมายความว่าสามารถเป็นได้ทั้งร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่ให้บริการ และผู้ใช้สิทธิในคราวเดียวกัน 

ขณะเดียวกันในส่วนของประชาชนผู้ต้องการรับสิทธิมาตรการเราชนะ ก่อนที่ผู้สนใจ (กลุ่มที่ไม่เคยได้รับสิทธิมาตรการใดๆ มาก่อน) ลงทะเบียนมาตรการเราชนะ ต้องรู้เงื่อนไขสำคัญก่อนที่ระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนจริงในวันที่ 29 ม.ค. - 12 ก.พ. 2564 โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

2.ไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม

3.ไม่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งกลุ่มนี้ได้รับรายได้เป็นปกติอยู่แล้ว

4.ไม่เป็นข้าราชการการเมือง

5.ไม่เป็นผู้ที่ได้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ 

6.รายได้พึงประเมินในเรื่องของการเสียภาษี ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 300,000 บาท 

7.เงินฝากในทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท ตามฐานข้อมูลที่มีล่าสุด