เปิดตัว 2 แห่งแรก! โรงแรมดูแลผู้ติดโควิด-19

เปิดตัว 2 แห่งแรก! โรงแรมดูแลผู้ติดโควิด-19
3 เมษายน 2563 | โดย พวงชมพู ประเสริฐ
12,688

สธ.เปิดตัว 2 โรงแรมดูแลผู้ติดโควิดอาการน้อยเข้าพักฟื้น หลังนอนรพ.หลักแล้ว 7 วัน คนไข้สมัครใจย้ายสถานที่พัก โรงแรมต้องผ่านเกณฑ์ประเมินเข้ม ขึ้นบัญชีเกรดเอแล้ว 16 แห่ง 2,000 ห้อง เตรียมผุด “โรงแรมกักตัว” รองรับ 2 กลุ่มเสี่ยง

       เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 เมษายน ที่โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพฯ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) กล่าวในการแถลงข่าวความคืบหน้าในการนำโรงแรมมาใช้เป็นโรงพยาบาลสนามว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) มอบหมายให้เตรียมพร้อมในการรักษาพยาบาลมาตั้งแต่ต้นปี ส่วนหนึ่งคือการจัดการเตียงรองรับผู้ติดเชื้อที่จะเพิ่มมากขึ้น ภายใต้ความร่วมมือกับสถานพยาบาลทุกสังกัดได้หารือร่วมกันและเสนอแนวทางหนึ่งในการบริหารจัดการเตียง รองรับกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการรุนแรง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 80 % ของผู้ติดเชื้อ โดยการประสานโรงแรมที่มีความพร้อมและผ่านการประเมินตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาเป็นสถานพยาบาลพิเศษ(Hospitel) สำหรับให้ผู้ติดเชื้อเข้าพักฟื้นหลังจากเข้ารับการดูแลในโรงพยาบาลหลักครบ 7 วันแล้วแพทย์ประเมินว่ามีอาการน้อย

         “มีผู้ประกอบการโรงแรมสนใจเข้าร่วมจำนวนมาก แต่การจะอนุญาตโรงแรมใดจะต้องผ่านประเมินมาตรฐานและการอนุมัติเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ที่จะมาดูแลจากกรมการแพทย์ก่อน ขณะนี้ในพื้นที่กทม.มีโรงแรมที่มีความพร้อมและผ่านการประเมินตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ 1.โรงแรมปริ๊นซ์ตัน มีห้อง 270 ห้อง รับผู้ติดเชื้อมาดูแลแล้ว 50 ราย และ2.โรงแรมเดอะพาลาสโซ เครือโรงแรมดิเอมเมอรัล มีห้องราว 430 ห้อง คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีผู้ป่วยเข้าพักฟื้นที่โรงแรมนี้ รวมแล้วในพื้นที่กรุงเทพฯมีห้องรองรับ 700-800 ห้อง เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่ามีเตียงพักเพียงพอในการดูแลผู้ติดเชื้อ”นายสาธิตกล่าว

158581733993


นายสาธิต กล่าวอีกว่า สถานที่อีกรูปแบบหนึ่งที่จะให้ภาคโรงแรมเข้าร่วมมือ คือ โรงแรมที่ใช้สังเกตอาการของผู้เข้าข่ายเฝ้าระวังสอบสวนโรค หรือ โรงแรมกักตัว(Hotel Isolation) โดยจะเป็นสถานที่กักตัวของคน 2ประเภท ได้แก่ 1.กลุ่มเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ควบคุมโรควินิจฉัยว่าจะต้องเข้ารับการกักตัว ก็จะนำเข้าพักสังเกตอาการที่โรงแรมนี้ โดยกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นได้มีการออกระเบียบหลักเกณฑ์ให้สามารถใช้งบประมาณกรณีการกักตัวของกลุ่มเสี่ยงได้ 

และ2.คนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ที่เห็นว่าตัวเองจะต้องกักตัวหรือแยกตัวจนครบ 14 วันและไม่ต้องการที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวในเวลาดังกล่าว เช่น คนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ หรืออื่นๆ โดยที่สมัครใจที่จะจ่ายเงินค่าเข้าพักเอง ส่วนนี้จะเป็นทางเลือกให้กับประชาชน อย่างไรก็ตาม โรงแรมจะต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขเช่นกัน แต่จะไม่ได้อยู่ในระดับเข้มข้นเหมือนเกณฑ์ของฮอสพิเทล เพราะที่นี่ไม่ได้ดูแลผู้ติดเชื้อ

 ด้านนายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวถึงหลักเกณฑ์การประเมินโรงแรมมาเป็นโรงพยาบาลสนามว่า จะต้องผ่านเกณฑ์ทั่วไป 2 ข้อในเบื้องต้น คือ มีห้องพักมากกว่า 30 ห้อง และมีใบอนุญาตกิจการโรงแรม และเข้ารับประเมินอีก 5 หมวดสำคัญ ได้แก่ 1.โครงสร้างอาคารและวิศวกรรม โครงสร้างสมบูรณ์ พื้นห้องพักไม่เป็นพรหม ระบบปรับอากาศแยกส่วนไม่เป็นระบบท่อส่งลมร่วมกัน มีระบบโทรศัพท์สื่อสาร เป็นต้น 2.บุคลากร จะต้องมีพนักงานเหมือนโรงแรม โดยผ่านการอบรมก่อน เช่น เจ้าหน้าที่ส่งอาหาร เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เป็นต้น 3.มีวัสดุอุปกรณ์จำเป็น 4.ยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล


และ5.การจัดการสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับชุมชน เช่น มีระบบการจัดการขยะติดเชื้อ รวมถึงการกำจัดภาชนะบรรจุอาหารติดเชื้อ มีระบบการบำบัดน้ำเสียและความเป็นระบบปิด มีการเติมคลอรีนก่อนปล่อยสู่สาธารณะ มีระบบกำจัดสิ่งปฏิกูลและมีระบบท่อน้ำทิ้งที่ได้มาตรฐาน มีระบบการจัดการซักล้างผ้าติดเชื้อ และมีแนวทางสร้างความเจ้าใจและการยอมรับจากชุมชนโดยรอบ 


   “สำหรับค่าใช้จ่ายนั้น ฮอสพิเทลจะถือเป็นส่วนหนึ่งของสถานพยาบาล และคนที่เข้าพักเป็นผู้ป่วย ค่าใช้จ่ายในการเข้าพักฟื้นที่นี่จึงสามารถเบิกในอัตราเบิกได้จากกองทุนประกันสุขภาพภาครัฐตามสิทธิ์ผู้ป่วยได้"นายแพทย์ธเรศกล่าว 

158581736682


ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการโรงแรมสนใจยื่นเข้ารับการประเมินกว่า 85 แห่ง อาทิ กรุงเทพฯ 85 แห่ง จ.ชลบุรี 15 แห่ง นครราชสีมา 8 แห่ง เชียงใหม่ 6 แห่ง รวมทั่วประเทศมีห้องพักทั้งสิ้น 14,000 ห้อง กำลังอยู่ระหว่างการเข้าประเมิน แต่มีโรงแรมที่ผ่านการประเมินผ่านระดับเกรด เอ แล้วราว 16 แห่ง มีห้องพักรวม 2,000 ห้อง เป็นการเตรียมการไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับหากในอนาคตจำเป็นต้องใช้พักฟื้นผู้ติดเชื้อ และจัดเป็นระดับบี และซีด้วย จะมีการนำเสนอในเวบไซต์กรม เพื่อให้สถานพยาบาลต่างๆที่สนใจสามารถเข้าไปตรวจสอบและประสานความร่วมมือกับโรงแรมนั้นๆได้

ส่วนของโรงแรมที่จะเป็นสถานที่กักตัว กรมมีการจัดทำหลักเกณฑ์มาตรฐานเช่นกันแต่จะไม่เข้มงวดเท่าโรงแรมที่ดูแลผู้ติดเชื้อ โดยจะประสานให้สมาคมโรงแรมนำเกณฑ์นี้ไปประเมินโรงแรมที่จะเข้าร่วมโครงการ จากนั้นกรมจะประกาศรายชื่อในเวบไซต์ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าโรงแรมแห่งใดผ่านมาตรฐานและสามารถเข้าใช้พักเพื่อกักตัวได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายถึงผู้ติดเชื้อที่จะเข้ารับการพักฟื้นที่โรงแรมบาลว่า การวินิจฉัยจากแพทย์ที่จะให้ผู้ติดเชื้อเข้าพักฟื้นที่นี่นั้น จะพิจารณาจากคนไข้เป็นหลักโดย 1.คนไข้นอนดูแลรักษาในโรงพยาบาลหลักแล้วอย่างน้อย 7 วัน 2. คนไข้ไม่มีอาการอะไรเท่าไหร่แล้ว เช่น อาจจะไอนิดหน่อย และไม่มีไข้ 3.มีโรคประจำตัวที่คุมได้ เช่น เบาหวาน หรือความดันสูงที่คุมได้ และจะต้องมีการจัดยาสำหรับโรคประจำตัวมาพร้อมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 4.คนไข้ยินดีที่จะเข้ารับการพักฟื้นที่โรงแรม โดยจะมีการปรเมินสุขภาพจิตก่อน ต้องไม่ก้าวร้าว หรือไม่มีภาวะซึมเศร้า และ5.โรงพยาบาลหลักที่ดูแลในระยะแรกจะต้องยินดีรับคนไข้กลับไปดูแลหากมีความจำเป็น

158581739280


“จะมีการจัดทีมบุคลกรทางการแพทย์ที่เป็นแพทย์และพยาบาลสัดส่วน 3-5 คนต่อการดูแลผู้ป่วย 100 คน เพราะส่วนใหญ่เป็นคนไข้ที่ไม่มีอาการอะไร แต่มานอนเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ อย่างไรก็ตาม ในห้องพักจะจัดเครื่องมือที่สำคัญไว้ 2 ชิ้น คือ เทอร์โมมิเตอร์อัตโนมัติและเครื่องวัดระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้ว เพราะผู้ติดโควิด-19ที่กลัวที่สุดคือการโจมตีที่ปอด และการส่งสัญญาณคือระดับออกซิเจนที่ลดลง คนไข้จะอยู่ในห้องตลอดเวลา จะเปิดประตุมาเฉพาะช่วงเวลารับอาหารไปทานในห้องเท่านั้น”นายแพทย์สมศักดิ์กล่าว 

158581741546


ขณะที่นายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล ประธานกรรมการบริหารบริษัท โรงพยาบาบวิภาวดี จำกัด(มหาชน) และนายนพพร วิวัฒน์นิมิตดี ที่ปรึกษาเครือโรงแรมดิเอมเมอรัล กล่าวในทำนองเดียวกันเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการนี้ว่า เวลานี้เป็นช่วงเวลาของการที่จะต้องร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชนที่จะทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตินี้ไปได้ แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของโรงแรมภายหลังเสร็จสิ้นที่อาจจะมีผู้ใช้บริการหวั่นเกรงก็ตาม แต่ก่อนที่กระทรวงสาธารณสุขจะส่งมอบโรงแรมกลับมาให้บริการตามปกตินั้น จะมีการทำความสะอดาและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์ก่อน และขอยืนยันว่าช่วงเวลานี้ชีวิตคนสำคัญที่สุด


ในประเด็นนี้ นายแพทย์สมศักดิ์ กล่าวเสริมว่า โดยปกติห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลหรือแม้แต่ห้องความดันเป็นลบที่ใช้ในการดูแลผู้ติดโควิด-19หรือโรคอื่นๆก็ตาม จะมีการทำความสะอาดตามมาตรฐานทางการแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยรายอื่นๆสามารถเข้าพักต่อจากผู้ป่วยรายก่อนหน้าได้ ซึ่งการทำความสะอาดให้กับโรงแรมก็ทในมาตรฐานเดียวกัน เพราะฉะนั้น ผู้ใช้บริการขอให้มั่นใจในความปลอดภัย และขอให้เห็นถึงความเสียสละของโรงแรมและให้การสนับสนุนโรงแรมเหล่านี้เมื่อสถานการณ์โรคคลี่คลายแล้ว 

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง