‘วันอาสาฬหบูชา’ กับ 7 เรื่องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ ดูที่นี่!

‘วันอาสาฬหบูชา’ กับ 7 เรื่องที่คุณอาจยังไม่เคยรู้ ดูที่นี่!
4 กรกฎาคม 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
14,896

ส่องที่มาและความสำคัญ “วันอาสาฬหบูชา” วันสำคัญทางศาสนาที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธประวัติ “พระพุทธเจ้า” ชาวพุทธทั่วโลกควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ และร่วมระลึกถึงวันที่เป็นต้นกำเนิด “ศาสนาพุทธ” อย่างแท้จริง

เนื่องใน “วันอาสาฬหบูชา” ประจำปี 2563 กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนชาวพุทธทั่วไทยมาร่วมกันระลึกถึงความสำคัญของวันที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธประวัติของ “พระพุทธเจ้า” และการก่อกำเนิดแห่ง “ศาสนาพุทธ” อย่างแท้จริง เราได้รวบรวม 7 เรื่องราวสำคัญที่ชาวพุทธควรรู้เกี่ยวกับ “วันอาสาฬหบูชา” มาฝากกัน ดังนี้

1. “อาสาฬหบูชา” แปลว่า การบูชาในเดือน 8

คำว่า “อาสาฬหบูชา” สามารถอ่านได้ 2 แบบ คือ “อา-สาน-หะ-บู-ชา” หรือ “อา-สา-ละ-หะ-บู-ชา” ซึ่งจะประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน 8 ทางจันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน 8 หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน 8 

2. พระพุทธเจ้าประกาศ “พระพุทธศาสนา” เป็นครั้งแรก!

“วันอาสาฬหบูชา” ถือกำเนิดขึ้นในช่วงก่อนพุทธศักราช 45 ปี เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรง “ประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก” หลังจากตรัสรู้ได้ 2 เดือน โดยพระองค์ได้ทรงแสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรกด้วย เรียกว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม (เป็นวันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก)

ในการนั้นพระองค์ทรงแสดงธรรมโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้แก่ พระโกณฑัญญะ, พระวัปปะ, พระภัททิยะ, พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

159385145426

3. การบูชา “วันอาสาฬหบูชา” ครั้งแรกในไทย ปี 2501

เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีการบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาในประเทศพุทธเถรวาทมาก่อน จนมาในปี พ.ศ. 2501 การบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาจึงได้เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย ตามที่คณะสงฆมนตรี ได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2501

โดยคณะสังฆมนตรีได้มีมติให้เพิ่ม "วันอาสาฬหบูชา" เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธในประเทศไทย ตามคำแนะนำของพระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารี) โดยได้ออกเป็นประกาศสำนักสังฆนายกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนา พร้อมทั้งกำหนดพิธีกรรมทางศาสนาขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยให้มีพิธีปฏิบัติเทียบเท่ากับ “วันวิสาขบูชา” 

4. “วันอาสาฬหบูชา” = วันพระธรรม

“วันอาสาฬหบูชา” (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8) เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมที่ตรัสรู้เป็นครั้งแรก จึงถือได้ว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลก และการที่พระพุทธเจ้าทรงสามารถแสดงธรรมเปิดเผยด้วยพระธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ได้ ทำให้แจ้งแก่ชาวโลก จึงถือได้ว่าพระองค์ได้ทรงกลายเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมบูรณ์

นั่นคือทรงสำเร็จภารกิจแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็น “สัมมาสัมพุทธะ” คือเป็นพระพุทธเจ้าผู้สามารถแสดงสิ่งที่ตรัสรู้ให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ซึ่งแตกต่างจาก “พระปัจเจกพุทธเจ้า” ที่แม้จะตรัสรู้เองได้โดยชอบ แต่ทว่าไม่สามารถสอนหรือเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า "วันพระธรรม"

159385122016

5. “วันอาสาฬหบูชา” = วันพระสงฆ์

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่ “โกณฑัญญะ” ได้บรรลุธรรมสำเร็จพระโสดาบันเป็นพระอริยบุคคลคนแรก และได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสมบทเป็นภิกษุองค์แรกในพระศาสนา และด้วยการที่ท่านเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในโลกดังกล่าว พระรัตนตรัยจึงครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า "วันพระสงฆ์"

6. กำเนิดหลักคำสอน “บัว 4 เหล่า”

หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว พระองค์ได้ประทับเสวยวิมุตติสุขอยู่บริเวณใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลาถึง 7 สัปดาห์ และในขณะที่ทรงนั่งประทับในสัปดาห์ที่ 5 พระองค์ทรงนั่งคำนึงว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสรู้นั้นเป็นของลึกซึ้ง ยากที่คนทั่วไปจะรู้และเข้าใจได้ จึงคิดว่าไม่สมควรที่จะประกาศและเผยแผ่พระธรรม แต่ต่อมาทรงพิจารณาเห็นว่าสัตว์โลกที่สอนได้ยังมีอยู่ เปรียบเสมือนดอกบัว 4 จำพวก ได้แก่

159385121919

- พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว : เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือน “ดอกบัวพ้นน้ำ” เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

- พวกที่มีสติปัญญาดี : เมื่อได้ฟังธรรมและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือน “ดอกบัวปริ่มน้ำ” ซึ่งจะบานในวันถัดไป

- พวกที่มีสติปัญญาน้อย : แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ ขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอบด้วยศรัทธา ในที่สุดก็จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในวันข้างหน้า เปรียบเสมือน “ดอกบัวใต้น้ำ” ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง

- พวกที่ไร้สติปัญญา : แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธา ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือน “ดอกบัวจมในโคลนตม” มีแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน

7. สถานที่สำคัญเนื่องด้วย “วันอาสาฬหบูชา”

ปัจจุบันเหล่านักโบราณคดีมีการสันนิษฐานว่า จุดที่เกิดเหตุการณ์สำคัญใน “วันอาสาฬหบูชา” คือที่ตั้งของ “ธรรมเมกขสถูป” เพราะแม้ในพระไตรปิฎกจะไม่ระบุชัดเจนว่าจุดใดคือที่ตั้งของสถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนา และแม้ สารนาถ (จัดเป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ตั้งอยู่ในรัฐพิหาร ประเทศอินเดีย) จะถูกทำลายและถูกทอดทิ้งไปนานกว่า 700 ปีแล้ว

แต่ด้วยหลักฐานบันทึกของสมณทูตจีนที่บันทึกไว้ และชื่อเรียกของสถูปแห่งนี้ที่มีนามว่า ธรรมเมกขะ ที่แปลว่า "ผู้เห็นธรรม" บอกชัดเจนว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนา (คาดว่าเป็นสถูปที่อุทิศให้แด่ผู้เห็นธรรม ซึ่งก็ได้แก่พระอัญญาโกณฑัญญะ ที่ได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นคนแรกในโลกนั่นเอง)

159385122083

สถูปธรรมเมกขะในปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่โตมากที่สุดในสารนาถ แม้สถูปแห่งนี้จะถูกผู้บุกรุกพยายามรื้อถอนทำลายอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังคงหลงเหลืออยู่ให้ได้เห็น ถือเป็นโบราณสถานที่เด่นที่สุด ปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้มีการทำนุบำรุงรอบๆ ธรรมเมกขสถูป และตกแต่งบริเวณโดยรอบเป็นสวนหย่อม เหมาะแก่การเดินทางมาปฏิบัติธรรม

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง