สนจ. รวมพลังชาวจุฬาฯ จัดงาน "ปิยมหาราชานุสรณ์ 2566" สานต่อพระราชปณิธาน ชวนคนไทยร่วม "จุดพลังเพื่อโลกยั่งยืน"
วันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน ผู้พระราชทานกำเนิดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ สนจ. ได้จัดงาน "ปิยมหาราชานุสรณ์" ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อน้อมแสดงความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียงกัน
สำหรับการจัดงาน ปิยมหาราชานุสรณ์ 2566 นี้ มีการจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "จุดพลังเพื่อโลกยั่งยืน" ซึ่งเป็นการน้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงวางรากฐานงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในมิติต่างๆ ให้ประเทศไทยมีความมั่นคงสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมนิสิตเก่า จุฬาฯ กล่าวถึงที่มาของแนวคิดปีนี้ว่า งานปิยมหาราชานุสรณ์ 2566 จุดพลังเพื่อโลกยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ทรงพระปรีชาสามารถในด้านต่างๆ ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล ทรงวางรากฐานงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในหลากมิติ อาทิ ด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ด้านคมนาคม รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการจัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้น เพื่อป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
"ปี 2566 นี้ กิจกรรมในภาคเช้า ชาวจุฬาฯ จะร่วมกันถวายสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า (พระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล) และพระบรมรูปทรงม้า ลานพระราชวังดุสิต อย่างเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา ส่วนในภาคค่ำจะมีการจัดกิจกรรมการบริจาคเงินการกศุลที่ศาลาพระเกี้ยวซึ่งจะมีกิจกรรมในหลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจ"
อรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน ปิยมหาราชานุสรณ์ 2566 ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเชิญชวนชาวจุฬาฯ ทั้งนิสิตเก่า และนิสิตปัจจุบันผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันสมทบทุนจุฬาสงเคราะห์ และทุนอาหารกลางวัน ให้กับนิสิตที่มีความประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของสมาคมฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาคมจุฬาฯ และสังคมโดยรวม รวมทั้งโครงการเลือดชมพู (CU Blood) เติมเลือดใหม่ ช่วยคนไทย ไม่ขาดเลือด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สนจ. และนิสิตปัจจุบัน ที่จะเชิญชวนและรณรงค์ให้นิสิต นิสิตเก่า อาจารย์ บุคลากรของจุฬาฯ และประชาชนทั่วไป ร่วมบริจาคโลหิตแก่สภากาชาดไทยไม่ให้ขาดเลือดตลอดทั้งปี โดยมีเป้าหมายสำหรับยอดผู้บริจาคจำนวน 4,000 คน เป็นรายใหม่ไม่น้อยกว่า 800 คน ระหว่างวันที่ 24-29 ตุลาคม 2566
"ปีนี้ถือเป็นปีแรกในการทำงานในฐานะนายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะให้ สนจ. เป็นเครือข่ายกลางที่ยึดโยงนิสิตทุกคนทุกเจเนอเรชัน เพื่อสร้างพลังเป็นหนึ่งเดียว และยังพร้อมที่จะขับเคลื่อน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้เป็นสถานศึกษาที่เติบโตยั่งยืนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยจะส่งเสริมทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ ควบคู่คุณธรรมและจริยธรรมไปพร้อมกับความรู้ที่ทันสมัย พร้อมทั้งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับสมาชิกเครือข่ายทุกภาคส่วน และสังคมเพื่อร่วมพัฒนาประเทศและสังคมไทย" นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ กล่าว
ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ ยังคงสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษาของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จวบจนปัจจุบัน โดยได้น้อมนำเป็นแนวทางในการวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนจุฬาฯ ไว้ 3 ด้าน คือ Future Leaders ผู้นำแห่งอนาคต และ Impactful Research & Innovation งานวิจัยและนวัตกรรมที่มีประโยชน์สูงเพื่อสังคม รวมถึง Sustainability การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิดการจัดงานในปีนี้ ภายใต้แนวคิด จุดพลังเพื่อโลกยั่งยืน จุฬาฯ ตั้งเป้าหมายเป็นมหาวิทยาลัยที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 ผ่าน 5 กลยุทธ์
"ประกอบด้วย Energy Transition ปัจจุบันมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาของอาคารกว่า 30 แห่ง ในมหาวิทยาลัย Improving Energy System Resilience ติดตั้งระบบบริหารจัดการพลังงานในอาคารอัจฉริยะ Creating Green Growth พื้นที่กว่า 50% เป็นพื้นที่สีเขียว มีการสำรวจและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ Lifestyle Transition รณรงค์ให้นิสิตและบุคลากรใช้รถบัสไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า จักรยานภายในมหาวิทยาลัย โครงการ Chula Zero Waste ดูแลจัดการเรื่องขยะตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และ Social Transition Social Support System กับกิจกรรม Chula SDG : Beyond Leading Change เสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ทางด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับบุคลากรจุฬาฯ"
ณัฐพล รังสิตพล ประธานคณะกรรมการดำเนินงานปิยมหาราชานุสรณ์ 2566 กล่าวเสริมว่า ประเด็นเรื่องของ Climate Change เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมมากขึ้นทุกขณะ หากย้อนกลับไปยังเมื่อสมัยของรัชกาลที่ 5 เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพระราชกรณียกิจของพระองค์ล้วนเป็นการวางรากฐานการพัฒนาด้านการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืน และสาธารณประโยชน์ให้ปวงชนชาวไทย โดยทรงวางรากฐานมาเมื่อประมาณ 170 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทราบถึงพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 ผ่านกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในภาคค่ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงาน องค์กรต่างๆ มาร่วมเทิดพระเกียรติผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ อาทิ การจัด Exclusive Exhibition แสดงภาพถ่าย และเครื่องใช้หาชมยากในสมัยรัชกาลที่ 5 วีดิทัศน์เทิดพระเกียรติ พระปิยมหาราช ต้นธารสู่ความยั่งยืน กิจกรรม CU Alumni Talk : จุดพลังเพื่อโลกยั่งยืน ละครเวทีเทิดพระเกียรติพระปิยมหาราช ชุด Net Zero Hero สานต่อพระราชปณิธานความยั่งยืน การแสดงดนตรีวง CU Band และศิลปินนิสิตเก่าจุฬา
"รวมถึงกิจกรรมระดมทุนบริจาคทุนจุฬาสงเคราะห์ และทุนอาหารกลางวัน เพื่อสร้างรากฐานทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของนิสิตที่ประสบปัญหาด้านทุนทรัพย์ ซึ่งการพัฒนาทรัพยกรมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญ ในการขับเคลื่อนประเทศให้เกิดความยั่งยืน และเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืน ในการเดินทางมาร่วมงาน ทางสมาคมฯ ยังเชิญชวนให้ผู้มาร่วมงานใช้แนวทางรักษ์โลกร่วมเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะ หรือจะเดินทางมาพร้อมกันโดยใช้รถคันเดียวหลายคน หรือหากอยู่ใกล้สามารถเดินหรือปั่นจักรยานมาร่วมงาน เพื่อช่วยกันลดการปล่อย Carbon Footprint"
เชิญชวนนิสิตเก่าจุฬาฯ นิสิตปัจจุบัน ตลอดจนประชาชนทั่วไปผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคกันได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านการโอนเข้าบัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 073-3-51890-1 บัญชีชื่อ มูลนิธิสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สำหรับกิจกรรม "วันปิยมหาราชานุสรณ์ 2566" สามารถติดตามรับชม Live สดได้ทาง FB page : Backbone MCOT, Chulalongkorn University และ Chula Alumni





