'อิสราเอล' ขึ้นแท่นปลอดภัยสุด ช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก

'อิสราเอล' ขึ้นแท่นปลอดภัยสุด ช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก
7 เมษายน 2563
6,388

อิสราเอล ได้รับการจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 มากที่สุดในโลกในขณะนี้ ด้วยความที่เป็นประเทศขนาดเล็ก มีการบริหาร-จัดการที่ดี

และที่สำคัญ มีระบบการจัดการ “กอฟเทค” ของรัฐบาล ที่มีประสิทธิภาพ ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงได้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกประเทศจีน หลายประเทศพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ เช่นกรณีของสิงคโปร์ ที่ได้รับคำชมเรื่องการรับมือกับการระบาดของโรคนี้ โดยสิงคโปร์ ติดตามหาผู้ใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด-19 อย่างจริงจัง เข้มงวดการกักโรค จำกัดการเดินทาง และตรวจหาเชื้อขนานใหญ่ 

สิงคโปร์ตรวจหาเชื้อประชาชนได้ 6,800 คนต่อ 1 ล้านคน เทียบกับเกาหลีใต้และไต้หวันที่ตรวจได้ 6,500 คนและ 1,000 คนต่อ 1 ล้านคน โดยที่ประชาชนยังใช้ชีวิตประจำวันตามเดิม โรงเรียนและห้างสรรพสินค้าเปิดตามปกติ 

ขณะที่ยอดผู้ป่วยใหม่ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นต่อวันเป็นตัวเลขหลักเดียวตลอดทั้งเดือน ก.พ. ยกเว้นวันที่ 1 เม.ย. วันเดียว ที่เพิ่มขึ้นถึง 74 คน แม้ว่ามีผู้หายดีแล้ว 266 คน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ยอดผู้ป่วยใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็นการระบาดระยะสอง

การระบาดระยะแรกเกิดขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่แพร่เชื้อให้ชาวสิงคโปร์ในช่วงแรกของการระบาดที่เริ่มจากจีน ทำให้ทางการเข้มงวดการเข้าประเทศกับคนที่เดินทางมาจากจีน ตามด้วยเกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน และห้ามคนจากทั่วโลกในที่สุด ส่วนการระบาดระยะสองส่วนใหญ่เป็นชาวสิงคโปร์ที่กลับมาจากประเทศที่เริ่มมีการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างสหรัฐและอังกฤษ

นอกจากนี้ ยังมีการติดเชื้อภายในชุมชนและมีผู้ป่วยที่ไม่รู้ที่มา ทางการจึงเข้มงวดมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม ห้ามคนเข้าประเทศทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ตามมาด้วยการปิดสถานบันเทิง จำกัดการรวมตัวในที่สาธารณะไม่ให้เกิน 10 คน ลงโทษบุคคลและร้านค้าที่ไม่เว้นระยะห่าง 1 เมตร และขอให้ประชาชนออกจากบ้านเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว “ดีป โนว์เลจ เวนเจอร์ส” กองทุนเพื่อการลงทุนของฮ่องกง เผยแพร่รายงานการจัดอันดับประเทศที่มีความปลอดภัยที่สุดในช่วงโรคโควิด-19 ระบาดหนัก ยกให้อิสราเอล เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยที่สุดจากโรคนี้ในช่วงนี้

รายงานนี้พิจารณาจาก 76 ตัวแปร รวมทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ขนาดของภูมิศาสตร์ และประชากร ความสามารถในการรองรับผู้ป่วยของโรงพยาบาล ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และ “กอฟเทค” หรือระบบออนไลน์ของรัฐบาลและความสามารถในการปกป้องประเทศของรัฐบาล

158618869222

“อิสราเอลเป็นประเทศที่ค่อนข้างเล็ก มีการบริหารจัดการดีและระบบการจัดการกอฟเทคของรัฐบาลมีประสิทธิภาพมาก สามารถใช้งานได้ทั่วประเทศ แต่อันดับของอิสราเอลก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด หากว่ามีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่รุนแรงขึ้น” ดมิทรี คามินสกี หุ้นส่วนดีป โนว์เลจ เวนเจอร์ส กล่าว

รายงานจัดอันดับชิ้นนี้ให้สิงคโปร์ อยู่อันดับ 2  ฮ่องกง อันดับ 4 ไต้หวัน อันดับ 5 ญี่ปุ่น อันดับ 6

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศรายงานว่า ยาคอฟ ลิทซ์แมน รัฐมนตรีสาธารณสุขของอิสราเอลและภริยา ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ และขณะนี้บุคคลทั้งสองได้กักตัวและอยู่ในขั้นตอนการรักษา

ทั้งนี้ ลิทซ์แมน ถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่ใกล้ชิดกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล แต่โฆษกของเนทันยาฮู ยืนยันว่า เนทันยาฮูไม่ได้ติดโควิด-19 แต่อย่างใด หลังผลการตรวจเชื้อออกมาเป็นลบ แต่ถึงแม้ผลตรวจจะเป็นลบ แต่เนทันยาฮูยังกักบริเวณตนเอง 14 วันเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอล ระบุว่า มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลทั่วประเทศจำนวน 702 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 106 รายและผู้ป่วยอาการปานเกลาง 126 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตโดยรวมอยู่ที่ 36 ราย

ทุกวันนี้ อิสราเอลดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดแบบเข้มงวด ทั้งห้ามชาวต่างชาติจากจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอิตาลี เดินทางเข้าประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่โควิด-19 และยังปิดโรงเรียน ห้ามประชาชนรวมตัวกันเกินกว่า 10 คน สั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้านและใช้ระบบตรวจจับก่อการร้ายมาติดตามผู้ติดเชื้อไวรัส แต่ยังไม่วายถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลควรจะมีการเตรียมการที่ดีกว่านี้

นอกจากนี้ รัฐบาลอิสราเอลยังสนับสนุนให้ประชาชนในประเทศสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส เมื่อเดือนที่แล้ว “มอสสาด” หน่วยข่าวกรองของรัฐบาลอิสราเอล ได้สั่งซื้อหน้ากากอนามัยจำนวนหลายล้านชิ้นและซื้ออุปกรณ์ตรวจหาเซื้อไวรัสอีกหลายพันชุดจากแหล่งที่ไม่เปิดเผย

แต่ดร.อียัล เลอเชม ผู้อำนวยการศูนย์แพทย์เพื่อการเดินทางและโรคเขตร้อนชื้นของชีบา มีความเห็นว่า จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากกว่านี้ในอิสราเอลแม้ว่าขณะนี้ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ในอิสราเอลยังไม่ถึงขั้นระบาดหนักและทางการ รวมถึง หน่วยงานด้านสาธารณสุขมั่นใจว่ามาตรการรักษาระยะห่างที่รัฐบาลนำมาใช้จะช่วยบรรเทาภาวะการแพร่ระบาดได้อย่างมาก

“ปัญหาที่ทุกคนตั้งคำถามในใจคือ มาตรการต่างๆที่นำมาใช้ รวมทั้ง การรักษาระยะห่างทางสังคมจะมีประสิทธิภาพมากพอที่จะช่วยให้คนติดเชื้อน้อยลงหรือเสียชีวิตน้อยลงได้หรือไม่” ดร.เลอเชม กล่าว

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง