13 ตุลาคม 'วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่9' ชวนตามรอยพ่อ 5 โครงการพระราชดำริ

13 ตุลาคม 'วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่9' ชวนตามรอยพ่อ 5 โครงการพระราชดำริ
13 ตุลาคม 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
18,412

น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย ชวนตามรอยพ่อหลวง "รัชกาลที่ 9" ด้วยการเที่ยวชม 5 โครงการหลวงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

วันที่ 13 ตุลาคม เป็น "วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 9" เชื่อว่าพสกนิกรชาวไทยทุกคนยังคงจดจำวันแห่งความโศกเศร้านั้นได้ดี ในปี 2563 นี้ก็ครบรอบ 4 ปีแล้วที่พระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ในฐานะที่คนไทยทุกคนเป็นลูกของพ่อหลวง "รัชกาลที่ 9" สิ่งที่เรายังคงต้องสานต่อที่พ่อทำก็คือ น้อมรำลึกถึงคำสอนและนำไปปฏิบัติสืบต่อไป

เนื่องในโอกาส "วันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่ 9" กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนคนไทยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อพสกนิกรในพื้นที่ห่างไกล เกิดเป็นโครงการหลวงและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น มาย้อนชมโครงการต่างๆ เหล่านั้นและไปปักหมุดเที่ยวในช่วงปลายปีนี้กันดีกว่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  

   

1. โครงการหลวงอ่างขาง โครงการหลวงแห่งแรก!

"โครงการหลวงอ่างขาง" หรือ "สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง" เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง วิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผลและผักเมืองหนาวกว่า 70 ชนิด และยังมีดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิดอีกด้วย ตั้งอยู่บนดอยอ่างขาง ณ ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร ประกอบไปด้วยประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ 4 เผ่า ได้แก่ ไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และจีนยูนนาน

โครงการหลวงฯ แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 ในหลวง "รัชกาลที่ 9" ทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลย ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง พระองค์จึงทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขาง

160249734391

จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอก เมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ การดำเนินงานต่างๆ ของโครงการหลวงอ่างขางเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานวิจัยการปลูกพืชเมืองหนาว ทำให้เกษตรกรสามารถนำไปปลูกทดแทนฝิ่นได้ผลดี

ต่อมาใน พ.ศ. 2537 โครงการควบคุมยาเสพติดของสหประชาชาติ (UNDCP) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ "รัชกาลที่ 9" ในการแก้ปัญหายาเสพติด โดยส่งเสริมให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น แต่ให้ปลูกพืชอื่นแทน จึงกล่าวได้ว่าโครงการหลวงอ่างขางเป็นโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นแห่งแรกของโลก

แหล่งท่องเที่ยว : เที่ยวชมแปลงเกษตรผัก ผลไม้เมืองหนาว / ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง / ชมสวน ๘o  ซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้งตกแต่งสไตล์อังกฤษ แถมยังมีสวนดอกซากุระญี่ปุ่นที่จะบานช่วงเดือน ธันวาคม-มกราคม ให้ชมอีกด้วย

2. โครงการชั่งหัวมัน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เมื่อปี พ.ศ. 2551 ในหลวง "รัชกาลที่ 9" ทรงซื้อที่ดินจากราษฎรบริเวณอ่างเก็บน้ำหนองเสือ ประมาณ 120 ไร่ และต่อมา ปี พ.ศ. 2552 ทรงซื้อแปลงติดกันเพิ่มอีก 130 ไร่ รวมเนื้อที่ทั้งหมด 250 ไร่ โดยมีพระราชดำริให้ทำเป็นโครงการตัวอย่างด้านการเกษตร รวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจในพื้นที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงมาปลูกไว้ที่นี่ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เป็นต้นมา

ส่วนที่มาของชื่อโครงการที่ติดหูคนไทยมาตลอดนั้น เกิดขึ้นจากเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เสด็จไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล ทรงมีพระราชประสงค์ให้นำมันเทศที่ชาวบ้านนำมาถวาย วางไว้บนตาชั่งแบบโบราณ แล้วพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับกรุงเทพฯ

160250756744

160250756778

ต่อมาพระองค์เสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังพระราชวังไกลกังวลอีกครั้ง พบว่ามันเทศที่วางบนตัวชั่งมีใบงอกออกมา จึงรับสั่งให้นำหัวมันนั้นไปปลูกใส่กระถางไว้ในวังไกลกังวล แล้วทรงมีพระราชดำรัสให้หาพื้นที่เพื่อทดลองปลูกมันเทศ จนมาได้ที่ดินแปลงนี้ดังกล่าวข้างต้น พระองค์จึงทรงพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ” 

ปัจจุบันพื้นที่ของโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 1 การดำเนินงานของโครงการนี้ช่วยส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรท้องถิ่นประสบความสำเร็จและสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน มีการรวบรวมพืชท้องถิ่นของเพชรบุรีมาปลูกที่นี่มากมาย เช่น มะพร้าว ชมพู่เพชร มะนาว กะเพรา สัปปะรด และข้าวไร่พันธุ์ต่างๆ 

แหล่งท่องเที่ยว : เที่ยวชมธรรมชาติในพื้นที่ของโครงการที่กว้างขวางถึง 250 ไร่ มีบริการรถทัวร์ไว้บริการ พร้อมฟังบรรยายไปตลอดทาง หรือเช่าจักรยานปั่นชมไร่ก็ได้ / ช้อป ชิม ชิล ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโครงการที่ "ร้านโกลเด้นเพลส" ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการ / บริเวณด้านหน้าอ่างเก็บน้ำเป็นลานกางเต๊นท์ นักท่องเที่ยวสามารถนำเต๊นท์มาตั้งแคมป์พักผ่อนได้

160250756736

3. ศูนย์ศึกษาฯ อ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ศูนย์ศึกษาการพัฒนา "อ่าวคุ้งกระเบน" อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เริ่มก่อตั้งตามพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อคราวที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2524 โดยมีพระราชดำริแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีว่า

"ให้พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดทำโครงการพัฒนาด้านอาชีพการประมง และการเกษตรในเขตพื้นที่ดินชายฝั่งทะเลจันทบุรี" และ "ให้พิจารณาจัดหาพื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม หรือพื้นที่สาธารณประโยชน์เพื่อจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนา เช่นเดียว กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ให้เป็นศูนย์ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาในเขตที่ดินชายทะเล"

160250647539

พระองค์ได้พระราชทานเงินที่ราษฎรจังหวัดจันทบุรีได้ร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศลในโอกาสดังกล่าว เป็นทุนริเริ่มดำเนินการ ต่อมาหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้หารือกัน และได้กำหนดพื้นที่ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็นพื้นที่จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ดำเนินการศึกษา สาธิต และการพัฒนาอาชีพให้ชาวบ้านในเขตที่ดินชายทะเล 

แหล่งท่องเที่ยว : เที่ยวชมสะพานเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ใช้เวลาเดิน 30-45 นาที ระยะทาง 1,600 เมตร ทอดผ่านป่าชายเลนที่มีพันธุ์ไม้หลายชนิด มีศาลาพักเป็นระยะ และมีการแสดงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน พร้อมชมสัตว์ชายเลนนานาชนิด เช่น ปลาตีน ปูแสม ฯลฯ และไปชมศูนย์เพาะเลี้ยงปลาการ์ตูน เป็นต้น

160250647466      ที่มาภาพ : thai.tourismthailand.org

4. โครงการหลวงอินทนนท์

โครงการหลวงอินทนนท์ หรือ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าม้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือชาวเขาเหล่านั้นให้มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง และได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ทางด้านการเกษตรแผนใหม่ ปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ด้วยการหันมาทำการเกษตรแบบถาวร อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง “สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์” ในปี พ.ศ.2522 

ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และไม้ผล รวมทั้งถ่ายทอดผลงานวิจัยไปสู่การส่งเสริมให้เป็นรายได้ของครอบครัวเกษตรกรทั้งชาวกะเหรี่ยงและม้งในหมู่บ้านรอบๆ สถานีฯ จำนวน 9 กลุ่มบ้าน มีเกษตรกรจำนวน 1,200 คน ชนิดพืชที่สถานีฯ ส่งเสริมให้ปลูก ได้แก่ ผักกาดกวางตุ้ง, ผักกาดฮ่องเต้, เบบี้ฮ่องเต้, เบบี้แครอท, ถั่วแขก, กรีนโอ๊คลีฟ, เรดโอ๊คลีฟ, ผักกาดหวาน, เฟนเนล, เซเลอรี่, ซูกินี่, พริกหวานเขียว, มะเขือเทศโครงการหลวง, พลัม, บ๊วย, อาโวกาโด, สตอเบอรี่พันธุ์ 80, เคปกูสเบอรี่, เสาวรสหวาน, องุ่น, มัลเบอรี่, กีวี่ฟรุต, ราสพ์เบอรี่, ฟิก (มะเดื่อฝรั่ง) ฯลฯ

แหล่งท่องเที่ยว : ชมวิวสูงที่จุดชิมวิวดอยอินทนนท์ / เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ชมทะเลหมอก / ชมสวนพืชผักในสถานีเกษตรหลวง / ชมพระธาตุพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นต้น

160249734315

5.  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

โครงการหลวงขุนวาง หรือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ตั้งอยู่ที่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่บนพื้นที่ของเทือกเขาสลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้งเมื่อปี พ.ศ. 2518 ในหลวง "รัชกาลที่ 9" ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวาง มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการหลวงและศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาร่วมกันพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่

ต่อมาในพ.ศ. 2528 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางขึ้น เพื่อลดพื้นที่การปลูกฝิ่นและพัฒนาการปลูกพืชเขตหนาวที่มีรายได้มากกว่า ทำให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกินอย่างถาวร ส่งเสริมการปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก ชาจีน พืชไร่ เห็ด กาแฟ เพื่อหาพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ได้แก่ระบบการเพาะปลูกที่ดี (GAP) สร้างรายได้ที่มั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่เกษตรกร

160249734428

แหล่งท่องเที่ยว : ชมดอกนางพญาเสือโคร่งตามทิวเขา มี 2 จุด คือ 1) มุมด้านหน้าสถานีเกษตรขุนวาง บริเวณแปลงดอกไม้เมืองหนาว และ 2) จุดไฮไลต์อุโมงค์พญาเสือโคร่ง ต้องเข้าไปข้างในโครงการหลวงฯ / ชมแปลงดอกเบญจมาศหลากสีสัน ดอกลิลลี่ ดอกลิเซียทัส คาร์เนชั่น / ชมแปลงปลูกชาจีนเบอร์ 12 พันธุ์อู่หลง / ชมแปลงผักและผลไม้เมืองหนาว เช่น องุ่นไร้เมล็ด กีวี พีช สตรอว์เบอร์รี่ บ๊วย มะเขือเทศดอยคำ ถั่วหวาน ผักกาดหวาน บล็อคโคลี หอมญี่ปุ่น ฯลฯ / ชมโรงเรือนสาธิตการปลูกวานิลลา เห็ดโพโตเบลโล เห็ดแชมปิญอง เป็นต้น

-------------------

อ้างอิง:

facebook.com/thairoyalprojecttour

www.royalprojectangkhang.com

www.inthanonroyalprojectthailand.com

royalprojectthailand.com/khunwang

royalprojectthailand.com/tungroeng

facebook.com/Triptothailand2017

www.rdpb.go.th

facebook.com/kkbrdsc/

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง