'Work From Home' คืออะไร ช่วยให้รอดจาก 'โควิด-19' ได้อย่างไร

'Work From Home' คืออะไร ช่วยให้รอดจาก 'โควิด-19' ได้อย่างไร
24 มีนาคม 2563 | โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
27,617

ไขข้อสงสัย ที่มาของการ 'Work from home' คืออะไร มีส่วนช่วยให้รอดจากวิกฤติ “โควิด-19” ได้ยังไงบ้าง

  •  Work From Home คืออะไร 

"Work From Home" หรือที่หลายคนย่อว่า "WFH" ความหมายตรงๆ คือการทำงานที่บ้านเป็นเทรนด์การทำงานยุคใหม่ที่ตามมากับเทคโนโลยีสารสนเทศที่พัฒนาไปจนทำให้ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีต้นทุนที่ต่ำลง

ประกอบกับพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่มองหาการทำงานแบบอิสระ ให้คุณค่าทั้งงาน และการเดินทางเพื่อรับประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับชีวิต เมื่อเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเข้าถึงคนส่วนใหญ่ ผ่านทางอุปกรณ์ส่วนตัวได้ อย่างแลปท็อป สมาร์ทโฟน จึงช่วยเทรนด์การทำงานที่บ้านชัดเจนขึ้น สามารถทำงาน และสื่อสารกันที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้

ในสถานการณ์ปัจจุบัน Work Form Home อาจไม่ใช่แค่เทรนด์การทำงานที่เกิดขึ้นตามสมัยนิยม หรือ  “ทางเลือก” ในการทำงานเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็น “ทางรอด” ของมวลมนุษยชาติ เมื่อคราวเกิดวิกฤตโรคระบาด อย่างที่เรากำลังเผชิญกับ “โควิด-19” ที่มาจากไวรัส “โคโรน่า” ที่ยังมองไม่เห็นตอนอวสาน 

  •   Work from home สู้ “โควิด-19” ได้อย่างไร  

จากผลการวิจัยต่างๆ รายงานถึงลักษณะการแพร่ กระจายของไวรัสโคโรโน่าไว้หลากหลายรูปแบบ โดยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ (เอ็นอีเจเอ็มเมื่อวันที่ 17 มี..63 พบว่า ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ปะปนอยู่ในอากาศแม้จะผ่านไปนานเกือบ 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะความสามารถในการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ แม้ไม่แสดงอาการป่วย จึงทำให้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รุนแรงและกระจายเป็นวงกว้างมากกว่าโรคซาร์ส

ทีมนักระบาดวิทยาของรัฐบาลจีน ในมณฑลหูเป่ย์ ที่สอบสวนโรคกรณีการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน (cluster) เมื่อวันที่ 22 .ที่ผ่านมาพบว่า เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ล่องลอยอยู่ในอากาศได้อย่างน้อย 30 นาที และกระจายไปไกลถึง 4.5 เมตร มากกว่าระยะปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วโลก แนะนำให้อยู่ห่างจากผู้ติดเชื้อ 1-2 เมตร

แต่ระยะเวลาที่เชื้ออยู่บนวัตถุขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อุณหภูมิ และชนิดของวัตถุ เช่น ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน 2-3 วันบนแก้ว ผ้า โลหะ พลาสติก หรือ กระดาษ

นอกจากนี้ ผลการศึกษาล่าสุดของสหรัฐฯ ยังพบว่า ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ สามารถอยู่รอดได้ประมาณ 2-3 วันบนพื้นผิวที่เป็นพลาสติก สแตนเลส และอยู่ได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมงบนกระดาษแข็ง

กล่าวโดยสรุปจากข้อมูลทั้งหมด “โควิด-19” สามารถแพร่กระจายได้ไกลราว 1-4.5 เมตร และมีชีวิตอยู่ในอากาศได้ราว 30 นาที - 3 ชั่วโมง และยังสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวของวัสดุต่างๆ ได้สูงสุด 2-3 วัน

  •  ยิ่ง "ไวรัส" แพร่ได้ไกล "คน" ยิ่งต้องอยู่ห่างกัน 

"Social Distancing" หรือ "การรักษาระยะห่างทางสังคม" จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องนำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในประเทศกลุ่มเสี่ยง เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของโรคจากคนสู่คนได้ 

"Work From Home" จึงเป็นหนึ่งวิธีปฏิบัติที่สำคัญ ที่จะช่วยให้คนส่วนใหญ่รักษาระยะห่างกับสังคมได้ โดยสามารถลดการพบปะ พูดคุย หรือรวมตัวอยู่ในพื้นที่แออัด ซึ่งเป็นวิธีที่จะขช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างดี 

อย่างไรก็ตาม "การทำงานที่บ้าน" อาจไม่เหมาะกับทุกอาชีพ ทุกลักษณะงาน สะท้อนจากข้อมูลของ "แบงก์ชาติ" ที่ออกมาเปิดเผยผลสำรวจผู้ถูกผลกระทบจาก "โควิด-19" พบว่า แรงงานในเกือบทุกภูมิภาคโดนผลกระทบชัดเจน พร้อมระบุว่า มาตรการปิดสถานที่เสี่ยง กระทบผู้มีงานทำในสัดส่วน 20% ผู้มีงานทำราว 63% ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้

โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานกับเครื่องมือเฉพาะ หรือมีงานที่เกี่ยวข้องกับการพบปะผู้คน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิศวกร นายช่างคุมเครื่องจักร เจ้าหน้าที่คุมท่าอากาศยาน เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือ คนขับรถบรรทุก มอเตอร์ไซด์รับจ้าง คนขับรถสามล้อ แท็กซี่ ฯลฯ

158504168320

ซึ่งในมิติทางธุรกิจ ผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ประกอบอาชีพเหล่านี้อาจต้องหาทางปรับตัวเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจไปในช่องทางออนไลน์ หรือมองช่องทางธุรกิจอื่นๆ ที่ช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ชั่วคราวก่อน

แม้แต่ Work From Home ของบรรดาพนักงานประจำที่สามารถทำงานที่บ้านได้ ก็จะต้องได้รับการสนับสนุนระดับนโยบายขององค์กร ที่ต้องเอื้อต่อการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนในการติดต่อสื่อสาร สนับสนุนอุปกรณ์ในการทำงานของพนักงาน และปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องดูแลเพื่อให้งานดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตมากเกินไป

เป็นที่น่าจับตาว่า หลังจากนี้การ Work From Home (WFH) หรือการทำงานที่บ้าน อาจไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในภาวะวิกฤติเท่านั้น แต่อาจพัฒนาไปสู่การทำงานไร้พรมแดนอย่าง "การทำงานที่ไหนก็ได้" หรือ  "Work Everywhere" ที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้การทำงานในออฟฟิศ จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาของแทบทุกองค์กรก็เป็นได้

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง : 

- รวมโปร ‘เดลิเวอรี่’ ครองเมือง ธุรกิจอาหารปรับตัวเพื่ออยู่รอด

- รวมแอพฯประชุม 'ออนไลน์' ปลอดภัยจาก 'โควิด-19'

- 8 วิธี 'ทำงานที่บ้าน' ให้ได้ 'งาน' ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

- ธปท.เปิดผลสำรวจ 63% ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง