น้ำท่วมที่ลุ่มชาวบ้านอยู่บนถนน วอนรถบรรทุกชะลอความเร็ว

น้ำท่วมที่ลุ่มชาวบ้านอยู่บนถนน วอนรถบรรทุกชะลอความเร็ว

ชาวบ้านกว่า 200 ชีวิต อาศัยอยู่บนถนนสาย 401 สุราษฎร์ธานี-พังงา ขอติดตั้งป้ายและสัญญาณไฟเพิ่มเพื่อความปลอดภัย เพราะอาจจะต้องอาศัยอยู่อีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ พร้อมวอนคนขับรถบรรทุกโปรดชะลอความเร็วเมื่อรถวิ่งผ่านในยามดึก

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักจนทำให้น้ำในแม่น้ำตาปีล้นฝั่งไหลหลากเข้าพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะที่บ้านคุ้งยาง และ บ้านหาดผก หมู่ 7 ตำบลท่าข้ามอำเภอพุนพิน ผู้ประสบภัยกว่า 50 ครัวเรือนหรือกว่า 200 ชีวิต ต้องขนทรัพย์สิน หนีน้ำขึ้นมาอาศัยอยู่บนถนนสายหลัก 401 สุราษฎร์ธานี-พังงา ช่วง กม.13 ( เขาหัวควาย)ไป กม.18 โดยทาง อบต.ท่าข้ามได้ติดตั้งเต๊นส์ให้ผู้ประสบภัยอาศัยอยู่บนถนน ระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตรและปิดการเดินรถ 1 ช่องจราจร

สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำและเป็นจุดรับมวลน้ำก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลจึงทำให้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมของทุกๆ ปีพื้นที่แห่งนี้จะถูกน้ำท่วมขัง นานประมาณ 1 เดือนและมีระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 เมตร

นางชลธิชา อินทรแพทย์ อายุ 59 ปี ผู้ประสบภัย บอกว่า ไม่รู้จะย้ายไปอยู่ที่ไหน เมื่อบ้านที่ดินสวนการเกษตรอยู่ที่นี่ ทุกคนก็ต้องทำใจ 1-2 ปีต้องอยู่บนถนน 1 เดือน คิดบวกว่าเป็นงานประจำปี ที่จะต้องขนย้ายสิ่งของหนีน้ำขึ้นมาอยู่บนถนน หากปีไหนฝนตกเยอะและน้ำทะเลหนุนอาจจะต้องอยู่ยาวหน่อย ชาวบ้านลำบากตรงที่ต้องลงขันจ้างเครื่องปั่นไฟมาใช้เอง อุปกรณ์การป้องกันความปลอดภัยก็ต้องดูกันเอง

แต่ปีนี้ดีขึ้นมาหน่อยทาง อบต.ท่าข้ามได้ติดตั้งเต๊นส์และติดตั้งไฟฟ้าให้ และทาง อบจ.สุราษฎร์ธานีนำรถสุขามาจอดให้ประชาชนได้ใช้ ที่สิ่งที่จะขอร้องหรือขอวิงวอนความเห็นใจจากรถใหญ่ที่วิ่งผ่านในช่วงกลางดึกขอให้ชะลอความเร็วลงให้หน่อย เนื่องจากเสียงดังของท่อไอเสียจากรถและลมกรรโชกแรง ทำให้เต็นต์โยกคลอนเหมือนจะพังลงมาทำให้เด็กและผู้สูงอายุ ตกใจหลับนอนไม่ได้ และขอให้ทางแขวงการทางนำป้ายเตือนผู้ขับขี่รถและสัญญาณไฟมาติดตั้งเพิ่มเติม เนื่องจากสัญญาณไฟที่มีอยู่มีน้อย จึงหวั่นเกรงความไม่ปลอดภัยจากรถยนต์ที่ผ่านจุดดังกล่าว