'ประวิตร' เชื่อเหตุกราดยิงคู่อริประตูน้ำ แค่ทะเลาะกัน

'ประวิตร' เชื่อเหตุกราดยิงคู่อริประตูน้ำ แค่ทะเลาะกัน
9 ตุลาคม 2561
869

"พล.อ.ประวิตร" เชื่อเหตุกราดยิงคู่อริประตูน้ำ แค่ทะเลาะกัน ไม่ทราบเอี่ยวผู้กว้างขวาง รอ ตร.สอบสวน ระบุ "บัวแก้ว- กท.ท่องเที่ยวฯ" เยียวยานักท่องเที่ยวโดนลูกหลง 

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2561 ที่กระทรวงกลาโหมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวถึง กรณีมีการกราดยิงคู่อริ จนเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตบริเวณประตูน้ำ กทม.ว่า ก็มีการออกหมายจับไปแล้ว 1 คน กำลังสืบสวนสอบสวน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าผู้ก่อเหตุตรวจเป็นลูกน้องของผู้กว้างขวางแถวประตูน้ำ บางซื่อ นั้น เรื่องนี้ยังตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของตัวบุคคล ต้องให้ตำรวจสอบสวนว่าเป็นกลุ่มไหน แต่สิ่งสำคัญก็ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปให้มีความมั่นใจ ตน ได้กำชับไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งกวาดล้างอาวุธสงครามที่นำมาใช้ก่อเหตุ

เมื่อถามว่า กลุ่มมาเฟีย ยังมีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ส่วน ใหญ่เป็นเหตุการทะเลาะกัน เป็นเพราะพวกเดียวกันแล้วมาก่อเหตุ คงไม่ใช่กลุ่มมาเฟียแล้วมาก่อเหตุ เพราะขณะนี้กลุ่มมาเฟียไม่มีแล้วเพราะเรากวาดล้างไป เป็นจำนวนมาก ส่วนการดูแลเยียวยานักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศ กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องไปดูแลเยียวยาในเรื่องต่างๆ

พล.อ.ประวิตร ยังย้ำถึง นโยบายการกวาดล้างต่างชาติที่อยู่ผิดกฎหมาย ภายใน 1 เดือนนั้น กำลังดำเนินการอยู่ ขณะนี้จับได้พันกว่าคนแล้ว แต่เรายังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดว่ามีจำนวนมากน้อยแค่ไหน แต่จะเน้นต่างชาติอยู่เกินวีซ่าที่ให้ไว้ ส่วนจะมีมาเฟียต่างชาติดูเบื้องหลังหรือไม่นั้น ส่วนใหญ่แล้วกลุ่มต่างชาติเข้ามาทำมาหากินทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ส่วนจะมีผู้ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ต้องสืบสวน เพราะมีการอาศัยอยู่เกินเวลาที่กำหนดและเราเองก็ไม่ได้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีผลประโยชน์ต่อเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่ไม่อยากให้มองอย่างนั้น ซึ่งอาจขี้เกียจ หรือหย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ( ตม.)ขาด เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานกว่าพันคน  ส่วนเครื่องสแกนใบหน้าก็ยังมาไม่ถึง

เมื่อถามกรณีทั้งเพจ CSI LA ระบุว่ามีฝรั่งอ้างตัวเป็นตำรวจและมีความใกล้ชิดกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  รักษาการผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)เรียกเงินบิทคอยล์ แลกกับความปลอดภัยครอบครัวที่อยู่เมืองไทย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตอนยังไม่เห็น ก็ว่าไป แต่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เขาเป็นคนทำงาน ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องโดน ซึ่งก็ต้องตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง