"สุพัฒนพงษ์" แจง "วุฒิสภา" ไม่เลิกน้ำมันผสม

"สุพัฒนพงษ์" แจง "วุฒิสภา" ไม่เลิกน้ำมันผสม

"รมว.พลังงาน" แจงปัจจัยน้ำมันสูง เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัว หลังโควิด-19 คลี่คลาย ชี้เลิกน้ำมันผสม ไม่ดี-กระทบนโยบายรัฐบาล

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ช่วงกระทู้ถาม ถึงปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซหุงต้มมีราคาแพง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งตั้งถามโดย พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ส.ว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน วุฒิสภาว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น มาจาก 2 ปัจจัย คือ ราคาน้ำมันตลาดโลกที่สูงขึ้น และ อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท โดยปัจจัยทั้ง 2 อย่างเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่คลี่คลายจากภาวะโควิด-19 และในภูมิภาคตะวันตกที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อากาศหนาว ต้องการพลังงาน ทำให้ราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยนสู้งขึ้นมาก ทั้งนี้ยอมรับว่าราคาน้ำมันดีเซลกระทบประชาชนมาก จากกลางปี ราคา 25 บาทต่อลิตร ปัจจุบันทะลุ 30 บาทต่อลิตร

ขณะที่ก๊าซหุงต้มราคาจาก 500 เหรียญต่อตัน เป็น 800 เหรียญต่อตัน สำหรับการแก้ปัญหาโดย คณะกรรมการกรรมการนโยบายและแผนพลังงาน (กบง.) มีมติตั้งแต่เดือนตุลาคม เพื่อรักษาระดับให้น้ำมันดีเซลราคาไม่เกินลิตรละ 30 บาท ส่วนที่เกินใช้กลไกลของกองทุนน้ำมันนอกจากนั้นได้ขอความร่วมมือให้ผู้ขายลดค่าการตลาดลง แม้ว่าการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันจะเป็นไปตามกลไกตลาดเสรีก็ตาม


         นายสุพัฒนพงษ์  กล่าวอีกว่า สำหรับการใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น หากไม่พอจะจัดหาแหล่งทุนจากแหล่งที่มาอื่นๆ ได้ และตามมาตรา 55 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กำหนดระยะเวลาให้ผู้ผลิตต้องปรบตัวและลดต้นทุน ซึ่งการชดเชยกองทุนมีระยะเวลาไม่เกินปี 2565 และสามารถต่อได้ 2 ครั้งๆ ละ 2 ปี ดังนั้นจะสิ้นสุดในปี 2569 ส่วนข้อเสนอต่อการลดราคาน้ำมันผสมชีวภาพ นั้น ข้อเท็จจริงพบว่า การผสมน้ำมันมีต้นทุนสูง เพราะเหตุผลจากการขาดแคลน ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย มีภาวะระบาดโควิด ทำให้ขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวปาล์มน้ำมัน ทำให้น้ำมันราคาสูง  อย่างไรก็ดีมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการจะช่วยพยุงราคาและดูแลประชาชน รวมถึงประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่เป็นรอยต่อสำคัญ ของการเปิดประเทศให้พ้นวิกฤตให้ได้
 

         "ช่วงนี้ราคาสูง คำถามว่าแนวโน้ม จะลดปริมาณสัดส่วนผสม หรือยกเลิกการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพในเน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่ ทั้งนี้การผสมดังกล่าวเป็นนโยบารัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมพลังงานสะอาด ลดฝุ่นละออง ช่วยรักษาเสถียรภาพพืชผลเกษตร ให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง รวมถึงลดการพึ่งพานำเข้า น้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ดังนั้นหากลดปริมาณสัดส่วนผสมอาจกระทบเศรษฐกิจต้องสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ แต่หากคงไว้จะสร้างเศรษฐกิจ มีเงินหมุนเวียนในประเทศ ดังนั้นการยกเลิกเวลานี้ไม่เป็นประโยชน์ ไม่สอดคล้องนโยบายรัฐ หลายกรรมาธิการที่มีจุดยืนสนับสนุน แต่การลดสัดส่วนอาจพิจารณาตามความจำเป็นในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยขณะนี้ กบง. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็น ศึกษาผลกระทบ” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

          นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับก๊าซหุงต้ม ยอมรับว่าเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 แต่หน่วยงานของรัฐบาลได้ประสานและตรึงราคา รวมถึงช่วยประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลดค่าก๊าซหุงต้ม 100 บาท โดยจากมาตรกรดังกล่าวจะใช้เงิน 4,200 ล้านบาทต่อเดือน 

"สุพัฒนพงษ์" แจง "วุฒิสภา" ไม่เลิกน้ำมันผสม

 

 

          รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่พบการบิดเบือนข้อเท็จจริง กระทรวงพลังงานจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายครบถ้วน นอกจากนั้นจะปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน.