จับพิรุธโสมแดง ปลอดไวรัสโคโรน่า

จับพิรุธไขความลับ ทำไมเกาหลีเหนือที่ถูกประกบด้วยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เป็นจำนวนมาก ทั้งเกาหลีใต้และจีน ถึงอ้างว่า ตนเป็นประเทศปลอดไวรัสโคโรน่า
องค์การอนามัยโลกประกาศว่าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่เข้าสู่ภาวะการระบาดทั่วโลกแล้ว กระนั้นเกาหลีเหนือยังคงอ้างว่า ตนเป็นประเทศปลอดไวรัสโคโรน่า “เนื่องจากชิงใช้มาตรการกักกันแต่เนิ่นๆ” แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครสงสัยในคำอ้างนี้
เว็บไซต์โคเรียไทม์สรายงานวานนี้ (12 มี.ค.) ว่า ถึงวันนี้หลักฐานที่ขัดแย้งกัน ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงมากขึ้นทุกทีว่า เกาหลีเหนือที่ถูกประกบด้วยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นจำนวนมาก ทั้งเกาหลีใต้และจีน อาจปิดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะนี้ไม่ได้
ย้อนไปตั้งแต่เกิดการระบาดขึ้นครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ธ.ค.ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน รัฐบาลคิม จองอึน ก็ใช้มาตรการเข้มงวดต่างๆ นานา เช่น ปิดพรมแดน หยุดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กักตัวชาวต่างชาติทุกคนรวมทั้งชาวโสมแดงเองที่อาจสัมผัสกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้เกาหลีเหนือไม่มีรายงานผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการเลยสักคนเดียว
เมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) หนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุน ของทางการโสมแดง รายงานว่าเกาหลีเหนือกักตัวประชาชนเกือบ 10,000 คนที่อาจติดไวรัส ในจำนวนนี้ 3,800 คนไม่แสดงอาการจึงได้รับการปล่อยตัวแล้ว
รายงานข่าวระบุว่า ผู้ที่ถูกกักตัวมีเฉพาะคนที่มาจากต่างประเทศ และคนที่ติดต่อสัมพันธ์ด้วย รวมถึงนักการทูตและตัวแทนองค์การระหว่างประเทศในกรุงเปียงยาง 380 คน
แต่ล่าสุดมีรายงานข่าวจากเว็บไซต์เดลีเอ็นเค ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในเกาหลีใต้สนับสนุนข้อสงสัยที่ว่า ไวรัสร้ายเข้าสู่ดินแดนเกาหลีเหนือเรียบร้อยแล้ว
รายงานอ้างแหล่งข่าววงในกองทัพโสมแดงรายหนึ่ง ประจำการอยู่บริเวณชายแดนจีน ระบุว่า ทหาร 180 นายเสียชีวิตจากไวรัสโคโรน่า และตอนนี้มีทหารถูกกักตัวอยู่ราว 3,700 นาย
แต่เนื่องจากเกาหลีเหนือเป็นประเทศปิด การยืนยันรายงานข่าวจึงแทบเป็นไปไม่ได้ กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ก็ปฏิเสธไม่ให้ความเห็นต่อรายงานข่าวนี้ รัฐบาลเปียงยางยังเดินหน้ายืนยันว่า ในประเทศไม่มีผู้ติดเชื้อ
โคเรียไทม์สตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อวันจันทร์นักการทูตหลายสิบคนจากเยอรมนี รัสเซีย ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ โปแลนด์ โรมาเนีย และอียิปต์ เดินทางออกจากกรุงเปียงยางมุ่งหน้าไปยังเมืองวลาดิวอสต็อก ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย ชวนให้คิดว่าไวรัสโคโรน่าน่าจะมาถึงเกาหลีเหนือแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญต่างกังวลว่า ถ้าไวรัสมาจริงผลเสียหายตามมาต้องมหาศาล เพราะประเทศนี้ขาดแคลนเวชภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขย่ำแย่ สอดคล้องกับที่ผู้นำเกาหลีเหนือเคยเตือนไว้ว่า ถ้าไวรัสมาถึงประเทศเมื่อใด “ย่อมเกิดความเสียหายรุนแรง”
สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานอ้างคำพูดคิม ที่กล่าวระหว่างการประชุมคณะกรมการเมือง พรรคแรงงาน เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ระบุ
“ในกรณีที่การติดไวรัสกระจายไปในประเทศเกินกว่าหาวิธีการควบคุมได้ จะส่งผลร้ายแรงตามมา”
ด้าน “ยูริมินซอกคีรี” เว็บไซต์โฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อวันอังคาร (10 มี.ค) ว่า เกาหลีเหนือใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการไวรัสที่ต้องแลกกับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
“ไม่มีใครตัดสินใจใช้มาตรการกักตัวอย่างรุนแรงที่สุด เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และส่งผลเสียหายใหญ่หลวง พร้อมๆ กับรับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลไปได้ในเวลาเดียวกัน” เว็บไซต์ดังกล่าวระบุ ซึ่งโคเรียไทม์สกล่าวว่านี่เป็นครั้งแรกที่แดนโสมแดงอ้างถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจผลจากไวรัสระบาด
ส่วนที่เกาหลีใต้วานนี้ (12 มี.ค.) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 114 คนรวมทั้งประเทศ 7,869 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 6 คน รวมยอดผู้เสียชีวิต 66 คน ผู้ติดเชื้อราว 100 คน เกี่ยวข้องกับคอลล์เซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในกรุงโซลที่เพิ่งตรวจพบการติดเชื้อเมื่อไม่กี่วันก่อน
นายกรัฐมนตรีชุง ซิกยุน กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อจากคอลเซ็นเตอร์แห่งนี้อาจเป็นซูเปอร์สเปรดในเขตมหานครโซล ที่ประชาชนครึ่งประเทศกระจุกกันอยู่ที่นี่
ขณะนี้หลายประเทศห้ามหรือจำกัดนักเดินทางจากเกาหลีใต้เข้าประเทศ ทำให้ไม่มีความต้องการเดินทางโดยเครื่องบิน วานนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2546 ที่สายการบินหลายแห่งยกเลิกเส้นทางบินจากกิมโป สนามบินแห่งที่ 2 ของกรุงโซล







