ปรับ 2 พัน 'เพนกวิน-บอล' แขวนพริกเกลือไล่ 'ประยุทธ์'

ปรับ 2 พัน 'เพนกวิน-บอล' แขวนพริกเกลือไล่ 'ประยุทธ์'
21 สิงหาคม 2562
923

ศาลพิพากษา ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ไม่แจ้งชุมนุม จนท. ทราบก่อน 24 ชม. ลงโทษปรับตาม ก.ม. "เพนกวิน" เรียกร้อง ส.ส.หัวใจประชาธิปไตย ทบทวนแก้กฎหมาย สนช. สร้างเสรีภาพ

เมื่อวันที่ 21 ส.ค.62 เวลา 13.30 น. ที่ศาลแขวงดุสิต ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.370/2562 ที่พนักงานอัยการคดีศาลแขวง 3 (ดุสิต) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน อายุ 21 ปี อดีตเลขาธิการของกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท และนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล อายุ 21 ปี นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 มาตรา 10 ที่บัญญัติผู้ใดประสงค์จะจัดการชุมนุมสาธารณะ ให้แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อย 24 ชั่วโมง ระวางโทษให้ปรับสูงสุดได้ไม่เกิน 10,000 บาท

โดยกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.พ.62 จำเลยและกลุ่มเพื่อนนักศึกษา เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล ตามที่ นายพริษฐ์ จำเลยที่ 1 โพสต์ข้อความเชิญชวนนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ร่วมเดินขบวน ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การเลือกตั้งที่กำลังจะถึงนั้น เสรี สุจริตและเป็นธรรม โดยจำเลยทั้งสอง เดินมายังประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล และนำพวงมาลับพริกแห้ง-กระเทียม ถุงใส่เกลือ แขวนไว้ที่รั้วทำเนียบฯ ซึ่งจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ และได้รับการปล่อยตัวระหว่างการพิจารณา โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์


นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน และนายธนวัฒน์ เดินทางมาพร้อมฟังคำพิพากษา ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่สองฝ่ายนำสืบแล้ว เห็นว่าการกระทำของทั้งสองเป็นความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาให้ปรับคนละ 2,000 บาท

ภายหลังฟังคำพิพากษาแล้ว นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาการทำกิจกรรมทางการเมืองโดยเปิดเผยในที่สาธารณะ ซึ่งมีเพียง 3-4 คน แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่มีบทนิยามคำว่า การชุมนุมในที่สาธารณะเป็นอย่างไร ทั้งที่การทำกิจกรรมพวกตนนัดหมายกันมาคุยเพียง 3-4 คนเท่านั้น ขณะที่ศาลมองว่าตนไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการชุมนุม และในการชุมนุมของตนไม่ได้จัดให้มีการปิดกั้น ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาล ตนก็เคารพในคำตัดสินเพราะศาลตัดสินตามตัวบทกฎหมาย แต่สิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย คือ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฉบับนี้ที่ออกโดย สนช. ลูกไล่ของ คสช. เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังนั้นวันนี้ตนขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองต่างๆ หรือผู้ชนะการเลือกตั้งแล้วเข้าไปอยู่ในสภาที่ยังมีหัวใจเป็นประชาธิปไตย ได้โปรดออกมาทบทวนแก้ไขเพื่อให้เกิดเสรีภาพแก่ประชาชน ส่วนคดีนี้ตนจะปรึกษาทนายความเพื่อดูว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ อย่างไร ส่วนกิจกรรมการเมืองยังมีต่อไป

ด้าน น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่เดินทางมาให้กำลังใจและติดตามคดี ก็กล่าวว่า เห็นใจน้องทั้งสองที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างถูกต้อง สงบ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์แขวนพริกเกลือเพื่อต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นตำแหน่งก่อนเลือกตั้งเท่านั้นเอง อย่างไรก็ขอให้กำลังใจต่อ


แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง