เปิด'ร้านประชารัฐสุขใจ Shop' 148แห่งทั่วประเทศ 1เม.ย.นี้

เปิด'ร้านประชารัฐสุขใจ Shop' 148แห่งทั่วประเทศ 1เม.ย.นี้
27 มีนาคม 2559
4,030

รัฐบาลเตรียมเปิด "ร้านประชารัฐสุขใจ Shop" 148 แห่งทั่วประเทศ 1เม.ย.นี้ เน้นจำหน่ายสินค้า OTOP และให้ข้อมูลท่องเที่ยวท้องถิ่น

พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมเปิด “ร้านประชารัฐสุขใจ Shop” ที่ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. จังหวัดละ 2 แห่ง รวม 148 แห่งทั่วประเทศ 1 เม.ย.นี้ เพื่อเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP และให้บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยคัดเลือกและพัฒนาคุณภาพสินค้าและบรรจุภัณฑ์ก่อนนำขึ้นชั้นวางจำหน่ายทุกร้านค้า

พลตรีสรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 100 ล้านบาท ระยะ 3 ปี (2559 – 2561) เพื่อผลักดันโครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชน หรือร้านประชารัฐสุขใจ เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าให้ผู้ผลิตสินค้าโอท็อปและวิสาหกิจชุมชน โดยจะคัดสรรสินค้าโอท็อปเด่นของแต่ละจังหวัดในระดับเกรดเอ และบี มาวางจำหน่าย พร้อมทั้งจะพัฒนาคุณภาพและรูปแบบบรรจุภัณฑ์ของสินค้าโอท็อปทั่วไปให้มีมาตรฐานเทียบเท่าเกรดเอและบี เพื่อวางจำหน่ายต่อไป เบื้องต้นรัฐบาลวางเป้าหมายว่าจะมีสินค้าวางจำหน่ายปีละ 7,400 – 30,000 รายการ มีสินค้าที่จะได้รับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ปีละ 500 รายการ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนทั่วประเทศปีละ 50 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานหรือประชาชนร่วมผลิตสินค้าปีละ 1.48 แสนราย โดยหลังจากดำเนินการไปแล้ว 3 ปี ร้านประชารัฐสุขใจแต่ละร้านจะสามารถดูแลตนเองได้

พลตรี สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการบริหารจัดการร้านค้าได้กำหนดไว้ 3 รูปแบบ คือ ขับเคลื่อนโดยเครือข่ายโอท็อปของจังหวัด ขับเคลื่อนโดย สนง.พัฒนาชุมชนของจังหวัดประสานกับกลุ่มผู้ผลิตสินค้า หรือขับเคลื่อนโดยอาศัยผู้ขาย (Trader) อาชีพ ทำหน้าที่รวบรวมและจัดส่งสินค้าเข้าร้าน โดยช่วงเดือน มี.ค.59 ได้ดำเนินการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และคัดเลือกสินค้าเรียบร้อยแล้ว

“นายกฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจจากภายใน โดยเริ่มจากระดับชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด ซึ่งโครงการร้านประชารัฐสุขใจ จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์จากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ และเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคอาเซียนและประชาคมโลก โดยได้เน้นย้ำให้ทุกร้านค้า รักษามาตรฐานของสินค้าและบริการ เพื่อดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่เดินทางไปมาในประเทศอย่างต่อเนื่อง และหากประเมินผลแล้วเป็นที่น่าพอใจ ขอให้มีการขยายจำนวนร้านค้าในปั๊ม ปตท.เพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีโอกาสเข้าถึงช่องทางการกระจายสินค้าได้มากขึ้น รวมทั้งพัฒนาต่อไปถึงการตั้งร้านค้าในปั๊มน้ำมันที่ ปตท.ไปลงทุนในต่างประเทศ ช่วยเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ผลิตสินค้าโอท็อป และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยได้อีกช่องทางหนึ่ง”

ทั้งนี้ โครงการประชารัฐเพื่อวิสาหกิจชุมชน ดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของ 5 หน่วยงาน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

แชร์ข่าว :
เพิ่มเพื่อน
Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง