เกิดวาตภัย 8 จังหวัด เสียชีวิต 2 ราย บ้านเรือนเสียหาย 672 หลัง

เกิดวาตภัย 8 จังหวัด เสียชีวิต 2 ราย บ้านเรือนเสียหาย 672 หลัง
3 สิงหาคม 2563
194

ปภ.รายงาน เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด เสียชีวิต 2 ราย บ้านเรือนเสียหาย 672 หลัง

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงาน เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ อำนาจเจริญ สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี พังงา ระนอง นครศรีธรรมราช ชุมพร และภูเก็ต รวม 19 อำเภอ 52 ตำบล 141 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 672 หลัง ผู้เสียชีวิต 2 ราย (นครศรีธรรมราช และภูเก็ต) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า อิทธิพลจากพายุ “ซินลากู (SINLAKU)” ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 ถึงปัจจุบัน (3 ส.ค.63) ส่งผลให้เกิดวาตภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด รวม 19 อำเภอ 52 ตำบล 141 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 672 หลังผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แก่ อำนาจเจริญ เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองอำนาจเจริญ และอำเภอปทุมราชวงศา รวม 8 ตำบล 10 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 21 หลัง สุรินทร์ เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอท่าตูม อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอสำโรงทาบ รวม 5 ตำบล 6 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 22 หลัง สุราษฎร์ธานี เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอชัยบุรี รวม 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 3 หลัง

พังงา เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองพังงา และอำเภอคุระบุรี รวม 5 ตำบล 5 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 109 หลัง ระนอง เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอเมืองระนอง อำเภอกระบุรี และอำเภอสุขสำราญ รวม 5 ตำบล 24 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 125 หลัง นครศรีธรรมราช เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอพรหมคีรี อำเภอสิชล และอำเภอท่าศาลา รวม 7 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 62 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ชุมพร เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอสวี อำเภอหลังสวน อำเภอทุ่งตะโก และอำเภอพระโต๊ะ รวม 19 ตำบล 79 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 239 หลัง

และภูเก็ต เกิดวาตภัยในพื้นที่อำเภอกระทู้ รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 1 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันสถานการณ์ภัยคลี่คลายแล้ว ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือน เป็นวัสดุก่อสร้างหรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม การจ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง