background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"หมอเหรียญทอง" ออกแถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ

"หมอเหรียญทอง" ออกแถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ

"หมอเหรียญทอง" ออกแถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นภายในห้องเอกซเรย์ของ รพ. 

(12 พ.ย.2564) "หมอเหรียญทอง" พลตรีเหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ แถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นภายในห้องเอกซเรย์ของ รพ. 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

- เพลิงไหม้ "โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ" จนท.ระบายควัน ตรวจสอบการรั่วไหลของรังสี

- อัพเดท ไฟไหม้ "รพ.มงกุฎวัฒนะ" ทราบแล้วที่มาต้นเพลิง มี ปชช.ได้รับบาดเจ็บ

 

โดย หมอเหรียญทอง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กจากเหตุการณ์ เพลิงไหม้ โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ระบุว่า แถลงการณ์เหตุเพลิงไหม้ รพ.มงกุฎวัฒนะ เมื่อเช้าวันนี้ที่ 12 พ.ย.2564 เวลา 6.40 - 7.30 น. ได้เกิดเหตุเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาเคลื่อนที่ [Portable X-Ray machine] เกิดไฟลุกไหม้ขณะชาร์จแบตเตอรี่แล้วลุกลามไปยังเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาเคลื่อนที่จากเครื่องที่ 1 ไปเครื่องที่ 2 อย่างรวดเร็ว

 

ถึงแม้พนักงานรังสีเทคนิคจะเข้าทำการดับเพลิงทันทีแต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้ โชคดีที่ห้องชาร์จไฟเป็นห้องที่ไม่มีวัสดุติดไฟ และแผนกเอกซเรย์นี้ได้ถูกปิดแผนกโดยยกเลิกการใช้งานไปเมื่อคืนวันที่ 11 พ.ย.2564 ที่ผ่านมานี้เอง เนื่องจาก รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้เปิดศูนย์เอกซเรย์ใหม่ และได้ย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆออกไปจากแผนกเอกซเรย์เก่าไปทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.2564 แล้ว จึงเหลือแต่เพียงสถานที่ซึ่งว่างเปล่า

 

รพ.มงกุฎวัฒนะ มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปฏิบัติงานเวรประจำ และทำการฝึกบุคลากรในสังกัดอย่างเป็นนิจ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ เราจึงสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 250 เตียง พร้อมญาติ และบุคลากรในสังกัดจำนวนมากเกือบ 1,000 คนออกจากอาคาร รพ.มงกุฎวัฒนะ สู่พื้นที่ปลอดภัยภายใน 15 นาที คงเหลือแต่สถานการณ์เพลิงไหม้ที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้จนกระทั่ง ‘หน่วยดับเพลิง’ ในสังกัดกรุงเทพมหานคร และหน่วยดับเพลิงต่างๆได้เข้ามาสมทบและปฏิบัติการอย่างรวดเร็วสัมฤทธิผล เป็นระบบ จนสามารถควบคุมเพลิงไหม้ที่ต้นเหตุและสงบลงได้อย่างรวดเร็วในเวลา 7.15 น.

 

 

ไม่มีผู้ใดเสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส มีเพียงพนักงานรักษาความสะอาด 1 รายที่หกล้มและบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น อาคารสถานที่ที่เสียหายจากเพลิงไหม้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ ‘ห้องชาร์จไฟ’ เท่านั้น ที่สำคัญเครื่องเอกซเรย์แบบพกพาเคลื่อนที่ [Portable X-Ray machine] ไม่มีสารกัมมันตภาพรังสีที่จะแพร่กระจายจนเป็นอันตรายแต่อย่างใด

 

ขณะนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะ สามารถให้บริการทางการแพทย์ได้ดังเดิม ยกเว้นพื้นที่โดยรอบห้องชาร์จไฟ ณ ชั้น 1 ของอาคาร A เท่านั้นที่ยังต้องปิดพื้นที่และอยู่ในการพิสูจน์หลักฐานจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

เหตุเพลิงไหม้ถือเป็นมหัตภัยร้ายแรงต่อ รพ.ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้นับเป็นความโชคดีที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ ได้รับการช่วยเหลือจาก ‘หน่วยดับเพลิง’ ในสังกัดกรุงเทพมหานครและหน่วยต่างๆ ทั้งหน่วยรถพยาบาลจากศูนย์เอราวัณ – มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง และอื่นๆ ทั้งได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยทหารจิตอาสา 904 พระราชทาน จากกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ตลอดจนประชาชนจำนวนมากที่ห่วงใย และหน่วยหรือบุคคลอีกมากมายที่ผมไม่ได้เอ่ยนามถึงไว้ ณ ที่นี้

 

ถึงแม้คนอย่างผมจะมีสติในทุกสถานการณ์ เป็นนักสู้ ไม่เคยท้อถอยน้อยใจในโชคชะตา คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ แต่เหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ ผมมีแต่พระเจ้าอยู่หัวฯทั้งรัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบันที่สถิตอยู่ในใจเป็นที่พึ่งทางใจแห่งเดียวของผม ผมรำลึกว่า หากแม้นวันนี้ชีวิตข้าพระพุทธเจ้าจะประสบเคราะห์กรรมเลวร้ายจนต้องสิ้นเนื้อประดาตัว แต่ข้าพระพุทธเจ้าจะนำพาทุกชีวิตของผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรในสังกัดของข้าพระพุทธเจ้าอันเป็นพสกนิกรของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้รอดชีวิตและปลอดภัยกลับสู่ครอบครัวอันเป็นที่รักของพวกเขาทุกคนให้จงได้ ...หลังจากนั้นเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็รายงานให้ผมทราบว่า...เพลิงสงบแล้ว

 

ผมในนามของผู้นำ รพ.มงกุฎวัฒนะ ขอกราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และจิตอาสาจากทุกหน่วยงานจำนวนมากไว้ ณ ที่นี้ ผมไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนท่านทั้งหลายได้ นอกจากผมขอตอบแทนด้วยการทำความดีต่อแผ่นดินนี้

 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอขอบพระคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ ด้วยความเคารพอย่างสูง

 

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ 12 พ.ย.64 เวลา 11.53 น.

 

หมายเหตุ ขณะนี้ รพ.มงกุฎวัฒนะ สามารถกลับเข้าสู่การปฏิบัติการรักษาพยาบาลได้เหมือนเดิม ยกเว้นพื้นที่โดยรอบแผนกเอกซเรย์เก่าที่ยังคงปิดเพื่อพิสูจน์หลักฐาน-ซ่อมแซม-ปรับปรุง ณ ชั้น 1 อาคาร เอ [A] เท่านั้น