ป่วยโควิดรายใหม่ติดเชื้อจากชุมชน สะท้อนประชาชนการ์ดตกระยะ1-2

ป่วยโควิดรายใหม่ติดเชื้อจากชุมชน  สะท้อนประชาชนการ์ดตกระยะ1-2
22 พฤษภาคม 2563
1,503

ไทยพบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย ติดเชื้อในชุมชน สะท้อนประชาชนการ์ดตก จากการผ่อนปรนกิจการ กิจกรรม ระยะที่ 1 และ 2 ขณะที่อังกฤษ เล็งใช้แอปฯ ติดตามตัวผู้ติดเชื้อ นิวซีแลนด์ เสนอทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ สร้างสมดุลเศรษฐกิจ

ผู้ป่วยรายใหม่ 2 รายจาก 3 รายพบในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้มาก่อน ถือเป็นการติดเชื้อจากชุมชนภายในประเทศ อาจจะมีกิจการที่สัมพันธ์กับการผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้หากประชาชนการ์ดตก ไม่สวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือไม่บ่อย ระยะห่างไม่มี ไปสถานที่แออัดโดยไม่จำเป็น

โดยวานนี้ (21พ.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 แถลงว่ามีผู้ป่วยใหม่ 3 ราย โดยรายแรกเป็น ชายไทย อายุ 72 ปี โรคประจำตัวเบาหวาน มะเร็งปอด ไปรักษาที่โรงพยาบาลรับแห่งหนึ่งในกรุงเทพเมื่อ 4 วันที่แล้ว มีประวัติไปตัดผมที่ร้านแถวประชาชื่น ต่อมา 18 พฤษภาคม 2563 มีอาการไข้ ไอมีเสมหะ จึงไปรับการรักษาที่รพ.เอกชนและย้ายมารพ.รัฐเดิมที่รักษาตัวอยู่เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2563

รายที่ 2 ชายชาวเยอรมัน อายุ 42 ปี ไม่มีโรคประจำตัวและไม่มีอาการ มีประวัติเดินทางไปเยี่ยมญาติที่จ.ชัยภูมิ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน -16 พฤษภาคม 2563 โดยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2563 มีญาติ 1 คน มีอาการไข้ คอแห้งไม่ได้ตรวจรักษา เดินทางไปห้างสรรพสินค้าในชัยภูมิ หลังจากกลับมาได้ไปตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ผลตรวจพบเชื้อเข้ารักษาที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

กรณีผู้ป่วยรายใหม่ 2 รายจาก 3 รายที่พบในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้มาก่อน  นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ถือเป็นการติดเชื้อจากชุมชนภายในประเทศ อาจจะมีกิจการที่สัมพันธ์กับการผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรมในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดขึ้นได้หากประชาชนการ์ดตก 

ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค โดยในส่วนของผู้ป่วยที่มีประวัติไปในร้านตัดผมนั้น จะต้องมีการสอบสวนว่าในเส้นทางที่ผู้ป่วยเดินทางไปนั้นมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนกี่คน ทั้งโรงพยาบาล ร้านตัดผมย่านประชาชื่นและคนในครอบครัว เช่นเดียวกับอีกรายที่มีประวัติเดินทางไปห้องสรรพสินค้าในจ.ชัยภูมิ โดยหากร้านตัดผมและห้างสรรพสินค้าได้มีการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะ ก็จะทำให้การสอบสวนโรคและติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทำได้เร็วขึ้น แต่ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่เพื่อสอบสวนโรคจากผู้ป่วย 

ส่วนรายที่ 3 เป็นหญิงไทย อายุ 25 ปี ไปเรียนภาษาและกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 เข้าพักในสถานที่ที่รัฐจัดให้ตรวจพบเชื้อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 แต่ไม่มีอาการ ภาพรวมประเทศมีผู้ป่วยสะสม 3,037 ราย รักษาหายแล้ว 2,897 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 84 ราย เสียชีวิตสะสม 56 ราย

จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้เดินทางเข้าประเทศที่ต้องกักกันในสถานที่ของรัฐส่วนกลาง(SQ) และส่วนภูมิภาค (LQ) ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน-20 พฤษภาคม 2563 พบว่า มีผู้เข้ากักกันสะสม 22,535 ราย ผู้เข้ากักกันปัจจุบัน 9,413 ราย ผู้กลับบ้านสะสม 13,122 ราย  ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อเข้าโรงพยาบาลสะสม 102 ราย รักษาหายกลับบ้าน 80 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 22 ราย

โดยผู้รักษาหายกลับบ้าน 80 ราย และติดเชื้อในโรงพยาบาลสะสม 102 ราย สามารถแบ่งเป็นเพศชาย:หญิง เท่ากับ 7.5:1 (90:12) ค่ามัธยมฐานอายุ 37 ปี ต่ำสุด 15 ปี และสูงสุด 77 ปี เป็นสัญชาติไทย 98 % อเมริกา 1 % และอังกฤษ 1 %

เมื่อจำแนกผู้ป่วยสะสม และรักษาหายกลับบ้านเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.สงขลา มีผู้ป่วยสะสม 19 ราย รักษาหายกลับบ้าน 19 ราย สตูลมีผู้ป่วยสะสม 18 ราย กลับบ้าน 18 ราย กทม.ผู้ป่วยสะสม 17 ราย กลับบ้าน 11 ราย ปัตตานีผู้ป่วยสะสม 12 ราย กลับบ้าน 12 ราย ยะลาผู้ป่วยสะสม 8 ราย กลับบ้าน 8 ราย ชลบุรีผู้ป่วยสะสม 18 ราย กลับบ้าน 4 ราย นราธิวาสผู้ป่วยสะสม 6 ราย กลับบ้าน 5 ราย กระบี่ ผู้ป่วยสะสม 3 ราย กลับบ้าน 3 ราย สมุทรปราการผู้ป่วยสะสม 1 ราย กลับบ้าน 0 ราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยสะสมในจังหวัดดังกล่าวจะมาจากประเทศต้นทาง 16 ประเทศจำนวน 17,481 ราย ดังต่อไปนี้ อินโดนีเซีย คนไทยกลับมาสะสม 137 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 65 ราย ปากีสถาน คนไทยกลับมาสะสม 122 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 10 ราย คาซัคสถาน คนไทยกลับมาสะสม 55 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย มาเลเซีย คนไทยกลับมาสะสม 194 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 3 ราย UAE คนไทยกลับมาสะสม 348 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย อียิปต์ คนไทยกลับมาสะสม 199 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย อังกฤษ คนไทยกลับมาสะสม 297 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 2 ราย จีน คนไทยกลับมาสะสม 168 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย 

ฟิลิปปินส์ คนไทยกลับมาสะสม 171 ราย ผู้ป่วยยืนยัน +1 บาห์เรน คนไทยกลับมาสะสม238 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย เนเธอร์แลนด์ คนไทยกลับมาสะสม 256 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย USA คนไทยกลับมาสะสม 1,372 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย รัสเซีย คนไทยกลับมาสะสม 292 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย ญี่ปุ่น คนไทยกลับมาสะสม 580 ราย ผู้ป่วยสะสม 1 ราย อินเดีย คนไทยกลับมาสะสม 1,673 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย มาเลเซียพรมแดน คนไทยกลับมาสะสม 11,379 ราย ผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย

ที่ผ่านมาภาครัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายในการกักตัวของคนที่เข้ามาในประเทศ แต่จากนี้ไปผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมีทางเลือกในการเข้าพักเพื่อกักตัวโดยจ่ายเงินเองในโรงแรมที่ผ่านเกณฑ์ประเมินเป็น Alternative State Quarantine โดยลงทะเบียนที่ประเทศต้นทางและระบุสถานที่พักเมื่อถึงปลายทางศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินจะนำส่งเข้าพักที่โดยมีโรงพยาบาลคู่สัญญาให้บริการทางการแพทย์ร่วมด้วย

ขณะที่ทั่วโลกติดเชื้อทะลุหลัก 5 ล้าน ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ระบุว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทะลุหลัก 5,000,038 คนแล้ววานนี้ (21 พ.ค.) ผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 328,172 คนโดยเมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่นสวิตเซอร์แลนด์องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกในรอบ 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ วันเดียวเกิน 100,000 คน ส่วนใหญ่มาจากทวีปอเมริกาตามด้วยยุโรป

ที่อังกฤษ นายเจมส์ โบรกเคนเชียร์ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคง กำลังวางแผนใช้แอพพลิเคชันมือถือเพื่อติดตามตัวผู้ติดเชื้อภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทางการได้รับสมัครบุคลากร 24,000 คน มาช่วยตามตัวผู้มีอาการป่วยหลังจากติดต่อกับผู้ติดเชื้อ ขณะนี้อยู่ระหว่างอบรมเจ้าหน้าที่ ซึ่งแอพติดตามตัวจะช่วยให้ตามรอยโรคประชาชนราว 10,000 คนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นไป

ที่นิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น เสนอว่าการทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน ช่วยส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและงานช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการระบาดของไวรัส มาตรกาารเช่นนี้ช่วยให้ประชาชนมีเวลาท่องเที่ยวและลาพักร้อน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของนิวซีแลนด์เป็นการท่องเที่ยวในประเทศถึง 60% เรียกร้องให้นายจ้างพิจารณาจัดชั่วโมงการทำงานยืดหยุ่น เช่น ให้ทำงานจากที่บ้าน เพิ่มชั่วโมงทำงานโดยลดวันทำงานลง ทั้งหมดนี้จะช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้

159007573582

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง