แห่ตุนอาหาร "หมู-ไก่-ไข่" แพง! หนุน "ซีพีเอฟ" นำทีมหุ้นอาหารพุ่ง

แห่ตุนอาหาร
27 มีนาคม 2563
2,677

ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ “โควิด-19” ในประเทศไทยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกระจายออกไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

เป็นที่มาให้คณะรัฐมนตรีมีมติประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) นับเป็นยาแรงล่าสุดที่รัฐบาลหวังยกระดับการควบคุมและป้องกันการระบาดของไวรัส หลังจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศทะลุ 1 พันรายไปแล้ว โดยล่าสุดพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 111 ราย ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 1,045 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 88 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 953 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย

สถานการณ์ขณะนี้กำลังจะครบ 3 เดือน หลังพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทยเมื่อกลางเดือน ม.ค. ซึ่งตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้การใช้ชีวิตของประชาชนเปลี่ยนไป ทั้งในเรื่องของสุขภาพอนามัย ที่ขณะนี้หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ กลายเป็นสิ่งของจำเป็นที่จะขาดไปไม่ได้

การทำงานของหลายบริษัทก็เปลี่ยนไป หลายหน่วยงานสั่งให้พนักงานทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ สอดคล้องกับนโยบาย “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ของรัฐบาล นอกจากนี้ ตั้งแต่มีคำสั่งให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่างๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬา สนามมวย โรงหนัง ร้านอาหาร ฯลฯ ในหลายจังหวัด ทำให้ประชาชนตื่นตัวแห่กักตุนสินค้า โดยเฉพาะข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม กระดาษชำระ ฯลฯ ยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ส่วนอาหารสด เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ขายดีเช่นกัน โดยเฉพาะไข่ไก่ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนขณะนี้ หลังราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 20-30 สตางค์ต่อฟอง จนชาวบ้านบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมไข่ไก่แพงเหลือเกิน ซึ่งก็ต้องไปตรวจสอบดูว่ามีการกักตุนที่ผิดปกติหรือเปล่า

ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าผลผลิตไข่ไก่ในประเทศเพียงพอแน่นอน เพราะไทยผลิตไข่ไก่ได้ปีละกว่า 15,000 ล้านฟอง หรือ ประมาณวันละ 41 ล้านฟอง และเกือบทั้งหมด 95% ใช้บริโภคภายในประเทศ หรือ ตกวันละประมาณ 39 ล้านฟอง ทำให้มีไข่ไก่คงเหลือในระบบวันละ 1-2 ล้านฟอง ซึ่งในภาวะปกติจะส่งออกไปขายต่างประเทศ แต่ล่าสุดเพื่อแก้ปัญหาไข่ไก่ขาดแคลนกระทรวงพาณิชย์จึงประกาศห้ามส่งออกไข่ไก่เป็นเวลา 7 วัน

เมื่อความต้องการสินค้าข้าวปลาอาหารเพิ่มขึ้นในช่วงภาวะวิกฤตเช่นนี้ หนุนให้ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องปรับตัวได้ดีกว่าตลาด โดยข้อมูล ณ วันที่ 25 มี.ค.2563 พบว่า ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index เพิ่มขึ้น 3.04% ขณะที่ดัชนีกลุ่มอาหารปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.63%

ไล่มาตั้งแต่พี่ใหญ่ประจำกลุ่ม บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ครัวของโลก” ทำธุรกิจอาหารครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์ เลี้ยงสัตว์และแปรรูป ครอบคลุมทั้งหมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็ด กุ้ง ปลา รวมไปถึงอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน

บริษัทมีจุดเด่นในฐานะที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ มีเครือข่ายมากมายภายใต้กลุ่มซีพี สามารถส่งผ่านสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้หลากหลายช่องทาง ทั้งการขายปลีกขายส่งผ่านตลาดสดไปจนถึงโมเดิร์นเทรดทั่วประเทศ โดยเฉพาะเครือข่ายในกลุ่มอย่างร้านซีพีเฟรชมาร์ท, ร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น, ห้างค้าส่งแม็คโคร สำรวจดูราคาหุ้นเริ่มมีแรงซื้อกลับมาตั้งแต่มีกระแสแห่กักตุนสินค้า โดยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาหุ้น CPF ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากว่า 15%

ขยับไปดู บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ TFG มีสินค้าหลักทั้งเนื้อไก่และเนื้อหมูแปรรูป สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาขยับจากราวๆ 2.50 บาท มาปิดการซื้อขายวานนี้ (26 มี.ค.) ที่ 2.92 บาท ระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 3.02 บาท ตัวนี้มีข่าวดีเฉพาะตัวหลังบอร์ดพึ่งประกาศปันผลพิเศษ 0.145 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินกว่า 813 ล้านบาท หวังช่วยเหลือผู้ถือหุ้นท่ามกลางภาวะโรคระบาด โดยจะขึ้น XD วันที่ 7 เม.ย. จะจ่ายจริง 22 เม.ย. 2563

เท่ากับว่าเมื่อรวมกับปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งแรกปี 2562 จำนวน 0.07 บาทต่อหุ้น และงวดปี 2562 อีก 0.055 บาทต่อหุ้น เท่ากับว่าปี 2562 จ่ายปันผลไปทั้งหมด 0.27 บาทต่อหุ้น ส่วนหุ้นไก่ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT รอบ 1 สัปดาห์ขึ้นมากว่า 13% จากแถวๆ 8 บาท มายืนทะลุ 9 บาท

เห็นแบบนี้ต้องบอกว่าเป็นปัจจัยบวกเฉพาะตัว เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เศรษฐกิจจะชะลอตัว เกิดสงคราม หรือ มีโรคระบาดอย่างปัจจุบัน แต่อาหารยังเป็น 1 ใน ปัจจัย 4 ที่มนุษย์ทุกคนต้องบริโภคเพื่อความอยู่รอด จึงช่วยประคับประคองราคาหุ้นได้อยู่

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง