เบื้องลึกตั้ง 'ขัตติยา' คุม ‘เคแบงก์’ ...ดันภารกิจฝ่าพายุ ‘ดิสรัปชัน’

เบื้องลึกตั้ง 'ขัตติยา' คุม ‘เคแบงก์’  ...ดันภารกิจฝ่าพายุ ‘ดิสรัปชัน’
17 ตุลาคม 2562 | โดย วิชชุลดา ภักดีสุวรรณ
49,428

มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย หลัง “ธนาคารกสิกรไทย” หรือ “เคแบงก์” ประกาศแต่งตั้ง “ขัตติยา อินทรวิชัย” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ขึ้นเป็น “กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” แทน “บัณฑูร ล่ำซำ” ที่จะครบกำหนดสัญญาตามตำแหน่งดังกล่าว ในปีหน้า

การแต่งตั้งคนที่มาแทน “บัณฑูร” ต้องบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องแปลก” เพราะในแวดวงการเงินทราบกันดีอยู่แล้วว่า “บัณฑูร” วางแผนไว้เนิ่นนานแล้วว่าจะ “วางมืิอ” จากภาระอันหนักอึ้งเมื่อมีอายุครบ 68 ปี ซึ่งก็คือปีหน้า 

...แต่ที่แปลก คือ ชื่อของ “ซีอีโอ” คนใหม่ ทำไมจึงเป็น “ขัตติยา”

ทราบกันดีว่า “เคแบงก์” ปัจจุบันมีหัวเรือหลักในตำแหน่ง “กรรมการผู้จัดการ” ทั้งหมด "4 คน" พี่ใหญ่สุดในบรรดา 4 คนนี้ คือ "ปรีดี ดาวฉาย" รองลงมาคือ ”ขัตติยา” ก่อนจะเป็น “พิพิธ เอนกนิธิ” และ “พัชร สมะลาภา”

สำหรับ “ปรีดี” ในฐานะพี่ใหญ่ สะสมประสบการณ์ทำงานในรั้วกสิกรไทยมาเกือบ 40 ปี ผ่านงานมาหลายด้าน ทั้งกฎหมาย ต่างประเทศ สินเชื่อธุรกิจ อุตสาหกรรมบริการ ปรับโครงสร้างหนี้ และที่สำคัญ คือ งานบริหารความเสี่ยงแบงก์

นอกจากนี้ “ปรีดี” ยังรับบทหนักด้วยการเป็น “ประธานสมาคมธนาคารไทย” ซึ่งถือเป็น “หน้าตา” ของ “เคแบงก์” เพราะคนที่นั่งในตำแหน่งนี้ นอกจากต้องเสียสละทำงานเพื่อส่วนรวมให้กับวงการแล้ว ยังต้องทำหน้าที่ในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน 

ส่วน “พิพิธ” ในฐานะน้องสาม ก็มีดีกรีไม่ธรรมดา ผ่านงานมาอย่างโชกโชนเช่นกัน ทั้งการดูลูกค้าบรรษัทธนกิจ ลูกค้าบุคคล และดิจิทัลแบงกิ้ง โดย “พิพิธ” โดดเด่นในเรื่องการดูแลด้านต่างประเทศ หรือ สายงานข้ามประเทศ ทำให้ได้มาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ที่ดูด้านต่างประเทศเป็นหลัก

สำหรับ “พัชร” เอ็มดีคนสุดท้อง แม้เพิ่งแต่งตั้งได้ไม่นาน แต่ด้วยประสบการณ์และความสามารถก็ทำให้เขาขึ้นมาอยู่ในจุดสูงสุดได้ ในด้านประสบการณ์ทำงานแล้ว “พัชร” ถือว่าไม่ด้อยไปกว่าใคร เพราะเคยรับบทบาทสำคัญๆมามากมายตั้งแต่ การดูแลลูกค้าเอสเอ็มอี ดูลูกค้าบรรษัทขนาดใหญ่ ลูกค้าบุคคล และดิจิทัลแบงกิ้ง 

แถมที่ผ่านมายังมีประสบการณ์ทำงานด้านหลักทรัพย์จัดการกองทุน ฯลฯ และ พัชร นี่แหละที่วงการการเงิน และบรรดาผู้สื่อข่าวยกให้เป็น ผู้บริหารสาย “อินดี้” ที่สุดในวงการ ด้วยสไตล์ที่แปลกแตกต่างจากนายแบงกิ้งทั่วไป ชนิดที่เรียกว่ามีความเป็น "ตัวของตัวเอง" แบบสุดๆ ในบรรดาเอ็มดีทุกๆ แบงก์

ส่วน “ขัตติยา” ว่าที่ซีอีโอคนใหม่ซึ่ง “ถูกเลือก” ขึ้นมารับภาระอันหนักอึ้งแทน “บัณฑูร” ในแง่ประสบการณ์ทำงานนับว่าไม่ธรรมดา เธอผ่านงานในทุกสาย ทุกสาขา ไม่แพ้เอ็มดีคนอื่นๆ แถมยังมีเพิ่มเติมตรงที่ เคยดูงานด้าน การตลาด ยุทธศาสตร์องค์กร บริการ และที่สำคัญสุด ยังถือเป็นผู้บริหารที่เชี่ยวชาญด้าน “การเงินการบัญชี” ชนิดที่หาตัวจับอยาก

นอกจากนี้ “ขัตติยา” ยังนับว่าเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่ผู้คนในแวดวงการเงินเฝ้าจับตา โดยเฉพาะในด้านดิจิทัลแบงกิ้ง ที่พร้อมจะผลักดันกสิกรไทยไปสู่ทิศทางใหม่ด้วย ดิจิทัลแบงกิ้ง ภายใต้ data driven lending

ขัตติยา เชื่อว่า ในยุคของ “พลังข้อมูล” ธนาคารจะต้องเอาข้อมูลที่มีมากมายนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจและลูกค้าได้ 

เธอเชื่อว่าหากธนาคารมี data มีฐานข้อมูล ธนาคารก็สามารถพัฒนาการปล่อยกู้จากฐานข้อมูลที่มีอยู่ให้แก่กลุ่มคนรายได้น้อย หรือคนไม่มีเอกสารด้านรายได้ ทำให้คนอีกมากมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงิน

ที่สำคัญที่สุด “ขัตติยา” ยังถือเป็นเอ็มดีคนเดียวที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งถือเป็นหน้าเป็นตาของกสิกรไทย และถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้นำในยุคดิจิทัลต้องมีอีกด้วย

ทั้งหมดนี้ทำให้ “ขัตติยา” มีคุณสมบัติที่ “ครบเครื่อง” สุดในบรรดา 4 เอ็มดี 

ภายในองค์กร ที่ “ขัตติยา” เตรียมขึ้นนั่งกุมบังเหียน แทน “บัณฑูร“  โดยเฉพาะ ”เอ็มดี" ทุกคนของกสิกรไทย ก็ดูไม่ได้น้อยอกน้อยใจอะไร โดยเฉพาะ “ปรีดี” ที่เป็นพี่ใหญ่สุด เพราะเขาเองก็เชื่อมั่นในตัว “ขัตติยา” ว่าจะนำพาองค์กรนี้ “ฝ่าพายุ” ดิสรัปชันจากเทคโนโลยีที่เข้ามารุกรานอย่างหนักได้

เอาเป็นว่า หลังจากนี้ต้องติดตามดูว่า การขึ้นมา “คุมหัวเรือ” กสิกรไทยของ “ขัตติยา” จะมุ่งไปในทิศทางไหน จะขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ที่ “บัณฑูร” วางแนวทางไว้ หรือจะปรับเปลี่ยนไปสู่ "นิวลุค" ใหม่ของกสิกร ถือเป็นเรื่องที่ชวนติดตาม

ส่วน “บัณฑูร” แม้เขาเตรียมวางมือจากตำแหน่ง “ซีอีโอ” แต่ยังไม่ได้หายไปไหน เพราะยังนั่งเป็นผู้บริหารใหญ่คุมงานอยู่ห่างๆ แบบห่วงๆ 


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: