จับตาร่างงบประมาณปี 63

จับตาร่างงบประมาณปี 63
7 กุมภาพันธ์ 2563 | โดย บล.โกลเบล็ก
607

ดัชนีวานนี้ปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อย และแกว่งตัวในกรอบแคบตลอดช่วงการซื้อขาย

ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก หลังจากตลาดคลายความกังวลไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดที่ 1,535.79 จุด (+1.65 จุด) Volume 6.9 หมื่นลบ. ต่างชาติ -2,378.48 ลบ. TFEX Net  +2,356 สัญญา

ปัจจัยบวก / ปัจจัยลบ

+ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 88.92 จุด +0.30% ขานรับจีนประกาศลดภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐวงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์มีผล 14 ก.พ. และได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือน

+ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวก 20 เซนต์ +0.4% ปิดที่ 50.95 ดอลลาร์/บาร์เรล นลท.จับตารัสเซียว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ต่อการที่คณะกรรมการด้านเทคนิคของกลุ่มโอเปกเสนอให้ปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 600,000 บาร์เรล/วัน

+ก.พาณิชย์ เผย CPI เดือน ม.ค.63 ขยายตัว 1.05% Core CPI ขยายตัว 0.47% YoY บ่งชี้เงินเฟ้อยังแผ่ว

+ก.คลังเร่งจัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ เจรียมออกกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองใหม่ระดมเงินลงทุน

-จีนเผยยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาพุ่งขึ้นเป็น 636 ราย, ยอดติดเชื้อเพิ่มเป็น 31,161 ราย ขณะที่การวิจัยวัคซีนยังอยู่ในช่วงของการศึกษา

-Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD 22,602.59 ลบ. ค่าเงินบาท 31.17 บาท/US

*จับตาศาลรธน. วินิจฉัยร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เป็นโมฆะหรือไม่ และสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนม.ค. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนธ.ค.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเป็นวันที่ 3 หลังมีรายงานข่าวว่านักวิทยาศาสตร์จีนและอังกฤษสามารถคิดค้นยาและวัคซีนต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ประกอบกับแรงหนุนจากวุฒิสภาสหรัฐลงมติคัดค้านการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,525-1,550 จุด

กลยุทธ์การลงทุน

  • ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (BH BCH BDMS TM PHOL)
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (TU CPF)
  • หุ้นที่ได้ประโยชน์จากไข้หวัดนกระบาดในมลฑลหูหนาน (TU CPF TFG)
  • รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว (AAV AOT MINT ERW)

หุ้นรายงานพิเศษ

INSET “ซื้อราคาเหมาะสม 3.26 บาท

  • คาดรายได้จากการดำเนินงานงวด 4Q19 ที่ 297.1 ล้านบาท ลดลง-30.4%QoQ เมื่อเทียบกับฐานสูงในไตรมาสก่อน เนื่องจากใน 3Q19 มีงานรับรู้งานโครงการใหญ่อย่าง USO Phase 1&2 ประกอบกับเป็น High Season ของธุรกิจ แต่หากเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนยังเติบโต +8.2%YoY ด้าน Goss Margin คาดว่าจะปรับลดลงจาก 20.6% ใน 3Q19 กลับมาสู่ระดับปกติของธุรกิจที่ 15-18% เนื่องจากงานที่รับรู้ใน 3Q19 มี Margin สูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้เราประมาณการกำไรสุทธิ 4Q19 ที่ระดับ 23.9 ล้านบาท ลดลง -52.6%QoQ แต่ยังเติบโต +28.2%YoY
  • ทิศทางผลประกอบการปี 20 ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอด Backlog อยู่ที่ระดับ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ใน 1-2 ปี ประกอบกับรอผลการประมูลงานใหม่อีกราว 500 ล้านบาทใน 1Q20 นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนในเทคโนโลยี 5G ที่จะไหลเข้า หลังเสร็จสิ้นการประมูล เนื่องจาก Operator จำเป็นต้องเพิ่มจำนวนเสาส่งสัญญาณเพื่อให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น นอกจากนั้นบริษัทยังได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน Recurring Income ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 5% ของรายได้ สู่ระดับ 10% จากการขยายการลงทุนในโครงการ Google Station โดยมีแผนขยายให้บริการที่ 5 พันจุดภายในสิ้นเราประมาณการกำไรสุทธิปี 20 ราว 138.7 ล้านบาท เติบโต +15.0%YoY
  • เราเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อโดยประเมินราคาเหมาะสมโดยอิงค่าเฉลี่ย PER ของกลุ่มธุรกิจ SI (System Integration) ย้อนหลัง 5 ปี ที่ 13 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 20 เท่ากับ 3.26 บาท มี Upside จากราคาปัจจุบันราว 22.6%

หุ้นมีข่าว   

(-) ADVANC (Bloomberg Consensus 252.79 บาท)   ผลงานปี 2562 ปั๊มกำไรโต 31,051 ล้านบาท ยอดผู้ใช้บริการเพิ่มหนุนพอร์ตลูกค้าโดยรวมแตะ 42 ล้านเลขหมาย พร้อมจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง 2562 อีก 3.56 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD 19 กุมภาพันธ์ 2563 เตรียมชงผู้ถือหุ้นอนุมัติออกหุ้นกู้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท เสริมแกร่งธุรกิจ (ที่มา ทันหุ้น)

ความเห็น : คาดอาจมีแรงขายระยะสั้น เนื่องจากผลประกอบการ 4Q19 กว่าตลาดคาดราว 14% โดยมีกำไรสุทธิ 7 พันล้านบาท (-20%QoQ ,+3%YoY) ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ การให้ส่วนลดค่าเครื่องและกิจกรรมทางการตลาดตามฤดูกาล เป็นหลัก

KTB (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 18.04) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง 0.25% ต่อปีจากอัตรา 6.025% ต่อปี เหลืออัตรา 5.775% ต่อปี มีผลตั้งแต่ 7 ก.พ.2563 เป็นต้นไป (ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์)

TCAP (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 59.39) แจ้งว่าบริษัทได้ลงนามข้อตกลงการซื้อขายหุ้นบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด (AJT) เมื่อ 31 ม.ค. ขายหุ้น AJT ที่บริษัทถือผ่านบริษัท ธนชาต เอสพีวี 2 จำกัด (SPV2) ทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วน 6% ของจำนวนหุ้น AJT ให้กับ AJINOMOTO Co., INC (AJICO) ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้นเป็นเงินประมาณ 7,167 ล้านบาท และคาดจะชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ภายในเดือนก.พ. 63 เตรียมบันทึกกำไรพิเศษ 3 พันล้านบาทหรือ 2.7 บาทต่อหุ้นทำให้คาดว่าจะปรากฏในงบช่วงไตรมาสแรก คาดประกาศ 20 พ.ค. 2563 (ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์ ข่าวหุ้น)

 (+) GPSC (Bloomberg Consensus 86.50 บาท) ส่งสัญญาณแนวโน้มธุรกิจปีนี้สดใส เร่งศึกษาลงทุนโครงการใหม่ในไทย-ต่างประเทศ นอกจากนี้ เล็งปิดดีลซื้อโซลาร์ฟาร์มในไทย 9 โครงการ กำลังการผลิตรวม 39.5 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+/-) CRC (Bloomberg Consensus - บาท) เซ็นทรัล รีเทลหรือ CRC เคาะราคาไอพีโอครั้งประวัติศาสตร์ ที่ 42 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 78,124 ล้านบาท เตรียมเข้าเทรดวันแรก 20 ก.พ.นี้ พร้อมคาดเข้าดัชนี SET50 ด้วยเกณฑ์ Fast-track ภายใน 3 วันทำการนับจากวันเข้าเทรด (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) THCOM (Bloomberg Consensus 4.28 บาท) ควักกำไรสะสม 219 ล้านบาท จ่ายปันผลปี 62 หุ้นละ 0.20 บาท ขึ้น XD วันที่ 25 ก.พ. 63 ก่อนจ่ายปันผลวันที่ 21 เม.ย. 63 ส่วนงบปี 62 ขาดทุนอ่วม 2,250 ล้านบาท หลังรายได้ลดลง และมีค่าใช้จ่ายพิเศษ 1,818 ล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) MGT (ราคาเหมาะสม 2.66 บาท)  ชูกลยุทธ์เชิงรุกขยายธุรกิจในไทย-ต่างประเทศ ตั้งเป้าปี 63 รายได้พุ่ง 950 ล้านบาท เดินหน้าโครงการร่วมลงทุนกับญี่ปุ่นผลิตกราไฟต์ตามแผน ขณะที่เตรียมบุกตลาดน้ำมันสังเคราะห์ ส่วนผลงานปี 62 รายได้ใกล้เคียงเป้าที่คาดว่าจะโต 10% แม้มั่นใจกำไรทำนิวไฮ ชงบอร์ดอนุมัติงบวันที่ 18 ก.พ.นี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) GUNKUL (Bloomberg Consensus 3.75 บาท) บอร์ดไฟเขียวอนุมัติโครงการโซลาร์ฟาร์ม 60 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม ดันกำลังการผลิตที่ COD แล้วในไตรมาส 1/2563 เพิ่มอีก 90 เมกะวัตต์ วางเป้ารายได้ปี 2563 โต 25% แตะ 9 พันล้านบาท ด้านโบรกส่องกำไรปกติไตรมาส 4/2562 ที่ 487 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% ธุรกิจไฟฟ้าที่โตต่อเนื่อง แนะซื้อสะสม เป้า 3.60 บาท (ที่มา ทันหุ้น)

(+) JMT (Bloomberg Consensus 23.00 บาท)  มองดีมานด์ใช้เงินพุ่ง เชื่อสถาบันการเงินเดินหน้าขายหนี้เสียเพิ่ม คาดงบไตรมาส 1/2563 ฉายแววเด่น เร่งเจรจาซื้อหนี้เสียทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันเข้าบริหารในพอร์ตต่อเนื่อง 2-3 ราย มูลหนี้ที่ซื้อรวมกว่า 10,000 ล้านบาท คาดทยอยได้ข้อสรุปไตรมาสแรกปีนี้เผยธุรกิจรับติดตามหนี้และประกันภัยการตอบรับดี (ที่มา ทันหุ้น)

ติดตามข่าวสารผ่าน facebook กรุงเทพธุรกิจ เพียง กดถูกใจ

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
เอกสารประกอบ:
Tags: