เฟอร์นิเจอร์ 'สั่งตัด' พระเอกใหม่ 'อินเด็กซ์ฯ'

เฟอร์นิเจอร์ 'สั่งตัด' พระเอกใหม่ 'อินเด็กซ์ฯ'
23 กรกฎาคม 2562 | โดย ดาริน โชสูงเนิน
5,109

ขยายช่องทางจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ 'จุดขาย' หุ้นไอพีโอน้องใหม่ 'อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์' ระดมทุนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) 26 ก.ค.นี้ 'กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ' นายหญิง ส่งซิก !! เตรียมผลักดัน 'เฟอร์นิเจอร์สั่งตัด' ขึ้นแท่น 'พระเอกใหม่'

เป็นธุรกิจทำ 'ยาก' และไม่ใช่ธุรกิจที่มี 'รีเทิร์นหอมหวน' !! จึงไม่ค่อยมีผู้ประกอบการหน้าใหม่รายใหญ่เข้ามาในตลาด ถือเป็นหนึ่ง 'จุดแข็ง' ของ บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หรือ ILM หุ้นไอพีโอน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 105 ล้านหุ้น คิดเป็น 20.8% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท เข้าซื้อขายวันแรก (เทรด) ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ในราคาหุ้นละ 22.00 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 5.00 บาท  

การขยับตัวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในครานี้แน่นอนว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง 'กลุ่มปัทมสัตยาสนธิ' สัดส่วน 72.6% (ตัวเลขหลังเสนอขายหุ้น IPO) ต้องการมุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในอนาคต และการนำบริษัทเข้าระดมทุนถือเป็น 'แรงผลักดัน' ธุรกิจไม่หยุดนิ่ง จะสะท้อนออกมาทั้งในแง่ของรายได้และกำไรสุทธิ !!    

'กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ' กรรมการผู้จัดการ บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้านครบวงจร และครอง 'ส่วนแบ่งทางการตลาด' (มาร์เก็ตแชร์) เบอร์ 1 เมืองไทยต่อเนื่องกว่า 10 ปี ด้วยมูลค่าตลาดรวม '5 หมื่นล้านบาท' เป็นของ ILM คิดเป็น 20% หรือ 'หมื่นล้านบาท' บอกสตอรี่ใหม่ผลักดันฐานะกับ 'กรุงเทพธุรกิจ BizWeek'

การนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น จะไม่ได้ประโยชน์เพียงแค่มีช่องทางการหาเงินทุนมากขึ้น แต่จะได้เรื่องหน้าตา และความน่าเชื่อถือเต็มๆ มาตรฐานของบริษัทจะถูกยกระดับขึ้นทันที ที่สำคัญยังสามารถสร้างการเติบโตในแง่ของตัวเลขผลประกอบการเพิ่มขึ้น สะท้อนผ่านเงินระดมทุนเสนอขาย IPO จำนวน 2,240 ล้านบาท จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายสาขา

'จะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจร้านค้าปลีก ของตกแต่งบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย' 

สอดคล้องกับแผนธุรกิจในการขยายสาขา ปี 2562-2563 อย่าง 'โครงการขยายสาขาร้าน Index Living Mall' ในทำเลที่มีศักยภาพ โดยบริษัทมีแผนเปิดบริการ 3 สาขา ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี เปิดบริการปีนี้ , สาขาสุขาภิบาล 3 เปิดบริการปี 2563 และ สาขารามอินทรา เปิดบริการปี 2563  

ปัจจุบันบริษัทมีช่องทางการจัดจำหน่าย ประกอบด้วย มี ร้าน Index Living Mall และ Index Furniture Center มีทั้งหมด 36 สาขา ครอบคลุมกว่า 21 จังหวัดทั่วประเทศไทย และยังเป็นผู้ให้บริการธุรกิจให้เช่าและบริการพื้นที่เช่า ภายใต้แบรนด์ The Walk , Little Walk และ Index Mall จำนวน 9 สาขา 

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์จากแบรนด์ Index furniture และ Winner เป็นหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 45% ของรายได้จากการขายสินค้าทั้งหมด

'โครงการขยายร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก' (COCO) ภายใต้แบรนด์ 'WINNER' โดยมีเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัด ตามจังหวัดรอง หรือ อำเภอย่อยๆ ซึ่งเป็นร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็กพื้นที่ประมาณ 1,000-1,700 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนราว 25-40 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถขยายสาขาได้รวดเร็ว และเป้าหมายจะขยายให้ครบทุกจังหวัดของเมืองไทย โดยบริษัทจะเปิดสาขาในปีนี้ ที่จังหวัดราชบุรี 

'โมเดลธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดเล็ก เราสามารถขยายสาขาได้เร็วเพราะใช้งบลงทุนไม่เยอะ ต่างจากร้าน Index Living Mall ที่ใช้เงินลงทุนสูงและใช้เวลาคืนทุน 7-8 ปี เรามีเป้าหมายเปิดให้ครบ 76 จังหวัดทั่วประเทศ เราทดลองเข้าไปตามเมืองรองที่มีกำลังซื้อ โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายตัวของความเป็นเมืองที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงในอนาคต' 

'โครงการติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป” (Solar Rooftop) โดยปัจจุบันบริษัทมีการลงทุนไปแล้วเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ซึ่งทยอยติดตั้งไปแล้วกว่า 10 สาขา รวมทั้งการติดตั้งโซลาร์ รูฟท็อป ที่โรงงานด้วย ซึ่งเป็นการลงทุนที่คืนทุนเร็วเพียง 3 ปีเท่านั้น 'การทำโซลาร์รูฟท็อป ที่จะเห็นชัดเจนในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีค่าไฟฟ้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ' !! 

นอกจากนี้ มีขายงาน โครงการทั้งโครงการที่อยู่อาศัยและโครงการสำนักงานทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทมีกลุ่มลูกค้างานโครงการหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยไม่ได้ พึ่งพิงอุตสาหกรรมใดเป็นหลัก และยังได้ รับความไว้ วางใจจากผู้ ประกอบการชั้นนำในแต่ละอุตสาหกรรม  ซึ่งกลุ่มลูกค้าจะเป็นผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในตลาด , โรงพยาบาล , สำนักงาน , โรงเรียนและมหาวิทยาลัย รวมทั้งโรงแรม เป็นต้น 

ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าต่างประเทศ โดยบริษัทมีแฟรนไชส์ทั้งหมด 17 ร้านค้า ใน 7 ประเทศ และมีงานโครงการในต่างประเทศ รวมทั้งงาน 'รับจ้างผลิต' (OEM) บริษัทรับจ้างผลิตสินค้าแบบไม่มีแบรนด์ให้แก่บริษัทต่างชาติและ ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ บริษัทมีช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ทั้งหมด 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ของบริษัทเอง , Lazada , Shopee และ Index Chat to Shop (Line @) โดยที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายเติบโตแบบก้าวกระโดด 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ให้บริการครบวงจร โดยมี 'โรงงานการผลิต' ดำเนินการผลิตเฟอร์นิเจอร์และที่นอน โดยบริษัทย่อย ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 1 ล้านชุดต่อปี และมีการเพิ่มประสิทธิภาพ และลงทุนเครื่องจักรใหม่ ที่จะใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น 'ศูนย์กระจายสินค้า' สามารถจัดเก็บ และบริหารสินค้าคงเหลือโดยใช้ระบบ IT ในการจัดการ และกระจายสินค้าให้กับสาขา และลูกค้า ผ่านรถยนต์ของบริษัทและเครือข่ายผู้ให้บริการขนส่ง

'ช่องทางการจัดจำหน่าย' สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งลูกค้ารายย่อยทั้งในหัวเมืองใหญ่ และหัวเมืองรอง ลูกค้าโครงการ ลูกค้าออนไลน์ และ ลูกค้าต่างประเทศ และ 'บริการหลังการขาย' มีบริการขนส่งสินค้า รับประกันสินค้า และมีโครงการบัตรสะสมคะแนน Joycard ซึ่งสร้างการจดจำ และ Brand Royalty

'เรามีจุดแข็งด้านแบรนด์ร้านค้าปลีกและแบรนด์สินค้าเป็นที่จดจำและได้รับความนิยม (Brand Awareness) สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้าเยี่ยมชมร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ พร้อมทั้งเสริมสร้าง Synergy ให้กับธุรกิจหลักของ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน'

'นายหญิง' บอกต่อว่า อีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังเข้ามาเพื่อช่วย 'แก้ปัญหา' (Pain Point) ระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้รับเหมา นั่นคือ 'ธุรกิจสินค้าเฟอร์นิเจอร์สั่งตัด' (Younique) โดยเชื่อว่าจะเข้ามา 'ดีสรัป' ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์บิ้วอินที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่ง ILM เป็นผู้ประกอบการคนแรกและรายเดียวที่มีเทคโนโลยีแบบนี้ 

โดยในปี 2560 บริษัทได้เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดรูปแบบใหม่ Younique ที่ลูกค้าสามารถปรับแต่งดีไซน์ได้เอง รวมถึงใช้สินค้าที่มีฟังก์ชั่นที่หลากหลาย และชอบความรวดเร็ว ภายใต้งบประมาณที่วางไว้ โดยใช้เวลาตั้งแต่การวัดพื้นที่ รวมถึงการติดตั้งแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ทำให้ที่ผ่ายมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีตั้งแต่บริษัทเปิดให้บริการเฟอร์นิเจอร์สั่งตัด Younique เมื่อปลายปี 2560 สะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตแบบ 'ก้าวกระโดด' ปี 2560 อยู่ที่ 14.4 ล้านบาท ปี 2561 อยู่ที่ 227.9 ล้านบาท และ งวด 3 เดือนแรกปี 2562 อยู่ที่ 80.6 ล้านบาท ดังนั้น บริษัทจึงมีแผนที่จะขยาย Younique เพิ่มเติมในสาขาร้าน Index Living Mall โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 60 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ทั้งหมดภายในเดือนธ.ค.2562

'เราคาดว่าเทรนด์เฟอร์นิเจอร์สั่งตัดจะมีทิศทางการเติบโตมาก เนื่องจากสามารถแก้ปัญหาที่ลูกค้าเจอในปัจจุบัน และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเติบโตขนาดไหน เพราะว่าประเมินตลาดรับเหมาได้ว่าใหญ่แค่ไหน แต่คาดว่าจะใหญ่กว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์อย่างแน่นอน ดังนั้นหากทั่วประเทศไทยหันมาใช้บริการของเราได้ถือว่าเป็นโอกาสมหาศาล'

โดยตอนนี้บริษัทมีการรุกเข้าไปทำเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน ให้กับร้านชาบู , ร้านกาแฟ และยิ่งเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่กำลังเจาะเข้าไปในกลุ่มลูกค้าดังกล่าวในปีนี้ ซึ่งบริษัทจะเข้าไปแทนที่ผู้รับเหมาในตลาดดังกล่าวแล้ว ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดนั้น 'มาร์จิน' สูงกว่าธุรกิจค้าปลีกอีกด้วย 

'เป้าหมายตั้งใจให้ธุรกิจดังกล่าวขึ้นมาเป็น 'พระเอก' ของเรา เราต้องใจจะเปิดให้ครบทุกสาขาของสาขาร้าน Index Living Mall'

สำหรับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ยอมรับว่ากระทบยอดขายที่มีการเติบโตลดลงจากอดีตที่ยอดขายเติบโตเป็นตัวเลข 'สองหลัก' แต่ปัจจุบันยอดขายเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว แต่เชื่อว่าจากการทำธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญและมีความระมัดระวังไม่เร่งเปิดสาขา แต่เน้นการรักษาและเพิ่มยอดขายควบคู่ไปกับการลดต้นทุน จะทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปได้ 

ท้ายสุด 'กฤษชนก' ทิ้งท้ายไว้ว่า เป้าหมายในอนาคตเรามุ่งเน้นเพิ่มกำไรมากขึ้น โดยการบริหารต้นทุนให้ลดลง ยิ่งในภาวะยอดขายไม่ได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักเช่นปัจจุบัน ฉะนั้น เราจะทำยังไงให้ธุรกิจเติบโตก็ต้องลดค่าใช้จ่าย และขายของให้ GP สูงขึ้น 'เธอย้ำปิดท้าย'

  

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags: