COVID-19 ยังกดดันตลาด

COVID-19 ยังกดดันตลาด

ดัชนีวานนี้ปิดปรับบวกเล็กน้อย คล้ายกับตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ หลังมีข่าวพบวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงกังวลของไวรัสดังกล่าว จากจำนวนผู้ป่วยนอกประเทศจีนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ภายในประเทศยังจับตาผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ-รมต. ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,439.10 จุด (+3.54 จุด) Volume 8.1 หมื่นลบ. ต่างชาติ -1,256.96 ลบ. TFEX Net  +23,831 สัญญา

ปัจจัยบวก / ปัจจัยลบ

+WHO ชู remdesivir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 และเตรียมทดลองใน 50 แห่งทั่วโลก

-ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วง 879.44 จุด -3.15% ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดร่วงลง 1.53 ดอลลาร์ หรือ 3% ปิดที่ 49.90 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) เตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมรับมือโควิด-19 ที่กำลังลุกลามไปยังหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงสวิตเซอร์แลนด์และอาจแพร่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ

-Conference Board เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต่ำกว่าคาดในเดือนก.พ.

-สถิติการขายรถยนต์ประจำเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา มียอดขายโดยรวมทั้งสิ้น 71,688 คัน ลดลง 8.2%

+/-การเมืองในประเทศมีแนวโน้มมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ย้ายสังกัด แต่ยังต้องติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

-Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD 35,706.3 ลบ. ค่าเงินบาท 31.735 บาท/US

*จับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 3 ส่วนสหรัฐเผยความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือนก.พ. ยอดขายบ้านใหม่เดือนม.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้เตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมกับมือกับไวรัสโควิด-19 ที่อาจแพร่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ ประกอบกับล่าสุดสวิสเซอร์แลนด์ยืนยันพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกในประเทศ ขณะที่มีแรงกกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงแรงเป็นวันที่ 2 คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,420-1,1450 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (TU CPF)
  • หุ้น Defensive (RATCH TTW ADVANC CHG)
  • หุ้น High Dividend (KKP TISCO INTUCH)

หุ้นรายงานพิเศษ

  • SC Analyst Meeting (ราคาเหมาะสม IAA Consensus 3 บาท) : ถือรอรับเงินปันผล

      ปี 62 มีกำไรสุทธิ 2,026 ล้านบาท +11.4% โดยมีรายได้รวม 1.76 หมื่นล้านบาท +14%  อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเหลือ 32.8% จาก 33.6% ในปี 61 คชจ.ขายและบริหารเพิ่มขึ้น 15% แต่ยังมีสัดส่วนเมื่อเทียบกับรายได้รวมคงเดิมที่ 18.4% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยเหลือ 11.4% จาก 11.6% ในปี 61 Backlog อยู่ 7,388 ล้านบาทซึ่งคาดจะโอนภายในปี 63 คิดเป็น 65% บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.19 บาทคิดเป็น yield 8.2% XD 30 เม.ย. วันจ่าย 21 พ.ค.

     เป้าการดำเนินงานในปี 63 อยู่ในลักษณะถอยตั้งโดยตั้งเป้ายอดขาย presale 1.8 หมื่นล้านบาท +25% จากการเปิดใหม่ 13 โครงการมูลค่ารวม 1.6 หมื่นล้านบาท เป้ารายได้ 1.78 หมื่นล้านบาทใกล้เคียงกับปี 62 ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มลดลงจากอัตรากำไรขั้นต้นคอนโดฯลดจากเดิม 25-30% เหลือ 27-28% ส่วนแผนสร้างรายได้ประจำจากโครงการโรงแรมมีความคืบหน้าโดยคาดจะมีโรงแรมในทำเลราชวัตรสร้างเสร็จเตรียมเปิดบริการปลายปีนี้

     ความเห็น แนวโน้มกำไรปี 63 มีโอกาสน้อยกว่าปี 62 จากเป้ารายได้ทรงตัว แต่อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลง ด้านราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับ PE 4.8 เท่าต่ำกว่ากลุ่มที่ระดับ 13 เท่า ขณะที่ IAA consensus คาดการณ์ yield 7% แนะนำถือรอรับเงินปันผล

หุ้นมีข่าว   

·      (+) JUBILE (ราคาเหมาะสม 24.50 บาท)   นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยหลังร่วมพิธีเปิดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (บางกอกเจมส์) ครั้งที่ 65 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ก.พ.63 ว่า บรรยากาศการจัดงานครั้งนี้คึกคักกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะผู้เข้าร่วมงานทั้งที่เป็นมหาเศรษฐี และผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆ ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมงานประมาณ 2,500 คน ส่วนใหญ่ไม่ยกเลิกการเดินทางมาเข้าร่วม แม้หลายประเทศได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 (ที่มา ข่าวหุ้น)

·      PSTC (ซื้อ ราคาเหมาะสม 0.88 บาท) รายงานกำไรปี 62 ที่ 3,128 ล้านบาท +3,624%YoY โดยมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนใน TPN ราว 3 พันล้านบาท ขณะที่รายงานกำไรปกติที่ 123 ล้านบาท +47%YoY จากการรับรู้รายได้ของ BGT 100% ตั้งแต่เดือนก.ย. 62 และมีการรับรู้รายได้จากการก่อสร้างคลังน้ำมันจำนวน 276 ล้านบาทเข้ามาหนุนรายได้เพิ่มเติม

·      ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อผลประกอบการปกติในปี 63 เนื่องจากเป็นการรับรู้รายได้จากการถือหุ้น BGT 100% เต็มปี อีกทั้งได้แรงหนุนจากรายได้ก่อสร้างคลังน้ำมัน นอกจากนี้มีแผนย้ายเข้า SET  ภายใน 2Q63 หากการประชุมผู้ถือหุ้นในเดือนเม.ย. 63 อนุมัติ ขณะที่การก่อสร้างท่อขนส่งน้ำมันไปยังภาคอีสานมีความคืบหน้าอยู่ที่ 19%

·      (+) BGRIM (Bloomberg Consensus 54.50 บาท)   รอข่าวดี! ลุ้นบอร์ดกกพ.ออกใบอนุญาตจัดหาและนำเข้า LNG ภายในมี.ค.นี้ หลังยื่นแผนป้อนก๊าซโรงไฟฟ้า SPP ที่เป็นลูกค้ารายใหม่ ล่าสุดโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 4/62 พุ่ง 215% ดันปี 62 ฟันกำไรสุทธิ 2,331 ล้านบาท โต 25.10% อานิสงส์มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 40% แตะ 2,896 MW พร้อมเคาะจ่ายปันผลครึ่งปีหลังอีก 22 สตางค์/หุ้น (ที่มา ข่าวหุ้น)

·      (+) TCAP (Bloomberg Consensus 60.32 บาท)  ใจถึงประกาศปันผล 1.80 บาท ยีลด์มากกว่า 3% สูงกว่าโบรกฯ คาด ขึ้น XD วันที่ 29 เม.ย.นี้พร้อมเดินหน้าเก็บหุ้นคืน ที่ระดับราคาเฉลี่ย 54.75 บาท สูงกว่ากระดาน ถึงวันที่ 10 ส.ค.นี้ นักวิเคราะห์คาดไตรมาสแรกงบหรู บันทึกกำไรขายหุ้นอายิโนะโมะโต๊ะ 3 พันล้าน ราคาเป้าหมาย 57 บาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

·       (+) SMPC (Bloomberg Consensus - บาท)  วางเป้ายอดขายถังแก๊สปี 63 โต 30% แตะระดับ 8.4 ล้านใบ ตลาดเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา อเมริกาขยายดี พร้อมยืนยันโควิด-19 ไม่กระทบวัตถุดิบ พร้อมทุ่มงบ 13 ล้านดอลลาร์ ลุยโรงงานแอฟริกา (ที่มา ทันหุ้น)

·      (+) RBF (Bloomberg Consensus - บาท) กดปุ่มเดินเครื่องโรงงานผลิตในอินโดนีเซียและเวียดนาม ขนาดกำลังผลิตรวมกว่า 20 ตันต่อวัน มั่นใจปี 2563 ใช้อัตรากำลังการผลิตทะลุ 65% ด้านฟู้ดโค้ตติ้งแนวโน้มดี เตรียมเจรจาพันธมิตรญี่ปุ่นหวังขยายตลาด จ่อปรับเป้าหมายรายได้ใหม่ คาดรับผลกระทบทางอ้อมไวรัสโควิด-19 (ที่มา ทันหุ้น)

·      TMB (Bloomberg Consensus 1.70 บาท)  เผยแบงก์ธนชาตให้สินเชื่อบริษัทในเครือและดีลเลอร์เชฟโรเลตในสัดส่วนที่ต่ำ จากข้อมูล ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 1. สินเชื่อ (Term Loan) ที่ให้กับดีลเลอร์เชฟโรเลต มียอดคงค้างเพียง 23 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ0.002% ของสินเชื่อรวมทั้งหมดของธนาคารและบริษัทย่อย (งบการเงินรวม) ทั้งยังเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกันครอบคลุมมูลค่าหนี้ 2. สินเชื่อ Floor Plan หรือ Inventory Financing ซึ่งเป็นวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนเพื่อการซื้อรถยนต์สำหรับจัดแสดงและจำหน่าย มียอดคงค้างประมาณ 469 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนเพียง 0.03% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด (งบการเงินรวม)  ประเมินผลกระทบอยู่ในระดับต่ำ เชื่อบริหารจัดการได้

  • (+) L&E (Bloomberg Consensus - บาท) มั่นใจยอดขายปี 63 โต 15% หลังเลื่อนส่งมอบงานมาเป็นปีนี้ แถมได้ออเดอร์หลอดไฟ-อุปกรณ์ IoT จากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 100-150 ล้านบาท/เดือน โชว์แบ็กล็อก 1 พันล้านบาท คาดบุ๊กทั้งหมดภายใน Q1-Q2 พร้อมลุยเดินหน้าประมูลงานรัฐและเอกชน หวังรักษาแบ็กล็อก 1,000-1,500 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)
  • (+) III (Bloomberg Consensus 80 บาท) เดินหน้าเสริมแกร่ง JV-M&A ธุรกิจเกี่ยวเนื่องธุรกิจหลัก 2-3 ดีล คาดได้ข้อสรุปภายในปี 2563 นี้ไม่น้อยกว่า 1 ราย ขณะที่ยอมรับไวรัสโควิด-19 กดดันการส่งออกทางอากาศ-เรือหดตัว ประเมินผลการดำเนินงานปี 2563 เติบโตใกล้เคียงปีก่อน หวังสถานการณ์จะดีขึ้นหลังเดือนเมษายนนี้พร้อมทุ่ม 283 ล้านบาท ลงทุนเพิ่มใน SAL และ GV รองรับการขยายธุรกิจ (ที่มา ทันหุ้น)

 (+) PRM (Bloomberg Consensus 9.40 บาท)  โชว์ผลงานปี 2562 สุดหรู มีกำไรสุทธิ 1,122.5 ล้านบาท เติบโต 50.4% จากพอร์ตกองเรือแข็งแกร่ง รับดีมานด์ลูกค้าพุ่งทั้งกลุ่มเรือขนส่งภายในประเทศและกลุ่มเรือ FSU ดันการเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมจ่ายปันผลอีก 0.14 บาทต่อหุ้น ส่วนเป้าปี 2563 คาดเติบโต 10-15% หลังกลุ่มเรือ FSU ทำรายได้เต็มปี (ที่มา ทันหุ้น)