วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมว.อว.กลับถิ่นเก่าม.มหิดล ชมเป็นมหา'ลัยแห่งปัญญาของแผ่นดิน

"ดร.สุวิทย์" รมว.อุดมศึกษาฯ กลับถิ่นเก่า "ม.มหิดล" ชมเป็นมหา'ลัยสร้างปัญญาของแผ่นดิน

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์เฟซบุ๊ค ระบุว่า ได้มีโอกาสพบกับคณะผู้บริหาร อาจารย์ และผู้แทนนักศึกษาของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ผมจบการศึกษามา

จากการจัดอันดับของ Times Higher Education ปี 2018 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 104 ของเอเชียครับ มหาวิทยาลัยมหิดลได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็น World Class University และติด 100 อันดับแรกของโลกภายในปี 2030 ซึ่งผมมีความเชื่อมั่นว่ามหาวิทยาลัยมหิดลมีศักยภาพที่จะทำได้ โดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯ จะให้การสนับสนุน และเราน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะภายใน 5 ปีครับ ผมมองว่า มหาวิทยาลัยมหิดล ควรเป็นเสาหลักของประเทศในการ Reinvent Healthcare System ของประเทศ สร้าง Deep-Tech Innovation ที่เป็น Inclusive Innovation และทำงานวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้โดดเด่น ทั้งในระดับ Local, Regional และ International

รมว.อว.กลับถิ่นเก่าม.มหิดล ชมเป็นมหา'ลัยแห่งปัญญาของแผ่นดิน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วครับว่า มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีความโดดเด่นในเรื่องการแพทย์และสาธารณสุข แต่ในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยมหิดลมีความโดดเด่นในศาสตร์อื่นๆด้วย เช่น ด้านดนตรี ศิลปะ และภาษา ผมขอย้ำว่า ทุกศาสตร์มีความสำคัญครับ “คน” จะมีความเป็น “มนุษย์” อย่างสมบูรณ์ได้ ต้องรวม Art & Science เข้าด้วยกัน ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล ก็ได้บูรณาการศาสตร์ต่างๆเหล่านี้ ไว้ในการวิจัยและการเรียนการสอน

"ผมได้รับฟังถึงโครงการมหิดลอาสาทำความดี ซึ่งเป็นโครงการที่บัณทิตวิทยาลัยนำความรู้ในสาขาที่ตนเองเชี่ยวชาญต่างๆ ไปร่วมกันช่วยแก้ปัญหาที่ชุมชนประสบอยู่ โดยทำร่วมกับโรงเรียนในชุมชน เช่น การพัฒนาทักษะภาษาภาษาอังกฤษของนักเรียน การทำน้ำสะอาดด้วยเครื่องกรองน้ำ การแยกขยะ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่ดีมากครับ แต่หลังจากที่จบโครงการและนักศึกษาออกมาจากพื้นที่ ชุมชนก็ไม่สามารถทำต่อ ไม่มีความต่อเนื่อง และไม่สามารถขยายไปยังชุมชนอื่น ผมมองว่าเรื่องนี้ควรได้รับการสนับสนุน และนักศึกษาควรฝึกกระบวนการคิดแบบองค์รวม หาวิธีทำให้ชุมชนอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน ทำให้ชุมชนเกิดกระบวนการเรียนรู้แบบไม่ยัดเยียดแต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนจริงๆ ผมขอชื่นชมความตั้งใจในการทำงาน การตั้งโจทย์ที่ท้าทาย การบูรณาการรวมศาสตร์ต่างๆ และการร่วมกันลงมือทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ชุมชมประสบอยู่ สมกับที่มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นปัญญาของแผ่นดิน"