5ปี "เอสเอ็มอี"ทุ่มทำวิจัย 9.7 หมื่นล้าน

5ปี
16 พฤศจิกายน 2562
488

บีโอไอ หนุน เอสเอ็มอี ลงทุนวิจัยพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เผยตั้งแต่ปี 2558 – ก.ย. 2562 มียอดขอรับการส่งเสริมลงทุนกิจการเอสเอ็มอีไทยรวมกว่า 2 พันโครงการ มูลค่าลงทุนกว่า 9.7 หมื่นล้าน

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอ ได้ให้ความสำคัญและส่งเสริมธุรกิจ เอสเอ็มอี มาโดยตลอด โดยกว่า 60% ของโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนในแต่ละปีจะเป็นธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีมูลค่าเงินลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท ทั้งนี้ ระหว่างปี 2558 – ก.ย. 2562 หรือประมาณ 5 ปีที่ผ่านมามีโครงการเอสเอ็มอีไทย ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 2,222 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 97,912 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการขอรับการส่งเสริมในกิจการวิจัยและพัฒนารวม 85 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุน 9,094.9 ล้านบาท
โดยที่ผ่านมา บีโอไอมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับเอสเอ็มอีด้วยสิทธิประโยชน์ที่สูง และเงื่อนไขที่ผ่อนปรน พร้อมทั้งสนับสนุนการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่กับเอสเอ็มอีไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการ รวมทั้งมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เช่น การสนับสนุนกองทุนพัฒนาเทคโนโลยี การฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีขั้นสูง และการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น โดยสามารถนำเงินลงทุนดังกล่าวมาลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจากบีโอไอได้
157381949529

สำหรับตัวอย่างเอสเอ็มอีที่โดดเด่นในการลงทุนธุรกิจที่มีนวัตกรรม และมีการลงทุนด้านการวิจัยเฉพาะด้าน ก็คือ บริษัท โกลบอล บั๊กส์ เอเชีย จำกัด เป็นกิจการร่วมทุนไทยกับสวีเดน ดำเนินกิจการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารและอาหารเสริม เป็นต้น มีจุดเด่นที่การวิจัยและพัฒนาโปรตีนผงที่ได้จากแมลง เช่น จิ้งหรีด ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมนำมาทำเป็นโปรตีนผงที่ใช้ในการประกอบการอาหาร เช่น เส้นพาสต้า และเป็นวัตถุดิบหลักสำหรับอาหารเสริม โดยได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มประเทศยุโรป นับเป็นตัวอย่างกิจการที่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกิจการไทยและต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันบีโอไอได้ให้การส่งเสริมกิจการลักษณะนี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกิจการที่มีการวิจัยและพัฒนา

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้รับการส่งเสริมในกิจการวิจัยและพัฒนาสารเติมแต่งกลิ่นรส (FLAVOR) เพื่อลดการนำเข้าสารเติมแต่งกลิ่นรสจากต่างประเทศ รวมทั้งช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตรของไทย ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศ
“ทั้งสองกิจการ ถือเป็นบริษัท เอสเอ็มอี ของคนไทย ที่มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ด้วยการทำวิจัย และพัฒนา นำไปสู่การพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก ซึ่งบีโอไอให้การส่งเสริมในหมวดกิจการวิจัยและพัฒนา โดยให้สิทธิประโยชน์สูงสุดยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี โดยไม่กำหนดวงเงินในการยกเว้นภาษีอีกด้วย”

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง