'ธนาธร' แถลง 4 ประเด็นปมถือหุ้นสื่อ ลั่น 'ผมผิดเพราะต้านสืบทอดอำนาจคสช.'

'ธนาธร' แถลง 4 ประเด็นปมถือหุ้นสื่อ ลั่น 'ผมผิดเพราะต้านสืบทอดอำนาจคสช.'
15 พฤศจิกายน 2562
2,752

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" แถลงปิดคดีหุ้นวี-ลัค แจง 4 ประเด็น ลั่นไม่ผิดเรื่องหุ้นสื่อ แต่ผิดที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ คสช.

ช่วงเช้าวันนี้ 15 พ.ย. 62 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดีกรณีการถือหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ต่อสาธารณะ ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค ซึ่งจะมีการพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 20 พ.ย. 62 ดังนั้นการแถลงปิดคดีต่อสาธารณะครั้งนี้ จะเป็นการแถลงอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้าย ซึ่งในการแถลงในครั้งนี้ โดยนายธนาธรได้พูดถึงเรื่องดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นสื่อหรือไม่
บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไม่ใช่สื่อ เนื่องจากบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ได้ปิดตัวไปแล้วก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ตั้งแต่ 26 พ.ย. 61 บริษัทไม่มีรายได้อีกแล้ว จะมีก็แต่เงินรับค้างจ่าย แต่รายได้ที่เกิดจากการสร้างผลิตภัณฑ์ หรือบริการใหม่นับตั้งแต่ พ.ย. ไม่มีอีกแล้ว รายได้เดียวที่ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด มีในปี 62 ก็คือรายได้จากการขายทรัพย์สินเพื่อปิดกิจการ ดังนั้นต้องบอกว่า บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ไม่มีพนักงาน ยุติกิจการไปแล้ว ไม่มีผลิตภัณฑ์ ไม่มีบริการ บริษัทเช่นนี้จะเป็นสื่อได้อย่างไร


ประเด็นที่ 2 ยังเป็นผู้ถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ในวันที่ 6 ก.พ. หรือไม่
มีการอ้างอิงถึง บอจ.5 ว่ายังเป็นผู้ถือหุ้นสื่อ แต่ บอจ.5 ไม่ใช่หนังสือยืนยันการเป็นผู้ถือหุ้น เป็นเพียงหนังสือที่บริษัทแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์ถึงรายชื่อล่าสุดของผู้ถือหุ้น การจะดูว่าการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเกิดผลสัมฤทธิ์ ธุรกรรมเสร็จสิ้นเรียบร้อย ต้องอ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 และมาตรา 1141 ในวันที่ 6 ม.ค. 62 ผมได้มีการโอนหุ้นคืนให้กับนางสมพรเรียบร้อยไปแล้ว มีตราสารโอน มีสัญญา มีการจ่ายเงินต่อหน้าพยาน 2 คน ต่อหน้าทนายโรตารี่ 1 คน และเปลี่ยนในทะเบียนผู้ถือหุ้นบริษัทครบถ้วนสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 1141 และ 1129 ดั้งนั้นต้องบอกว่า ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นอื่น ถ้าไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักพอ ซึ่งผู้ร้องหรือ กกต. ไม่มีก็ต้องถือว่าธุรกรรมถูกทำสำเร็จ

ประเด็นที่ 3 การสื่อหุ้นสื่อ ผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่
เจตนารมณ์บอกว่าไม่ให้นักการเมือง ไม่ให้ผู้มีอำนาจถือหุ้นสื่อให้คุณให้โทษกับตัวเองและคู่แข่ง นิตยสาร 3 เล่ม ตั้งแต่วันที่เกิดขึ้นจนถึงวันที่ตายลง ไม่เคยให้คุณกับผม และไม่เคยให้โทษกับคู่แข่งทางการเมืองของผมเลย นอกจากนี้อีกปรเด็นที่เกี่ยวข้องกัน ที่จะแสดงเจตนารมณ์ของผมได้ดีคือวันที่นิตยสารนี้ปิดตัวลง

โดยนิตยสารปิดตัว วันที่ 26 พ.ย. 61 ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทไม่มีผลิตภัณฑ์ ไม่มีพนักงาน ไม่มีรายได้แล้ว เกิดขึ้นก่อนที่จะมีใครรู้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น หรือไม่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้งทั่วไปปี พ.ศ. 2562 ถูกประกาศใช้วันที่ 23 ม.ค. 62 ดังนั้น นิตยสารรั้ง 3 เล่มไม่ได้ในคุณให้โทษกับผม เราไม่มีเจตนาที่จะคงมันอยู่ เราปิดมันก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง

ประเด็นที่ 4. กระบวนการพิจารณาคดีมีความถูกต้อง เที่ยงธรรม และมีความเป็นธรรมกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือไม่ ผู้ร้อง หรือ กกต. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการมาชุดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ซึ่งคณะกรรมการดังกล่าวมี นายปรีชา นาเมืองรักษ์ เป็นประธานกรรมการสืบสวนไต่สวน มีการเรียกพยาน 2 คน ซึ่งเป็นพยานที่ลงชื่อในหนังสือสัญญารวมกับทนายโรตารี่ที่อยู่ในที่เกิดเหตุในวันที่โอนหุ้นเข้าไปให้ถ้อยคำ หมายความว่า ในวันที่ 22 พ.ค. 62 ที่พยาน 2 คน และทนายโรตารี่อีก 1 คน ได้รับการเรียกจากคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงของ กกต.ให้เข้าไปสอบสวน กระบวนการสอบสวนที่ส่งคำร้องไปโดยที่ข้อเท็จจริงยังไม่มีการผ่านการสอบสวนให้สิ้นกระบวนความหรือไม่ มันทำให้เกิดข้อสงสัยว่ากรณีนี้เกิดขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งทางการเมือง เป็นคดีที่มีมูลเหตุจงใจทางการเมืองหรือไม่ เป็นการฟ้องที่ไม่สุจริตหรือไม่ เพราะขณะที่คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนทำงานอยู่ กกต. เอาข้อมูลที่ไหนไปฟ้องกับศาลรัฐธรรมนูญ โดยที่คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนยังพิจารณาคดี

157382165333

"ทั้ง 4 ข้อ อยากให้ทบทวนนิดนึง ถ้าถามผมว่า ผมผิดอะไร คำตอบของผมคือมันไม่ใช่เรื่องหุ้นสื่อ คำตอบบของผมคือมันไม่ใช่เรื่องให้เงินพรรคกู้ คำตอบของผมก็คือ ความผิดของผมคือการต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. ทุกท่านครับ พวกเรามีความฝัน พวกเราฝันเห็นประเทศไทยที่มีประชาธิปไตย พวกเราฝันเห็นประเทศไทยที่คนทุกคนเท่าเทียมกัน ประเทสไทยที่เป็นนิติรัฐ นิติธรรม ที่คนทุกคนไม่ว่ารวยหรือจน ที่คนทุกคนไม่ว่าจะมีอำนาจหรือไม่มี

เมื่ออยู่ต่อหน้ากฎหมายแล้วทุกคนได้รับปารปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ประเทศไทยที่ไม่มีรัฐประหารอีกแล้ว ความฝันเช่นนี้มันเป็นผิดบาปมากหรือครับในประเทศนี้ เพื่อให้ได้ซึ่งความฝันนี้ เราตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ากฎหมายไปได้เป็นคุณกับเรา เราตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อต่อสู้เรียกร้องความฝันของเราในอนาคต แม้เราไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่เราก็ตั้งใจทำงานในสภา เพื่อให้ประชาชนเห็นถึงความตั้งใจจริงของเรา"

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง