Daily Strategy (1 ก.พ.61)

1 กุมภาพันธ์ 2561 | โดย บล.เอเชีย เวลท์
1,944

เน้นปัจจัยบวกหุ้นรายตัว

กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ : ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ช่วงแรกมีทิศทางปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศและราคาน้ำมันลงฉุดหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่หลังจาก PTTEP ประกาศดีลการเข้าซื้อแหล่ง บงกชเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มอีก 22.22% เป็น 66.67% ทำให้หุ้น PTTEP และ PTT ดีดกลับ ดึงดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวปิดในแดนบวก เราคาดกรอบดัชนีวันนี้ 1,814-1,841 จุด ปัจจัยสำคัญวันนี้ ตลาดหุ้นต่างประเทศกลับมาบวก จากการคลายวิตกกังวลที่เฟดไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ (31 ม.ค.) แต่คาดว่าเฟดเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบหน้า (21 มี.ค.) ดังนั้นเราคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะเริ่มผันผวนในเดือน ก.พ. ทั้งทิศทางการปรับขึ้นและปรับตัวลง อีกทั้งหลังการประกาศงบการเงินรายปี 2560 ของ บจ.ซึ่งมี Deadline สิ้นเดือน ก.พ. นี้ จะตามมาด้วยการประกาศจ่ายเงินปันผล และช่วง XD ของบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้นเราให้กรอบดัชนีเดือน ก.พ. ไว้ที่ 1,780-1,860 จุด หุ้นเด่นเดือน ก.พ. IRPC, PSL, BANPU และ SAWAD โดย Theme หลักเน้นไปที่หุ้นที่มีผลประกอบการปี 2561 มีอัตราการเติบโตเด่น

 

หุ้นเด่นวันนี้: AJ (ปิด 14.30 บาท; ซื้อ; AWS TP 19.50 บาท)

  • AJ: Spread ของผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ BOPP, BOPET และ BOPA ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปริมาณขายปรับตัวเพิ่มขึ้น YoYและ QoQทำให้คาดได้ว่าจะมีกำไรสุทธิที่ดีต่อเนื่องในไตรมาส 4/60 และ 1/61 ทั้งนี้ AJ วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตของ BOPA ประมาณ 60% ในไตรมาส 1/62 จาก 18,000 ตันต่อปี ขณะที่ BOPA เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสเปรดดีที่สุดในสามผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เราคาดว่ากำไรปกติในปี 2561-2562 จะโต 40.5% และ 20.2% ตามลำดับ กำไรสุทธิโต 16.3% และ 20.2% ตามลำดับ  เราแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 19.50 บาทอิง PEG ปี 2561 ที่ 1.0 เท่า
  • Price Pattern ของ AJ กลับมามีแนวโน้มหลักอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
  • (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily &Monthly Buy Signal รอเพียงการกลับมาเกิด Weekly Buy Signal โดยการปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 14.90 บาทให้ได้ โดยเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 18 บาท ทั้งนี้ AJ มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 11.90 บาท (Resistance: 14.50, 14.80, 15.00; Support: 14.10, 13.90, 13.60

ปัจจัยในประเทศ:

  • ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน ธ.ค. เพิ่มขึ้น 35% YoYปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน หนุนโดยการผลิตที่เพิ่มขึ้นของยางพารา รถยนต์ เครื่องยนต์ และปิโตรเลียม ขณะที่ดัชนีปี 2560 เพิ่มขึ้น 1.58% (บางกอกโพสต์) ความเห็น: แม้ตัวเลขในปี 2560 จะต่ำกว่าที่กระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่าจะเติบโตที่ 2% แต่เรามองว่าดัชนีดังกล่าวจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ตามภาคส่งออกที่เติบโตและเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว
  • ธปท. อาจปรับประมาณการการเติบโตเศรษฐกิจปี 2561 ขึ้นจาก 9% หนุนโดยการลงทุนของภาครัฐ ขณะที่ประมาณการปัจจุบันยังไม่รวมงบเพิ่มเติมกลางปีของรัฐบาลจำนวน 1.5 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธปท.จะรอดูตัวเลขเศรษฐกิจในเดือน ก.พ. และมี.ค. อีกครั้งหนึ่งเพื่อตัดสินใจว่าจะปรับคาดการณ์ขึ้นหรือไม่ (บางกอกโพสต์)
  • AWN คงแผนการเพิกถอน CSL ออกจากตลาดหลักทรัพย์: AWN บริษัทย่อยของ ADVANC มีความประสงค์จะเพิกถอน CSL ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 12 เดือนหลังจากสิ้นสุดระยะเวลา tender offer ตามคำชี้แจงของบริษัท (Bangkok Post) ความเห็น: การเพิกถอนจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น CSL โดยบริษัทจะยังคงดำเนินกิจการตามปกติและยังคงดำรงสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัดภายใต้ ADVANC
  • PTTEPได้ลงนามในสัญญาการโอนสิทธิสัมปทาน เพื่อเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุน 22.22% ในโครงการบงกช ซึ่งได้แก่ แปลง B15 แปลง B16 และแปลง B17 จากบริษัท Shell และแปลง G12/48 จากบริษัท Thai Energy Company Limited (Shell ถือหุ้น 100%) ด้วยมูลค่าก่อนภาษีประมาณ 750 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาส 2/61 ภายหลังการเข้าซื้อ PTTEP จะมีสัดส่วนการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 67% จาก 44.45% ทั้งนี้โครงการบงกชมีปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติประมาณ 860 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และปริมาณขายคอนเดนเสทประมาณ 26,000 บาร์เรลต่อวัน ความเห็น: เราคาดว่าจะช่วยทำให้รายได้และกำไรของ PTTEP ดีขึ้นจากคาดการณ์เดิม EPS 8.94 บาทต่อหุ้น อีกราว 5-10% นอกจากนี้ยังส่งผลบวกไปยัง PTT ซึ่งถือหุ้น 65.29% ด้วย อยู่ระหว่างปรับประมาณการราคาเป้าหมายของ PTTEP และ PTT เพิ่มขึ้น แนะนำซื้อ PTT แนะนำถือ PTTEP
  • TU (ปิด 70 บาท, “ซื้อ”, AWS TP 23.00 บาท) ราคาวัตถุดิบปลาทูน่าในเดือน ม.ค. 61 ปรับลดลงเหลือ 1,550 เหรียญสหรัฐฯ / ตัน หรือลดลง -13.9% MoMและ -8.8% YoY ช่วยให้กำไรขั้นต้นมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 1/61 นอกจากนี้บริษัทหันมาเน้นการออกสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Ready to Eat (RTE) และกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง พร้อมควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงบริษัทเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยที่ลงทุนไว้ คาดปี 2561 บริษัทจะรับรู้กำไรจากการดำเนินงานปกติ 5,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19%YoY

 

ตลาดต่างประเทศ:

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ดาวโจนส์ปิดบวก 72.50 จุด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุดซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมกับย้ำจุดยืนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนี้
  • สหรัฐฯ:คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 25-1.50% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. โดยระบุในแถลงการณ์ว่า เฟดคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้นในปีนี้นอกจากนี้ คณะกรรมการ FOMC ยังมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบการแต่งตั้งให้นายเจอโรม พาวเวล ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ ต่อจากนางเจเน็ต เยลเลน ซึ่งจะสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 3 ก.พ. หลังจากเป็นประธานเฟดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 57

 

สินค้าโภคภัณฑ์:

  • ราคาทองคำ:ทั้งเดือน ม.ค.พบว่า ราคาทองพุ่งขึ้น 1% และเป็นการทำสถิติปรับตัวขึ้นมากที่สุดในเดือนนี้นับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีที่แล้ว ขณะที่ราคาทองคำเมื่อคืนนี้ดีดตัวขึ้น 4.80 ดอลลาร์ หรือ 0.36% สู่ระดับ 1,344.80 ดอลลาร์/ออนซ์
  • ราคาน้ำมันดิบ:WTI เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 4% ปิดที่ 64.73 ดอลลาร์/บาร์เรล; เบรนท์ ขยับขึ้น 3 เซนต์ ปิดที่ 69.05 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากรายงานของ EIA ระบุว่า สต็อกน้ำมันเบนซินของสหรัฐลดลง 2 ล้านบาร์เรลในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 26 ม.ค. ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรลขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 6.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้นเพียง 100,000 บาร์เรล ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาร์เรล หลังจากร่วงลงเป็นเวลา 10 สัปดาห์ติดต่อกัน
  • ดัชนีค่าระวางเรือ BDI ปิดวันทำการล่าสุดที่1,152.00 จุด ลดลง 39.00 จุด
  • ราคาถ่านหิน New Castle ปรับตัวลง 2.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน มาที่ 104.35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @Bangkokbiznews ที่นี่


เพิ่มเพื่อน
แชร์ข่าว :
เอกสารประกอบ:
Tags: