BMW X7 เอสเอวี ยักษ์ใหญ่ ถูกใจ นักเดินทาง

BMW X7  เอสเอวี ยักษ์ใหญ่ ถูกใจ นักเดินทาง
18 เมษายน 2562 | โดย สินธุ์ชัย ภมรพล sinchai@nationgroup.com
41,001

นี่คือรถ เอสเอวี ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่บีเอ็มดับเบิลยู เคยผลิตออกมา “เอ็กซ์ 7” รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในเวทีโลกไม่นาน และเปิดตัวในบ้านเราในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่ผ่านมา

       X7 มีขนาดที่ใหญ่ชัดเจน และเมื่อเทียบกับอย่างเอ็กซ์ 5 แล้วมันยาวกว่าถึง 229 มม. สูงกว่า 60 มม. และมีระยะฐานล้อที่ยาวกว่า 130 มม. มีเพียงด้านกว้างเท่านั้นที่แทบจะเท่ากัน แต่แคบกว่าเล็กน้อย 4 มม. 

       โดยมันมีความยาวทะลุหลัก 5 เมตร คือ 5,151 มม. กว้าง 2,000 มม. สูง 1,805 มม. และฐานล้อยาว 3,105 มม.

       ทั้งตัวถังที่ยาวกว่าเกือบๆ 1 ฟุต ระยะฐานล้อที่ยาวกว่าเกือบครึ่งฟุต ก็เพียงพอที่จะทำให้มันเป็นเอสยูวีแบบเบาะนั่ง 3 แถว แบบใช้งานได้จริง โดยมีให้เลือกทั้งแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง และ 3 แถว 7 ที่นั่ง อยู่ที่ว่าแต่ละตลาดจะเลือกเอารูปแบบไหน 

       ซึ่งเบาะนั่งแถวที่ 3 กว้างขวาง นั่งได้สบาย การเข้าออกทำได้ง่ายๆ จากรูปแบบการพับเบาะที่เพิ่มความสะดวก และควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งสามารถควบคุมได้จากปุ่มควบคุมที่อยู่บริเวณพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายรถ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการขนของขึ้นลง เมื่อเปิดฝาท้ายแล้ว โดยไม่ต้องเสียเวลามาเปิดประตูด้านข้างอีก

       และที่ฝาท้ายก็ออกแบบให้สะดวกด้วยการออกแบบให้มีทั้งเปิดขึ้น และชิ้นเล็กๆ เปิดลง ทำให้ไม่มีอะไรมากั้น คล้ายๆ กับฝาท้ายรถปิกอัพที่เปิดลงมานั้นแหละครับ 

       ส่วนเบาะนั่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือแถวกลาง มันใหญ่ หนา นุ่ม นั่งแล้วชวนหลับมากทีเดียวครับ 

       และเพิ่มความสบายมากขึ้นด้วยระบบปรับอากาศแยกส่วนแบบ 4 ส่วน ให้เหมาะกับความชอบของแต่ละคน 

       ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยลายไม้สีดำเงา ให้อารมณ์หรูแบบเรียบๆ  และตกแต่งด้วยวัสดุผลึกแก้ว พร้อมชุดไฟแอมเบียนท์ไลท์ สร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร เพดานกระจกใสพาโนรามาแบบ สกาย เลาจน์ 

       ขณะที่ประโยชน์ใช้สอย แม้จะมีที่นั่ง 7 ที่นั่งจากเบาะ 3 แถว แต่ก็มีพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้ 326 ลิตร แต่ถ้าคนโดยสารไม่มาก จะพับเบาะแถวที่ 3 ลง ซึ่งพับได้แบบเรียบก็จะเพิ่มพื้นที่ขึ้นเป็น750 ลิตร และถ้าหากว่าพับเบาะนั่งแถวที่ 2 ด้วย ซึ่งพับได้ราบเช่นกัน ก็จะเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระขึ้นไปอีก

            บีเอ็มดับเบิลยู คงต้องการที่จะจับตลาดผู้ที่ชื่นชอบรถเอสยูวี แต่ตอบสนองการใช้งานของครอบครัวมากขึ้น ซึ่งในตลาดนี้คู่แข่งที่ชัดเจนก็น่าจะเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลเอส และ เรนจ์โรเวอร์ แต่ความได้เปรียบของบีเอ็มดับเบิลยูก็คือ การเปิดตัวในช่วงที่อีก 2 ยี่ห้อ นั้นมีอายุมากแล้ว 

       เอ็กซ์ 7 เป็นรถที่ออกแบบให้ผสมผสานกันระหว่างความแข็งแกร่งบึกบึน ผ่านทางเส้นสายต่างๆ และพื้นผิวตัวถึงที่มีมัดกล้าม และเติมความหรูหราเข้าไปในเวลาเดียวกัน แต่ก็อยู่ในขีดจำกัดของเอกลักษณ์ความเป็นบีเอ็มดับเบิลยูที่ผมเชื่อว่า สปอร์ตต้องมากกว่าหรูหรา สิ่งนี้เห็นได้จากภายในห้องโดยสาร การออกแบบ การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ก็ยังไม่หนีไปจากความเป็นบีเอ็มดับเบิลยู แม้จะดูหรูหรากว่ารถหลายรุ่น แต่ก็จะสังเกตได้ว่ามันยังมีกลิ่่นอายของ เอ็กซ์ 5 อยู่มากทีเดียว

       ส่วนกระจังหน้าในรูปทรงไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญ ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นชัดเจน ซึ่งหลายคนที่เคยเห็นในรูปเคยมีคำถามกับผมว่าทำไมมันใหญ่จัง แต่ว่าเมื่อได้เห็นตัวจริง มันก็ไม่ได้ใหญ่จนเกินตัว แต่ก็สมส่วนกับรูปทรงทั้งหมด และคิดอีกทาง หากมันไม่ใหญ่ขึ้น ก็อาจจะดูแตกต่างจากรุ่นน้องๆ น้อยลง 

       บีเอ็มดับเบิลยู สร้าง เอ็กซ์ 7 ออกมารวม 4 รุ่นย่อย แล้วแต่ความต้องการของแต่ละตลาด ประกอบด้วยรุ่น X7 XDrive40i เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ แถวเรียงขนาด 2,998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ที่ 5,500-6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-5,200 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 245 กม./ชม. 

       X7 XDrive50i เครื่องยนต์เบนซินวี 8 ขนาด 4,395 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 462 แรงม้า ที่ 5,200-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 1,500-4,7500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 5.4วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

       X7 XDrive30d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ แถวเรียงขนาด 2,993 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ที่ 4,000รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,500 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7 วินาที ความเร็วสูงสุด 227 กม./ชม. และ

       X7 M50d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ แถวเรียงขนาด 2,993 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า ที่ 4,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ที่ 2,000-3,000 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 5.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

        ในบ้านเรา เปิดตัวด้วยรุ่น  X7 M50d  ราคา 8.999 ล้านบาท  พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ก็เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างดี ด้วยความเป็นรถเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ มีควาาหรูหรา โอ่อ่า และสมรรถนะที่ดี และมีออปชั่นเต็มที่รวมไปถึง ระบบไฟหน้า บีเอ็มดับเบิลยู เลเซอร์ไลท์ และล้ออัลลอย บีเอ็มดับเบิลยู อินดิวิดวล ขนาด 22 นิ้วลาย วาย-สโปค

      นอกจากนี้มีระบบต่างๆ ติดตั้งเข้ามา เช่น ระบบ พาร์คกิ้ง แอสซิสแตนท์ พลัส หรือระบบช่วยจอด  ระบบช่วยเหลือการขับขี่  รวมถึงระบบบันเทิงและเชื่อมต่อใหม่ เช่น ระบบ บีเอ็มดับเบิลยู ไลฟ์ คอคพิท โปรเฟสชันนอล พร้อมจอคอนโทรล ดิสเพลย์ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบบีเอ็มดับเบิลยู คอนเนคเต็ดไดรฟ์  ระบบบีเอ็มดับเบิลยู อินเทลลิเจนท์ เพอร์ซันนัล แอสซิสแตนท์ ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

       และในยุคที่ผู้คนพูดถึงระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ เอ็กซ์ 7 ก็มีระบบที่เรียกว่า รีเวิร์สซิ่ง แอสซิสแตนท์ เพื่อช่วยผู้ขับขี่ที่อาจจะไม่ชำนาญในการถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบๆ ระบบนี้จะจัดการให้อัตโนมัติ ด้วยการใช้ฟังก์ชันจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ที่ความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. เมื่อระบบจำได้ว่าเข้าไปอย่างไร มันก็จะถอยออกมาตามองศาการหมุนของพวงมาลัยที่ขับเข้าไปนั่นเอง       

       ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ความสะดวกสบาย เช่น ระบบช่วยจอด และยังมีระบบออกจากพื้นที่แคบ ด้วยการจดจำองศาพวงมาลัยตอนเข้าไประยะทาง 50 เมตรสุดท้าย และขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 35 กม./ชม. หมายถึงมันจะออกมาได้เอง โดยไม่เฉี่ยวชนอะไร เพราะเขาไปหมุนพวงมาลัยแบบไหน ขาออกก็จะหมุนย้อนมา

       ระบบเชื่อมต่อพัฒนาขึ้นมาใหม เช่น ระบบ บีเอ็มดับเบิลยู ไลฟ์ ค็อคพิท โปรเฟสชันแนล ระบบคอนเนคเต็ดไดรฟ์  ระบบอินเทลเลเจนท์ เพอร์ซันนอล แอสซิสแทนท์ ที่สามารถรับคำสั่ง จากคำสั่งเสียงที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น 

       ส่วนระบบความปลอดภัย ระบบช่วยขับพื้นฐานอื่นๆ นั้นมีมาเต็มคันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบรักษาช่องทาง ครูสคอนโทรล เป็นต้น  

       ตำแหน่งการควบคุมต่างๆของผู้ขับขี่ อุปกรณ์ต่างๆใช้งานง่าย และคุ้นเคยสำหรับใครที่ใช้รถบีเอ็มดับเบิลยูอยู่แล้ว และเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ด้วย HUD หรือระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ที่กระจกบังลมหน้า ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่น 3 ที่ใหญ่ขึ้น แสดงข้อมูลมากขึ้น ซึ่งมีผลดี โดยเฉพาะการดูระบบนำทางที่เห็นชัดเจนไม่ต้องเหลือบไปมองที่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาด 12.3 นิ้ว แต่อย่างใด

       แม้ว่ารุ่นที่ผมลองขับเครื่องยนต์จะไม่ตรงกับรุ่นที่ขายในบ้านเรา โดยเป็นรุ่น XDrive40i  และ XDrive50i  แต่ก็เชื่อว่าทุกเครื่องยนต์ตอบสนองการใช้งานได้เพียงพอกับการใช้งานอยู่แล้ว แต่เครื่องยนต์ในรุ่นที่ผมขับก็ตอบสนองการใช้งานได้ดีอย่างชัดเจน รับภาระกับตัวรถขนาดใหญ่ได้สบายๆ ทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือว่าอัตราเร่งที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ แต่ด้วยข้อจำกัดของกฎหมายทำให้ไม่สามารถใช้ความเร็วสูงนัก โดยความเร็วสูงสุดที่กำหนดคือ 120 กม./ชม. แต่ขับจริงๆ ก็มีเกินๆ ไปบ้างสัก 140 กม./ชม.

       เป็นความเร็วที่ชวนง่วงมากๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่ความเร็วน้อยๆ นะครับ แต่การที่ถนนดี รถทีนิ่งมากๆ ทำให้ความรู้สึกราวกับว่ากำลังขับที่ความเร็วต่ำๆ

       ครับ เอ็กซ์ 7 เป็นรถที่นิ่งมาก แม้จะเป็นช่วงทางโค้ง หรือทางขึ้นลงเขาก็ตาม ไม่มีอาการร่อน โยนตัวให้รู้สึก และก็ยังนุ่มมากๆ เช่นกัน จากการทำงานของช่วงล่างแบบถุงลมที่ปรับอัตโนมัติ ทำให้เป็นรถที่นั่งสบาย ขณะที่การเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้เงียบมาก ทั้งจากเสียงเครื่องยนต์ ลมปะทะ หรือว่าเสียงจากยาง

       เกียร์อัตโนมัติ สปอร์ต สเต็ปโทรนิค 8 สปีด ถ่ายทอดกำลังไปยังล้อทั้ง 4 ได้ลื่นไหล สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ดัวยตัวเอง แต่ไม่จำเป็นครับ ใช้ D ตำแหน่งเดียวก็เพียงพอ

       ขณะที่พวงมาลัยก็ยังเป็นจุดเด่นสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู ทั้งน้ำหนักที่ดีในทุกช่วงความเร็ว และความแม่นยำที่สูง ทำให้จัดการกับเส้นทางต่างๆ ได้ไม่ยาก รวมถึงเมื่อผ่านโค้งแบบเร็วๆ

       ส่วนการขับขี่ในเมือง หรือชุมชน อาจจะคิดว่าความใหญ่ของมันจะมีปัญหา แต่ไม่เป็นเช่นนั้น เพราะจริงๆ แล้วความกว้างของตัวถังก็ไม่ได้กว้างกว่า เอ็กซ์ 5 มีเพียงความยาวที่ยาวกว่าชัดเจน เกือบ 23 ซม. แต่องค์ประกอบอื่นๆ เช่น กำลังเครื่องยนต์ที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการเปลี่ยนช่องทาง ความสูงของรถ และทัศนวิสัยที่เห็นชัดเจนรอบคัน ก็เลยทำให้มันเป็นรถที่คล่องตัวทีเดียวสำหรับการขับขี่ในเมือง

       ส่วนเรื่องของการเดินทางในครั้งนี้ เบาะนั่ง นั่งสบายทุกตำแหน่ง ตำแหน่งผู้ขับขี่นั้น เมื่อเดินทางกันยาวๆ หลายร้อย กม.สบายๆ ไม่ปวดไม่เมื่อย เบาะใหญ่ นุ่ม แต่กระชับลำตัว เบาะผู้โดยสารด้านหน้าก็เช่นกัน   

       แต่เชื่อว่าหลายคนคงอยากเป็นผู้บริหารด้วยการนั่งเบาะแถว 2 เพราะนั่งได้สบายมากๆ นุ่ม กว้าง และมีพื้นที่เหลือเฟือทั้งพื้นที่วางเท้า ช่วงเข่า หรือเหนือศีรษะ ช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างเพลิดเพลิน และก็ยังมีมอนิเตอร์ส่วนตัวที่ติดตั้งไว้หลังเบาะนั่งแถวหน้าให้ด้วย ส่วนแถว 3 ไม่ได้ลองเข้าไปนั่ง แต่ประเมินจากสายตา ก็เชื่อว่านั่งได้สบายเช่นกัน และสำหรับหลังคาบริเวณแถว 3 ก็เป็นหลังคากระจกเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งในวันที่อากาศดีๆ อีกด้วย และเพิ่มความสะดวกสำหรับทุกที่นั่งที่ปรับด้วยไฟฟ้า

       โดยภาพรวมของรถที่ได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันกว่า 500 กม. ต้องบอกว่ายังหาจุดอ่อนได้ยากครับ แต่จุดเด่นที่เห็นชัดเจนคือ มันเป็นรถทีเ่หมาะอย่างยิ่งกับการใช้เป็นรถเดินทางไกล เดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัว โดยทั้งคนขับและผู้โดยสาร ไม่เกิดความเครียดครับ

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง