‘เงินบาท’ เปิดตลาดวันนี้ ‘ทรงตัว’ที่ 31.14 บาทต่อดอลลาร์

‘เงินบาท’ เปิดตลาดวันนี้ ‘ทรงตัว’ที่ 31.14 บาทต่อดอลลาร์
17 กันยายน 2563
176

นักลงทุนขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยง ผลการประชุม FOMC เป็นไปตามตลาดคาดและตลาดเคลื่อนไหวเล็กน้อย ขณะที่เงินบาทระยะสั้นแข็งค่าตามทิศทางสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ที่ฟื้นตัวทั้งหมด

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.14 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน มองกรอบเงินบาทระหว่างวัน31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์

ในคืนที่ผ่านมา นักลงทุนขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงหลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) กดดันให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.46% สวนทางกับดัชนี STOXX 600 ที่ปิดตัวบวก 0.59% ไปก่อนหน้า

SCBS CIO มองว่าผลของการประชุม FOMC ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้เกือบทั้งหมด ตั้งแต่การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.00-0.25% ไปจนถึงการกลับมามีมุมมองเชิงบวกกับเศรษฐกิจสหรัฐในระยะสั้นมากขึ้น ด้วยการปรับลดคาดการณ์การหดตัวของเศรษฐกิจลงเหลือเพียง -3.7% (จากเดิมหดตัว -6.5% )ในปีนี้และการว่างงานลดลงมาที่ระดับ 7.6% (จากเดิมหดตัว 9.3% ) มีเพียงเงินเฟ้อ (PCE Inflation) ที่เฟดมองว่าจะเพิ่มขึ้นไปที่ 1.2% ในปี2020 จากคาดการณ์เดิมที่ 0.8%

และในครั้งนี้เฟดปรับเกณฑ์ในการขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นจนกว่าตลาดแรงงานขยายตัวถึงระดับที่เฟดประเมินว่าเป็นการจ้างงานสูงสุด และอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นถึง 2.0% โดยเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 2.0% ในบางช่วงถือว่าเป็นการปรับมาใช้เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ยหรือ Flexible Average Inflation Targeting (FIAT)  อย่างเป็นทางการ

ส่วนในฝั่ง ประเมินอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมในอนาคต (Dot Plot) ส่วนใหญ่มองว่าดอกเบี้ยจะอยู่ระดับต่ำไปอย่างน้อยในสามปีข้างหน้าแต่ยังไม่มีการปรับมุมมองดอกเบี้ยในระยะยาวลงจาก 2.5%

หลังจากการประชุม FOMC ตลาดก็เคลื่อนไหวเล็กน้อย โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10ปี ปรับตัวขึ้นมาที่ระดับ 0.69% แม้โดยรวมตลาดมองว่าดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัวในดับต่ำต่อไป แต่การปล่อยให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงจะกดดันการลงทุนในตราสารหนี้ในระยะยาว ส่วนในฝั่งของเงิน ดอลลาร์ปรับตัวลงเพียง 0.1% ยืนยันสมมุติฐานของ SCBS CIO ว่าอัตราดอกเบี้ยไม่ได้มีผลกับค่าเงินแล้ว ส่วนเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่เป็นผู้นำการแข็งค่าและปรับตัวลงแตะระดับ 105.00 เยนต่อดอลลาร์ ทำให้ในวันนี้ต้องจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินญี่ปุ่น (BOJ) และอังกฤษ (BOE) ต่อ

ส่วนในฝั่งของเงินบาท ระยะสั้นถือว่าแข็งค่าตามทิศทางสกุลเงินเอเชียอื่น ที่ฟื้นตัวทั้งหมด โดยรวม SCBS CIO มองการแข็งค่ารอบนี้มีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่องมากกว่าทุกครั้ง เนื่องจากใกล้ช่วงที่การพัฒนาวัคซีนจะประสบความสำเร็จขณะที่นโยบายการคลังสหรัฐก็คาดว่าจะผ่อนคลายลงอีก เงินบาทและสกุลเงิน Emerging Markets จึงสามารถแข็งค่าได้แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐรออยู่

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง