เนคเทคดัน 'เอไอไทย' หนุนเอกชนทรานส์ฟอร์ม

เนคเทคดัน 'เอไอไทย'  หนุนเอกชนทรานส์ฟอร์ม
23 มกราคม 2563 | โดย ชญานิษฐ์ นกแก้ว
301

เนคเทค เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จดัน 'AI For Thai' แพลตฟอร์มเอไอสัญชาติไทย เข้าถึงกลุ่ม 'นักพัฒนาโปรแกรม' อัพเลเวลผ่านการระดมสมอง มุ่งปั้นเซอร์วิสและแอพพลิเคชั่นใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยให้มากยิ่งขึ้น

AI For Thai แพลตฟอร์มให้บริการเอไอสัญชาติไทย ผลงานพัฒนาโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดตัวเมื่อ ก.ย.ที่ผ่านมา ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริการ และเพื่อให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีเอไออย่างทั่วถึง ล่าสุดได้จัดกิจกรรมอบรมการใช้งานแพลตฟอร์มนี้ ในกลุ่ม"นักพัฒนาโปรแกรม" ที่จะนำไปสู่การระดมสมองคิดค้นโซลูชั่นใหม่ๆ มาตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ

ยกตัวอย่างภาคธุรกิจกลุ่มค้าปลีก (รีเทล) สามารถใช้แชทบอทโต้ตอบเพื่อตอบคำถาม ให้บริการแก่ลูกค้าแทนพนักงาน กลุ่มโลจิสติกส์ ใช้ระบบรู้จำใบหน้า (Face Recognition) เพื่อตรวจจับใบหน้าของพนักงานขับรถว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ด้านการแพทย์ก็เริ่มใช้วิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงของโรคส่วนบุคคล หรือการอ่านฟิล์มเอ็กซเรย์แทนเจ้าหน้าที่ เป็นต้น ด้านการท่องเที่ยวสามารถใช้เอไอแปลภาษาและสามารถวิเคราะห์รูปอาหารตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวจากภาพถ่าย

‘ดีเวลลอปเปอร์’ ฟันเฟืองหลัก

เทพชัย ทรัพย์นิธิ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ เนคเทค กล่าวว่า ตลาดด้านเอไอทั่วโลกในปี 2559 มีมูลค่าสูงถึง 357 ล้านดอลลาร์ และประมาณการณ์ว่าในปี 2568 จะเพิ่มเป็น 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งยังคาดการณ์ว่าในปี 2573 ภูมิภาคที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเอไอต่อจีดีพีคือประเทศจีน ซึ่งจะเติบโตเพิ่มเป็น 26% ส่วนประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเพียง 5% เท่านั้น

ทั้งนี้ในประเทศไทยมีกว่า 40 บริษัทสตาร์ทอัพที่นำเอไอมาประยุกต์ใช้ในโครงสร้างธุรกิจ อาทิ เซอร์ทิส และ CT Asia Robotics หมายความว่า ประเทศไทยจะต้องหาช่องทางที่จะผลักดันให้เติบโตตรงจุดนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับอีโคซิสเต็มว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ให้มีการนำเอไอมาใช้กันอย่างแพร่หลายและสามารถนำไปประกอบใช้กับทุกภาคส่วน

AI For Thai จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเซอร์วิสให้กับผู้ที่อยากใช้เทคโนโลยี โดยมีทั้งแพลตฟอร์ม โซลูชั่น รวมถึงเครือข่ายนักวิจัยที่จะสนับสนุนความต้องการของกลุ่มองค์กรต่างๆ อีกด้วย

ทั้งนี้ AI For Thai เป็นผลงานวิจัยต่อเนื่องกว่า 20 ปี จุดเด่นคือ การมีบริการพร้อมเรียกใช้งาน ช่วยให้สามารถต่อยอดสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว ทดสอบใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โมดูลต่างๆ ที่รวบรวมเข้ามาให้บริการบนแพลตฟอร์มจำแนกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.Language บริการด้านประมวลผลข้อความภาษาไทยรอบด้าน 2.Vision บริการด้านวิเคราะห์ภาพและวิดีโอหลากหลาย เช่น วิเคราะห์ใบหน้า (Face Analytics) และ 3. Conversation บริการด้านสนทนาแบบครบวงจร เช่น แปลงเสียงพูดเป็นข้อความ (Speech to Text) บริการเหล่านี้พร้อมให้ใช้งานในรูปแบบเว็บเซอร์วิส หรือ API

ขณะนี้มีผู้เรียกใช้บริการกว่า 6 แสนครั้ง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การตรวจวิเคราะห์น้ำประปา ระบบรับรู้จำใบหน้าที่ทดสอบโดยใช้ไลน์บอท ถ่ายรูปหรือส่งรูปทะเบียนรถแล้วให้ AI T-LPR แปลงเลขทะเบียนรถแล้วแสดงผลที่อุปกรณ์”

นอกจากนี้ เนคเทคได้จัดคอร์สอบรมโดยเน้นนักพัฒนาโปรแกรม ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะนำแพลตฟอร์มเอไอไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นบริการต่างๆ ที่จะสามารถนำมาแชร์ให้ใช้งานกันได้อย่างแพร่หลาย และคาดว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมตามมา

มุ่งสร้างระบบนิเวศ ‘เอไอ’

กริช นาสิงห์ขันธุ์ นักวิจัยกลุ่มวิจัยปัญญาประดิษฐ์ กล่าวว่า AI For Thai ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ (National Infrastructure) ที่ทุกคนสามารถใช้คีย์เวิร์ด API และดึงไปใช้ได้ง่ายๆ แทนที่จะเขียนโค้ดใหม่ แต่เรียกด้วยคำสั่งเดียวก็สามารถนำข้อมูลใส่ในกระบวนการต่างๆ ได้เลย ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายให้กับผู้พัฒนาโปรแกรม

เมื่อมีการพัฒนาบริการใหม่ๆ ขึ้นมาก็จะสามารถนำมาวางบน AI For Thai ให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใช้ได้ฟรีภายใต้เงื่อนไขกำหนด และเมื่อมีการทดสอบความเป็นไปได้ (POC) เสร็จสิ้นแล้วนั้น หากต้องการจะต่อยอดธุรกิจก็สมามารถดีลได้โดยตรง จึงนับเป็นการสร้างอีโคซิสเต็มสำหรับเอไอในประเทศไทยอีกทางหนึ่ง


157969732915

จุดแข็งของ AI For Thai คือ 1.การเข้าใจบริบทภาษาไทยได้ดี 2.ข้อมูลยังคงอยู่ในประเทศ ไม่รั่วไหลเนื่องจากระบบป้องกันต่างๆ ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลทั้งหมด 3.เน้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติที่ทุกคนสามารถใช้และแบ่งปัน ทำให้ที่ผ่านมาภาคเอกชนนำไปประยุกต์ใช้มากมาย ซึ่งกลุ่มแรกๆ คือสถาบันการเงิน อาทิ ด้านการแปลเสียงพูดให้เป็นข้อความ (Speech To Text) โดยใช้มอนิเตอร์การสนทนาของลูกค้ากับเจ้าหน้าที่ เพื่อจับออกมาเป็นข้อความจากนั้นสามารถวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น ฉะนั้น ทุกฟังก์ชั่นจึงเป็นพื้นฐานขององค์กรที่จะนำไปต่อยอดได้ทั้งหมด”

ปัจจุบัน AI For Thai มีทั้งสิ้น 29 บริการ แบ่งเป็นของเนคเทค 23 บริการ นอกจากนี้ยังมีบริการของพาร์ทเนอร์ ได้แก่ บริษัท ปัญญาประดิษฐ์เทคโนโลยี 1 บริการ คือ บริการการรู้จำป้ายทะเบียนรถ บริษัทไอแอพเทคโนโลยี 1 บริการ คือ บริการสกัดคำตอบของคำถามจากบทความภาษาไทย และ KBTG (บริษัทลูกธนาคารกสิกรไทย) 4 บริการ คือ บริการแบ่งข้อความตามใจความสำคัญ บริการคัดกรองข้อความสแปมที่ไม่เกี่ยวกับการเงินการธนาคาร บริการตรวจหาเจตนา ความรู้สึก-เอนทิตีในข้อความ และบริการวิเคราะห์ความรู้สึกในข้อความ

‘รีสกิล-อัพสกิล’ปั้นบุคลากร

ส่วนความยากของการพัฒนาทั้งในส่วนของ AI For Thai หรือแม้กระทั่งเอไอทั้งประเทศ คือ “บุคลากร” โดย กริช มองว่า ทั่วโลกขาดแคลนบุคลากรด้านเอไอจำนวนมาก ทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น ต้องมีการส่งเสริมด้วยการรีสกิล-อัพสกิล

157969736119

อีกทั้งการที่เอไอจะฉลาดได้จำเป็นต้องมี “ข้อมูล” โดยจะพัฒนาด้านดาต้ามากขึ้นเพื่อที่จะให้เอไอมีการเรียนรู้ ขณะเดียวกันเร่งดึงดูดทุกภาคส่วนให้หันมาใช้งาน เพื่อที่จะเพิ่มปริมาณเซอร์วิสในแพลตฟอร์มให้มีมากพอที่จะดึงดูดความสนใจนักพัฒนาเหล่านั้น พร้อมทั้งในอนาคตจะมีการต่อยอดสู่ภาคการศึกษา โดยจัดอบรมอาจารย์ นักศึกษา เพื่อให้เกิดระบบนิเวศที่มีความร่วมมือกันทุกภาคส่วน จึงจะทำให้แพลตฟอร์ม AI For Thai ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลายต่อไป

ทั้งนี้ เนคเทคจัดแฮคกาธอน “Driving Thailand into AI Nation” 6-8 มี.ค.นี้ เวทีที่เปิดโอกาสให้ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดแพลตฟอร์ม AiForThai ในแบบของคุณ รับสมัครวันนี้-16 ก.พ.2563 ดูรายละเอียดได้ที่ www.aiforthai.in.th/hackathon2020

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง