วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกะรอยล่าโจรชิงทอง 10 ล้านที่ภูเก็ต เผยร้านทองไม่ได้ทำประกัน

รองผบช.ภ.8 ประชุมเครียด เร่งคดีคนร้ายชิง “ทองรูปพรรณ” น้ำหนัก 300 บาท มูลค่ากว่า 10 ล้านที่ภูเก็ต สั่งแกะรอยวงจรปิดโดยรอบหาหลักฐานเชื่อมโยง ขณะที่เจ้าของร้านทอง เผยเปิดบริการมากว่า 30 ปี ไม่เคยเกิดเหตุร้ายจึงไม่ได้ทำประกันไว้

วันนี้ (25ต.ค.) ที่ห้องประชุม ชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ( ผบช.ภ.8) เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุชิงทองในร้านทองกลางเมืองภูเก็ต ได้ "ทองรูปพรรณ" ไปประมาณน้ำหนัก 300 บาท มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และทำร้ายคนที่อยู่ภายในร้านได้รับบาดเจ็บ โดยมีพ.ต.อ.ประวิทย์ สุทธิเรืองอรุณ รองผบก.สส.ภ.8 รักษาการ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต, พ.ต.อ.ธีรวัฒน์ เลี่ยมสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยใช้เวลาในการประชุมกว่าหนึ่งชั่วโมง

แกะรอยล่าโจรชิงทอง 10 ล้านที่ภูเก็ต เผยร้านทองไม่ได้ทำประกัน

ภายหลังประชุมเสร็จได้เดินทางไปตรวจสอบร้านทองสถานที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบร่องรอยและหาเบาะแสคนร้ายอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งบริเวณจุดที่คนร้ายเจาะฝ้าเพดานห้องน้ำชั้น 2 ระเบียบด้านนอกชั้น 2 บริเวณชั้นล่างหน้าตู้เซฟเก็บ "ทองรูปพรรณ" และบริเวณหน้าร้านขายทอง โดยมีพี่สาวเจ้าของร้านคอยอธิบายจุดต่างๆ ซึ่งมี นางเบญจพร วัชรศิริยุทธ อายุ 60 ปี น้องสาวนางพวงเพ็ญที่ได้รับบาดเจ็บ ระบุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม้ที่คนร้ายใช้ตีผู้บาดเจ็บนั้น เป็นไม้แบบที่วางอยู่ภายในร้าน ส่วนมีดก็เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบบริเวณพื้นที่รกร้างและบ้านร้างที่ตั้งอยู่บริเวณ ถ.เยาวราช ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายใช้เข้าและออกจากร้านทอง ทั้งก่อนและหลังก่อเหตุ

ทั้งนี้ มีการตรวจสอบเส้นทางที่คนร้ายคาดว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายเข้ามาทางบ้านเก่าแล้วเดินลัดเลาะมายังหลังร้านทอง และใช้หลบหนีหลังก่อเหตุเส้นทางเดิม 

พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ รอง ผบช.ภ.8 เปิดเผยว่าได้แบ่งกำลังออกสืบสวนสอบสวนเป็น 2 ชุด โดยมี กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ออกสืบหาเบาะแสคนร้ายตามเป้าหมายและสถานที่ต้องสงสัยแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และพยานแวดล้อม ทั้งเจ้าของร้านทั้ง 2 คน และประชาชนในละแวกใกล้เคียง

ขณะนี้พอจะมีกลุ่มเป้าหมายแล้ว ขอเวลาในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนที่คนร้ายนำโทรศัพท์มือถือของเจ้าของร้านไปด้วยนั้น เบื้องต้นยังไม่พบว่า คนร้ายนำไปขายที่ใด ซึ่งทาง ผบช.ภ.8 ได้สั่งการและกำชับให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันได้ภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดตามถนนสายต่างๆ มาประกอบการติดตามตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้ายโดยเร็วที่สุด

แกะรอยล่าโจรชิงทอง 10 ล้านที่ภูเก็ต เผยร้านทองไม่ได้ทำประกัน

ขณะที่นางเบญจพร เปิดเผยว่า คนร้ายน่าจะรู้ว่า บริเวณชั้น 2 ไม่มีใคร เพราะมืด จึงปีนหลังคาแล้วเจาะทะลุฝ้าเพดานในห้องน้ำลงมา โดยอาวุธทั้งหมดก็ไม่ได้เตรียมมาเป็นของที่หาได้ภายในร้าน ก่อนจะนำมาข่มขู่และทำร้ายคนที่อยู่ในร้านจนบาดเจ็บ และบังคับให้เปิดตู้เซฟเก็บทองรูปพรรณต่างๆ

ส่วนค่าเสียหายที่คนร้ายชิงทองรูปพรรณไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้สำรวจหรือตรวจสอบจำนวนที่แน่ชัด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจขอปิดตู้เซฟไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบหลักฐานต่างๆ หากคนร้ายเปิดเซฟได้ของมีค่าทุกอย่างอยู่ในนั้น เบื้องต้นคาดว่าได้ทองรูปพรรณต่างๆ น้ำหนักรวมประมาณ 300 บาท และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

โดยในร้านมีทองรูปพรรณที่เก็บไว้รวมน้ำหนักกว่า 1 พันบาท มูลค่าเกือบ 30 ล้านบาท แต่คนร้ายมาเพียงคนเดียว จึงไม่สามารถเอาไปได้หมด ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นไปได้ทั้งคนงานต่างด้าวและคนไทยที่เคยเข้าออกที่ร้านเพราะร้านแห่งนี้เปิดให้บริการมากว่า 30 ปี ไม่เคยมีคดีอะไรเกิดขึ้น จึงไม่ได้ทำประกันทองไว้ แต่เชื่อว่าฝีมือตำรวจไทย ไม่เกินความสามารถ เพราะภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดค่อนข้างชัดเจน ทั้งหมดเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีใครอยากให้เกิด โดยคุณลุงคุณป้าก็อายุมากแล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปสู้กับคนร้าย