ขอนแก่น สั่งทุกอำเภอรับมือไวรัส RSV หลังพบเด็กติดเชื้อกว่า 400 ราย

ขอนแก่น สั่งทุกอำเภอรับมือไวรัส RSV หลังพบเด็กติดเชื้อกว่า 400 ราย
5 พฤศจิกายน 2563
333

ผู้ว่าฯ ขอนแก่น สั่งทุกอำเภอรับมือไวรัส RSV หลังพบผู้ป่วยติดเชื้อสะสมแล้วรวมกว่า 400 ราย เตือนผู้ปกครองอย่าชะล่าใจ พบความผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมระบุกลุ่มผู้สูงอายุเสี่ยงติดเชื้อด้วยกำชับทุกพื้นที่การ์ดอย่าตก

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 63 นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้สั่งการไปทั้ง 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่น ในการเฝ้าระวัง ติดตามและรับมือจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอาร์เอสวี ในพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างเต็มที่ เข้มงวดและการ์ดอย่าตก เนื่องจากขณะนี้ได้รับการยืนยันจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ระบุว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อสะสมแล้วรวมกว่า 400 รายในกลุ่มเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญที่ยังคงไม่มีภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกัน ขณะเดียวกันจากข้อมูลยังคงพบอีกว่ากลุ่มเสี่ยงคือกลุ่มผู้ที่มีอายุ ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จัดเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่จังหวัดต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อและการเกิดอาการป่วยด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นโรคในระบบทางเดินทางหายใจและเป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นในระยะนี้

"จะเห็นได้ว่าการแพร่ระบาดของโรคทางเดินหายใจหรือการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช้แต่เฉพาะกลุ่มเที่ยงคือในกลุ่มอายุแรกเกิดจนถึง3ปีเท่านั้นแต่ยังคงครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่65ปีขึ้นไปดังนั้นทุกกลุ่มจึงต้องมีการเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิดซึ่งหากพบมีสิ่งผิดปกติโดยเฉพาะกับการมีไข้สูงไอบ่อยๆตัวลายซีดเหลืองควรที่จะมาพบแพทย์ทันทีก่อนที่เชื้อจะลามสู่ปอดซึ่งจะเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายถึงชีวิตได้"

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การรักษานั้นแม้ทางการแพทย์จะทำการรักษาตามอาการโดยที่ยังคงไม่มียาที่จะรักษาให้หายขาดแต่การป้องกันและเฝ้าระวังจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากซึ่งมาตรการการป้องกันโควิด-19ที่จังหวัดได้เน้นย้ำและย้ำเตือนให้กับประชาชนได้ทำจนเกิดการคุ้นชินและการ์ดไม่ตกทั้งการล้างมือบ่อยๆการเว้นระยะห่างการใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือรวมไปถึงการกินร้อนช้อนส่วนตัวจึงต้องดำเนินการอย่างเข้มงวดเนื่องจากโรคไวรัสอาร์เอสวีที่เกิดขึ้นนั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นในช่วงปลายฝนต้นหนาวซึ่งขอนแก่นนั้นมีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยและเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวอย่างเป็นทางการจึงจำเป็นจะต้องควบคุมและป้องกันตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดเนื่องจากยังคงมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาและพบแพทย์ในโรคระบบทางเดินหายใจในระยะนี้อย่างต่อเนื่อง

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง