'แสนสิริ-พลัสฯ’ ชู ดิจิทัล สร้างจุดเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์

'แสนสิริ-พลัสฯ’ ชู ดิจิทัล สร้างจุดเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์
9 มิถุนายน 2563
372

เน้นนำเสนอเชิงโซลูชั่น บริการหลังการขายดี พัฒนาสินค้าตอบโจทย์ โควิด-19 ผลักดันให้ต้องพัฒนาเทคโนโลยีฟีเจอร์ใหม่ๆ ออกมารองรับนิวนอร์มอล

ยุคที่โลกธุรกิจมีแต่ความท้าทาย หลายองค์กรชั้นนำต้องเร่งทรานส์ฟอร์มตนเองรับโจทย์ใหม่ๆ ที่เข้ามาปลุกวิถีนิวนอร์มอล ซึ่งผู้บริโภคมีพฤติกรรมและแนวคิดที่ต่างไปจากเดิม

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกจากทำเล ดีเวลล็อปเปอร์ การออกแบบพื้นที่ใช้สอย และความคุ้มค่า “ระบบรักษาความปลอดภัย” เป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ใช้เป็นตัวชี้วัดในการตัดสินใจเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์

ล่าสุด แสนสิริ จึงได้ร่วมมือกับ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ พัฒนายกระดับ “Sansiri Service” สู่การดูแลลูกค้าในรูปแบบ “Total Living Solution” เพื่อให้บริการในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย ตั้งแต่ให้คำปรึกษาทางการเงินเพื่อคนซื้อบ้าน, ความปลอดภัย, ตลอดจนการดูแลการอยู่อาศัย

เขากล่าวว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Made for Life” ที่จะเป็นแกนหลักในการดำเนินธุรกิจจากนี้ แสนสิริวางจุดยืนไว้ว่าจะไม่ได้เป็นเพียงองค์กรที่เน้นทำสินค้าออกมาขายเพียงอย่างเดียว แต่เน้นนำเสนอเชิงโซลูชั่น ผสานไปกับการบริการหลังการขายที่ดี มีการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ 

สำหรับ 4 แกนหลักที่ให้ความสำคัญคือ โปรดักส์ การบริการ วัฒนธรรม และการสร้างความยั่งยืน โดยสิ่งที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือ “เทคโนโลยีความปลอดภัย” และ “ความสะดวกสบาย” ในการอยู่อาศัย

159166871037

เสริมแกร่งซิเคียวริตี้ดูแลเรียลไทม์

แสนสิริเผยว่า มีการนำเทคโนโลยีไอทีมาช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น พร้อมปิดจุดอ่อนและความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นหากพึ่งพาแค่คนเพียงอย่างเดียว

ล่าสุดยกระดับ “Sansiri Security System”สู่ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 360องศา โดยดึงศักยภาพระหว่างการพัฒนาบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ทันสมัย 

ทั้งนี้ ประกอบไปด้วย การพัฒนาระบบ “LIV – 24” นวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการดูแลความปลอดภัยและจัดการระบบวิศวกรรมแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง แห่งแรกของวงการอสังหาฯ ไทย ตั้งเป้าไว้ว่าภายในสิ้นปีนี้จะขยายผลการใช้งานครอบคลุม 60 โครงการทั่วประเทศ จากปัจจุบันทำไปแล้ว 33 โครงการ

นอกจากนี้ อบรมเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญพิเศษ “Sansiri Security Inspection (SSI)” คอยดูแล โดยมีพลัสฯ ทำหน้าที่ควบคุมและบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมด

สำหรับการรับมือวิกฤติโควิด-19 ได้ออกมาตรการที่หลากหลาย เช่น การสร้างความมั่นใจด้านการใช้ชีวิต คุมเข้มเรื่องสุขอนามัย นำเครื่องมือดิจิทัลอย่าง “โฮม เซอร์วิส แอพพลิเคชั่น” มาช่วยในการติดต่อสื่อสาร ฯลฯ กล่าวได้ว่าเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของการทำงาน

ชูเทคโนโลยีสร้างจุดต่างธุรกิจ

สุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เสริมว่า เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เกิดการพัฒนาใหม่ๆ ยกระดับการบริหารจัดการงานหลังบ้าน และบุคลากร

"ที่เรานำมาปรับใช้เช่น เอไอ ไอโอที กล้องซีซีทีวีอัจฉริยะที่ช่วยตรวจจับความผิดปกติได้แบบเรียลไทม์ อนาไลติกส์ สมาร์ทโฮม สมาร์ทลิฟวิ่ง และอนาคตอันใกล้เตรียมนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ามาเสริมในโรดแมพด้วย"

อย่างไรก็ดี การมาของโควิด-19 ยิ่งผลักดันให้ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีฟีเจอร์ใหม่ๆ ออกมาตอบโจทย์นิวนอร์มอล โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพอนามัย ขณะเดียวกันมีการออกแบบมาตรการด้านความปลอดภัยที่หลากหลายมารองรับสถานการณ์ ซึ่งงานที่สำคัญและท้าทายอันดับแรกๆ คือ การทำให้การสื่อสาร ส่งต่อข้อมูลข่าวสารทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

“เราจะเน้นที่ระบบซิเคียวริตี้และแอคเซสคอนโทรล โดยการทำงานจะแบ่งออกเป็นหลายส่วน หลายเฟส ทั้งเชิงซอฟต์แวร์และการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัย พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการร่วมมือเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ 6 บริษัท รปภ.มืออาชีพ”

159166871047

มุ่งพัฒนาบุคลากร-นวัตกรรม

สุวรรณีเผยว่า ต้นแบบมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ขับเคลื่อนใน 2 แกนหลัก คือ 1.บุคลากรมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ 2.นวัตกรรมและเทคโนโลยีดูแลความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ

เธอกล่าวว่า มีแผนพัฒนาระบบความปลอดภัยเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เช่นการเพิ่มฟีเจอร์ให้กับ LIV-24 รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ในโฮมเซอร์วิสแอพพลิเคชั่น เช่น ล่าสุดฟีเจอร์ Visitor Pass เพื่อให้ลูกบ้านสามารถลงทะเบียนผู้มาติดต่อล่วงหน้า และสามารถติดต่อเข้าโครงการได้แบบไร้สัมผัส

เทรนด์ความต้องการที่อยู่อาศัยในยุคต่อจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่โครงการที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดี บุคลากรมีความเชี่ยวชาญเชิงลึก ต่อยอดด้วยเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบโจทย์นิวนอร์มอลได้ในทุกมิติ

ผลการสำรวจระบุว่า ความปลอดภัยของที่อยู่อาศัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.มีกล้องวงจรปิดที่ครอบคลุม 2.มีสัญญาณกันขโมยหรือสัญญาณเตือนภัยหากเกิดการบุกรุก 3. มี รปภ. คอยตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง 4.มีระบบประตูล็อกดิจิทัล และ 5. มีระบบคีย์การ์ดสำหรับเข้าอาคารหรือการใช้สิ่งอำนวยความสะดวก

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง