"หมอเหรียญทอง" ออกแถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ

"หมอเหรียญทอง" ออกแถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ

"หมอเหรียญทอง" ออกแถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นภายในห้องเอกซเรย์ของ รพ. 

(12 พ.ย.2564) "หมอเหรียญทอง" พลตรีเหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นภายในห้องเอกซเรย์ของ รพ. 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

- เพลิงไหม้ "โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ" จนท.ระบายควัน ตรวจสอบการรั่วไหลของรังสี

- อัพเดท ไฟไหม้ "รพ.มงกุฎวัฒนะ" ทราบแล้วที่มาต้นเพลิง มี ปชช.ได้รับบาดเจ็บ

 

โดย หมอเหรียญทอง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กจากเหตุการณ์ เพลิงไหม้ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ระบุว่า แถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ เมื่อเช้าวันนี้ที่ 12 พ.ย.2564 เวลา 6.40 - 7.30 น. ได้เกิดเหตุเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาเคลื่อนที่ [Portable X-Ray machine] เกิดไฟลุกไหม้ขณะชาร์จแบตเตอรี่แล้วลุกลามไปยังเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาเคลื่อนที่จากเครื่องที่ 1 ไปเครื่องที่ 2 อย่างรวดเร็ว

 

ถึงแม้พนักงานรังสีเทคนิคจะเข้าทำการดับเพลิงทันทีแต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ โชคดีที่ห้องชาร์จไฟเป็นห้องที่ไม่มีวัสดุติดไฟ และแผนกเอกซเรย์นี้ได้ถูกปิดแผนกโดยยกเลิกการใช้งานไปเมื่อคืนวันที่ 11 พ.ย.2564 ที่ผ่านมานี้เอง เนื่องจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้เปิดศูนย์เอกซเรย์ใหม่ และได้ย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆออกไปจากแผนกเอกซเรย์เก่าไปทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.2564 แล้ว จึงเหลือแต่เพียงสถานที่ซึ่งว่างเปล่า

 

รพ.มงกุฎวัฒนะ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฏิบัติงานเวรประจำ และทำการฝึกบุคลากรในสังกัดอย่างเป็นนิจ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ เราจึงสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 250 เตียง พร้อมญาติ และบุคลากรในสังกัดจำนวนมากเกือบ 1,000 คนออกจากอาคาร รพ.มงกุฎวัฒนะ สู่พื้นที่ปลอดภัยภายใน 15 นาที คงเหลือแต่สถานการณ์เพลิงไหม้ที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้จนกระทั่ง ‘หน่วยดับเพลิง’ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยดับเพลิงต่างๆได้เข้ามาสมทบและปฏิบัติการอย่างรวดเร็วสัมฤทธิผล เป็นระบบ จนสามารถควบคุมเพลิงไหม้ที่ต้นเหตุและสงบลงได้อย่างรวดเร็วในเวลา 7.15 น.

 

 

ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส มีเพียงพนักงานรักษาความสะอาด 1 รายที่หกล้มและบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น อาคารสถานที่ที่เสียหายจากเพลิงไหม้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ ‘ห้องชาร์จไฟ’ เท่านั้น ที่สำคัญเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาเคลื่อนที่ [Portable X-Ray machine] ไม่มีสารกัมมันตภาพรังสีที่จะแพร่กระจายจนเป็นอันตรายแต่อย่างใด

 

ขณะนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะ สามารถให้บริการทางการแพทย์ได้ดังเดิม ยกเว้นพื้นที่โดยรอบห้องชาร์จไฟ ณ ชั้น 1 ของอาคาร A เท่านั้นที่ยังต้องปิดพื้นที่และอยู่ในการพิสูจน์หลักฐานจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

เหตุเพลิงไหม้ถือเป็นมหัตภัยร้ายแรงต่อ รพ.ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้นับเป็นความโชคดีที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับการช่วยเหลือจาก ‘หน่วยดับเพลิง’ ในสังกัดกรุงเทพมหานครและหน่วยต่างๆ ทั้งหน่วยรถพยาบาลจากศูนย์เอราวัณ – มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง และอื่นๆ ทั้งได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยทหารจิตอาสา 904 พระราชทาน จากกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ตลอดจนประชาชนจำนวนมากที่ห่วงใย และหน่วยหรือบุคคลอีกมากมายที่ผมไม่ได้เอ่ยนามถึงไว้ ณ ที่นี้

 

ถึงแม้คนอย่างผมจะมีสติในทุกสถานการณ์ เป็นนักสู้ ไม่เคยท้อถอยน้อยใจในโชคชะตา คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ แต่เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ ผมมีแต่พระเจ้าอยู่หัวฯทั้งรัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบันที่สถิตอยู่ในใจเป็นที่พึ่งทางใจแห่งเดียวของผม ผมรำลึกว่า หากแม้นวันนี้ชีวิตข้าพระพุทธเจ้าจะประสบเคราะห์กรรมเลวร้ายจนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ข้าพระพุทธเจ้าจะนำพาทุกชีวิตของผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรในสังกัดของข้าพระพุทธเจ้าอันเป็นพสกนิกรของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้รอดชีวิตและปลอดภัยกลับสู่ครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกเขาทุกคนให้จงได้ ...หลังจากนั้นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็รายงานให้ผมทราบว่า...เพลิงสงบแล้ว

 

ผมในนามของผู้นำ รพ.มงกุฎวัฒนะ ขอกราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และจิตอาสาจากทุกหน่วยงานจำนวนมากไว้ ณ ที่นี้ ผมไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนท่านทั้งหลายได้ นอกจากผมขอตอบแทนด้วยการทำความดีต่อแผ่นดินนี้

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ ด้วยความเคารพอย่างสูง

 

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ 12 พ.ย.64 เวลา 11.53 น.

 

หมายเหตุ ขณะนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะ สามารถกลับเข้าสู่การปฏิบัติการรักษาพยาบาลได้เหมือนเดิม ยกเว้นพื้นที่โดยรอบแผนกเอกซเรย์เก่าที่ยังคงปิดเพื่อพิสูจน์หลักฐาน-ซ่อมแซม-ปรับปรุง ณ ชั้น 1 อาคาร เอ [A] เท่านั้น