ส.ว. ปูด อดีตรมต.ในกมธ.งบฯ63 สภาฯ ทุจริตโยกงบฯ

ส.ว. ปูด อดีตรมต.ในกมธ.งบฯ63 สภาฯ ทุจริตโยกงบฯ
20 มกราคม 2563
616

"ส.ว." ปูดอดีตรมว.ในกมธ.งบฯ63 สภาฯ ทุจริตโยกงบฯ ลงจว. หวั่นเกิดทุจริตต้นยันปลายน้ำ จวก “รัฐบาล” ไม่จริงจังปราบโกง หลังลดงบ ป.ป.ช. เหลือ 10 ล้านบาท ห่วงตัดรางวัลคนให้เบาะแสต้นตอทุจริต-ขาดการมีส่วนร่วมปชช.

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.63 ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2ล้านล้านบาท การอภิปราของส.ว. ยังเป็นแนวทางการให้ข้อเสนอแนะต่อการใช้งบประมาณ เนื่องจากตามกฎหมายส.ว. ไม่สามารถแก้ไขหรือปรับลดในการจัดสรรงบประมาณได้ มีอำนาจเพียงแค่จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น 

โดยตอนหนึ่งของการอภิปรายของส.ว. นายสมชาย แสวงการ ส.ว. กล่าวสนับสนุนการเดินหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ​ตามที่รัฐบาลดำเนินการจัดสรรให้กับบุคคลแบบเฉพาะเจาะจง แม้จะขัดหลักที่ว่านักการเมืองให้ปลา พระราชาให้เบ็ด ก็ตาม เพราะกรณีที่เกิดขึ้นสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามในการบริหารราชการของรัฐบาล 6 เดือนนั้นถือว่าหมดช่วงฮันนีมูนแล้ว ดังนั้นรัฐบาลต้องเดินหน้า ปรับและขยายผลให้ดีมากยิ่งขึ้น พร้อมเตรียมรับความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ กว่า 21 ล้านคน และกลุ่มผู้สูงวัย หากรัฐบาลดูแลและไม่ทำให้เกิดปรากฎการณ์แอบเลียไอติม เชื่อว่าประเทศจะพัฒนาได้ 

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งทำโดยจำเป็น คือ เฟกนิวส์ที่อาจจะเป็นจริง เพราะมีข้อมูลที่ไดรับจากเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าชี้แจงกมธ.วิสามัญ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 ของสภาผู้แทนราษฎร ว่าพบความไม่โปร่งใส เนื่องจากมีอดีตรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งมีคดีทุจรติ เรียกเจ้าหน้าที่ไปคุยหลังบ้าน เพื่อขอย้ายงบประมาณไปลงจังหวัดหนึ่ง หากไม่ให้ จะตัดลดงบประมาณ 

“มีคนพบเห็นยืนยันว่า อดีตรัฐมนตรีบางคน ใช้วิธีการนี้ ซึ่งขอให้สภาฯ ตรวจสอบหากพบการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง เชื่อว่ากลางน้ำ และปลายน้ำจะไม่ทุจริตได้อย่างไร ทั้งนี้การตั้งกมธ.ของสภาฯ จำเป็นต้องตรวจสอบคนที่ไม่มีคดีทุจริต ไม่ใช่ส่งตามโควต้า ผมขอฝากไปยังนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ว่า การโยกงบไปที่ต่างๆ หรือตัดไปนั้น หากสอบดีๆ มีเค้าลางการเรื่องนี้ ซึ่งผมไม่อยากให้การพิจารณางบปีหน้าเกิดขึ้นอีก” นายสมชาย กล่าว  

ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายพร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำโครงการของรัฐ ที่ถูกฟ้องร้อง ทำให้รัฐเสียค่าโง่ ว่า มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5,000 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้เร็วๆ นี้จะมีบางคดีที่จะหมดอายุความซึ่งมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ทั้งนี้การชำระค่าเสียหายดังกล่าวควรเป็นรายได้ของรัฐ​ ขณะที่การทำงานของหน่วยงานรัฐ พบว่ามีการโยกหน้าที่การทำงานและไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ ตนขอให้รัฐบาลเร่งรัดต่อการปราบการทุจริตและดำเนินคดีกับผู้ที่ทุจริต โดยไม่ปล่อยให้ลอยนวล อย่างไรก็ตามการทุจริตของบางคนพบว่าบางคนถึงขั้นลอยอังคารแล้วรัฐไม่ดำเนินการใดๆ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากระบบที่ไม่มีบุคคลใดจัดการอย่างจริงจัง ส่วนการปรับลดงบประมาณของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เหลือ 10 ล้านบาท คือการไม่ให้เกียรติกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศด้านการปราบทุจริต

ขณะที่ นายกล้าณรงค์ จันทิก ส.ว. อภิปรายท้วงติงต่อการปรับลดงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากเดิมที่เสนอขอ 269.4 ล้านบาท เหลือเพียง 10 ล้านบาท  ซึ่งการปรับลดงบประมาณดังกล่าวอาจกระทบต่อการจัดสรรเงินรางวัลให้กับบุคคลที่แจ้งเบาะแสการทุจริต ที่เป็นมาตรการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นจนนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้.

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง