เปิดที่มา 'กินเจ' ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ในไทย แต่ไม่มีที่เมืองจีน?

เปิดที่มา 'กินเจ' ประเพณีสุดยิ่งใหญ่ในไทย แต่ไม่มีที่เมืองจีน?
17 ตุลาคม 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
4,995

ชวนไขข้อสงสัย เทศกาล "กินเจ" หรือเทศกาลถือศีลกินผัก มีต้นกำเนิดจากที่ไหนกันแน่

เคยสงสัยมั้ยว่า เทศกาล "กินเจ" ในบ้านเราที่จัดยิ่งใหญ่อลังการทุกปี ทำไมไม่เคยเห็นแบบนี้ในเมืองจีนเลยสักครั้ง! ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ต่างก็ไม่มี เทศกาลถือศีลกินผัก หรือการประดับประดาธงเจสีเหลืองใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งๆ ที่คนไทยแท้ (ส่วนใหญ่) เคยได้ยินกันมาว่าการกินเจ เป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนานของลูกหลานแดนมังกร แต่ที่แดนมังกรกลับไม่มีให้เห็นซะอย่างนั้น แล้วทำไมเมืองไทยถึงได้มีเทศกาล "กินเจ" ขึ้นมาได้ แถมยังโด่งดังไปทั่วโลก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนคุณมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

160223777219

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

  • คนไทยรู้จัก "กินเจ" ครั้งแรกที่ภูเก็ต

ย้อนกลับไปเมื่อ 194 ปีก่อน (ประมาณ พ.ศ. 2368-2400) เป็นจุดเริ่มต้นที่คนไทยรู้จักกับการกินเจเป็นครั้งแรก! สมัยนั้นคนจีนจากมณฑลฮกเกี้ยน (ฝูเจี้ยน) แต้จิ๋ว และซัวเถา ได้เดินทางเข้ามาอยู่อาศัยและทำมาหากินในเมืองไทย บริเวณพื้นที่หมู่บ้านกะทู้ ตำบลกะทู้ จังหวัดภูเก็ต จำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่รอบๆ กะทู้อุดมสมบรูณ์ไปด้วยแร่ดีบุก จึงทำให้คนจีนอพยพเข้ามาขุดแร่ดีบุกและทำเหมืองแร่กันตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา (ในสมัยรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) มีการค้าขายแร่ดีบุกกับโปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น

160223780745

คนจีนกลุ่มนี้เองที่นำเอาประเพณีกินเจ กินผัก หรือ เจี๊ยะฉ่าย เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเป็นประเพณีที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาเต๋า (ลัทธิเต๋า) ที่พวกเขานับถือ โดยพวกเขามีความเชื่อและศรัทธาในเรื่องเทพเจ้าประจำตระกูล หรือเทพเจ้าประจำหมู่บ้าน เช่น เทพเจ้า เทวดาฟ้าดิน และเซียนต่างๆ

หากมีเหตุเภทภัยอันใดเกิดขึ้น ก็จะแก้เคล็ดด้วยการอัญเชิญเทพเจ้าแต่ละพระองค์ที่ตนนับถือ มาบูชากราบไหว้เพื่อให้คุ้มครองปกป้องรักษาตน พร้อมกับการ "ถือศีลกินผัก" งดบริโภคเนื้อสัตว์ทุกชนิด งดทำบาปเพื่อหวังให้เภทภัยต่างๆ หายไป โดยมักจะกินเจ 9 วัน เพราะถือว่าเป็นการบูชา 9 เทวกษัตริย์ ที่เชื่อว่าจะมารับเคราะห์หรือเภทภัยต่างๆ แทนมนุษย์

160223779377

เมื่อสืบสาวราวเรื่องลึกลงไป พบว่าประเพณีกินผักดังกล่าว จริงๆ แล้วก็มีต้นกำเนิดมาจากจีนนั่นแหละ เพียงแต่มีเฉพาะในชุมชนจีนบางมณฑลเท่านั้น เป็นประเพณีที่ชาวจีนกลุ่มเล็กๆ ทำกัน ไม่ได้มีแพร่หลายไปทั่วทั้งประเทศจีน เมื่อคนจีนกลุ่มนี้อพยพมาที่ไทยก็นำประเพณีนี้ติดตัวมาด้วย

ปัจจุบันประเพณี "ถือศีลกินผัก" ของชาวจีนที่นับถือ "ลัทธิเต๋า" ในประเทศจีนบางมณฑลดังกล่าว ได้สูญหายไปแล้วทั้งหมด แต่กลับยังคงมีให้เห็นได้ที่ภูเก็ตบ้านเรา และกระจายไปทั่วประเทศไทย สมัยแรกๆ มีแค่การถือศีลกินผักธรรมดาตามโรงเจ ไม่ได้มีขบวนแห่ม้าทรงหรือจัดงานเทศกาลยิ่งใหญ่เหมือนในปัจจุบัน

  • ตำนานและเรื่องเล่าเทศกาล "กินเจ"

เหตุการณ์ที่สะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีกินผักที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ มีตำนานเล่าว่าครั้งหนึ่งมีคณะงิ้วจากประเทศจีน ได้เดินทางมาเปิดการแสดงที่หมู่บ้านกะทู้ของภูเก็ต คณะงิ้วนี้สามารถแสดงอยู่ได้ตลอดปี เนื่องจากเศรษฐกิจของกะทู้ในยุคนั้นมีรายได้ดีมาก หลังจากคณะงิ้วได้เปิดทำการแสดงอยู่ระยะหนึ่ง ได้เกิดมีการเจ็บป่วยเป็นไข้ และจากการเจ็บป่วยครั้งนี้ทำให้คณะงิ้วนึกขึ้นได้ว่าพวกตนไม่ได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่าย (กินผัก) ซึ่งเคยปฏิบัติกันมาทุกปีที่เมืองจีน จึงได้ปรึกษาหารือในหมู่คณะ และได้ตกลงกันประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายขึ้นที่โรงงิ้วนั่นเอง ต่อมาโรคภัยไข้เจ็บก็หายไปหมดสิ้น

160223782252

เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ชุมชนที่อาศัยกะทู้เป็นอันมาก จึงได้สอบถามจากคณะงิ้วและได้คำตอบว่าพวกเขาได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบย่อๆ เนื่องจากไม่มีผู้รู้และผู้ชำนาญในการจัดประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายแบบครบถ้วน พวกเขาเพียงแต่สักการะบูชากราบไหว้ขอขมาโทษ ระลึกถึงกิ้วอ๋องต่ายเต่หรือพระราชาธิราชทั้ง 9 พระองค์ตามความเชื่อของลัทธิเต๋านั่นเอง ทั้งนี้ทางกลุ่มคณะงิ้วก็ได้แนะนำและส่งต่อวิธีการไหว้เจ้าและการถือศีลกินผักให้ชาวกะทู้ด้วย

หลังจากชาวจีนและชาวบ้านกะทู้ได้ประกอบพิธีเจี๊ยะฉ่ายได้ประมาณ 2-3 ปี โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ลดน้อยลงและหายไปในที่สุด ทำให้พวกเขามีความเชื่อและศรัทธาเลื่อมใสในการถือศีลกินผักมากยิ่งขึ้น 

------------------------

อ้างอิง :  phuketvegetarian.com

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง