"เฮียฝา" เศรษฐีแห่งตลาดหนองตม คาใจปมมรดกเงินหายกว่า 50 ล้าน

"เฮียฝา" เศรษฐีแห่งตลาดหนองตม คาใจปมมรดกเงินหายกว่า 50 ล้าน

"เฮียฝา" เศรษฐีแห่งตลาดหนองตม อ.พรหมพิราม คาใจปมมรดก เงินในบัญชีหายไปกว่า 50 ล้านบาท พบถูกยักยอกเข้าบัญชีลูกเลี้ยง ล่าสุดธนาคารแจ้งจะติดต่อกลับ ด้านอดีตผู้จัดการแบงค์ สามีลูกติดยันดำเนินการถูกต้อง

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2564 จากกรณีนายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี หรือ "เฮียฝา" เศรษฐีระดับร้อยล้านตลาดหนองตม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พร้อมลูกชายโร่ร้องศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก เงินในบัญชีธนาคารหายกว่า 50 ล้านบาท ตรวจสอบพบมีการโยกย้ายเงินเข้าบัญชี ลูกเขยอดีตผู้จัดการธนาคาร ซึ่งเป็นสามีของลูกติดภรรยานั้น

"เฮียฝา" เศรษฐีแห่งตลาดหนองตม คาใจปมมรดกเงินหายกว่า 50 ล้าน

ความคืบหน้าวันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ อายุ 52 ปี บุตรชายคนโตของเฮียฝา ที่บ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านซ่อมเกี่ยวกับระบบแอร์ พื้นที่ ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อสอบถามความคืบหน้าจากการนำเสนอข่าว

 

นายสมยศ พงศ์กิตติไพสิฐ กล่าวว่า ล่าสุดเช้าวันนี้ ตนได้รับการติดต่อจากธนาคารส่วนกลางโทรศัพท์แจ้งว่า วันนี้จะได้รับการติดต่อจากธนาคารอีกครั้ง ให้รอรับโทรศัพท์ ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นตนยังไม่ทราบเพราะว่าสายที่โทรมาแจ้งไม่ได้บอก บอกเพียงวันนี้ธนาคารจะติดต่อหา ซึ่งตนเองรอโทรศัพท์อยู่ว่าทางธนาคารจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นว่าอย่างไร รวมถึงจะสอบถามบัญชีธุรกรรมทางการเงิน หรือสเตทเมนท์แบบละเอียด 6 บัญชี จาก 9 บัญชี ที่ยังไม่ได้รับว่าอย่างไร เพราะว่าตนและพ่อ รอสเตทเมนท์เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินมานานถึง 2 ปีแล้ว

"เฮียฝา" เศรษฐีแห่งตลาดหนองตม คาใจปมมรดกเงินหายกว่า 50 ล้าน

นายสมยศ กล่าวว่า เมื่อเช้าทางฝั่งของพี่เขย อดีตผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนแล้ว พร้อมยืนยันว่าส่วนที่เขาได้ไป ดำเนินการถูกต้องทุกอย่างเพียงเท่านั้น ซึ่งตนก็ยืนยันเหมือนกันว่าที่ตนและพ่อออกมาพูดก็ถูกต้องเช่นกัน ก่อนจะวางสายไป

นายประเสริฐ แก้วผกาผ่องศรี ซึ่งพักอยู่ที่ภายในตลาดหนองตม ต.หนองตม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้เห็นลูกชายบอกว่าทางธนาคารสำนักงานใหญ่มีการติดต่อมา ในเรื่องนี้ติดใจ เนื่องจากเมื่อไปดูหลักฐานการโอนเงินมีความผิดปกติ เราดีกับเขาแต่เขาไม่ดีกับเรา เอาเปรียบพ่อแม่ นับตั้งแต่แบ่งมรดกกันไม่มีการพูดคุยกัน ตอนแบ่งเงินกันเราก็ไม่ว่า แต่เขาเอาเปรียบเอามากเกินไป

"ความสัมพันธ์ยอมรับว่า ลูกเลี้ยงไม่เคยมาแวะตั้งแต่มีปัญหาเรื่องเงินก็ไม่เคยมาหา ทำเหมือนไม่รู้จักกันเลย ส่วนที่ออกมาเรียกร้องกับลูกชายคนโต ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเรียกร้อง ผมเป็นคนกลาง เมื่อลูกสงสัยเรื่องเงินที่มีการโอนไปโดยไม่มีสมุดหลายครั้ง และยังไม่มีหลักฐานว่าเงินนี้นำไปเข้าบัญชีใคร เราก็อยากรู้ข้อเท็จจริงด้วย"นายประเสริฐ กล่าว