“สะโรรักษ์”โชว์ศักยภาพธุรกิจความงาม คว้ารางวัลมาตรฐานแฟรนไชส์กรมพัฒน์ 64

“สะโรรักษ์”โชว์ศักยภาพธุรกิจความงาม คว้ารางวัลมาตรฐานแฟรนไชส์กรมพัฒน์ 64

ธุรกิจความงาม “สะโรรักษ์” โชว์ศักยภาพมาตรฐานระดับสากล คว้ารางวัลมาตรฐานแฟรนไชส์กรมพัฒน์ 64 พร้อมแนะแนวทางทำธุรกิจในยุคโควิด-19  ระบุ ต้องใช้ออนไลน์มองหาโอกาสในวิกฤตที่เกิดขึ้น

ดร.ธราเทพ เตชะพรชัย ที่ปรึกษาธุรกิจความงามสะโรรักษ์ กล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ธุรกิจความงามสะโรรักษ์ ได้เข้ารับรางวัลมาตรฐานแฟรนไชส์กรมพัฒน์ 64 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นรางวัลการันตีการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบและมาตรฐานเทียบเท่าสากล พร้อมชูให้เป็นแฟรนไชส์ต้นแบบ ของธุรกิจความงามด้านการดูแลแก้ไขปัญหา สิว ฝ้า กระ ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

"สะโรรักษ์เปิดมากว่า 30 ปี เป็นผลิตภัณฑ์ ธุรกิจความงามที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน โดยท่านประธานอารักษ์ ดีไพร เล็งเห็นความสำคัญของเวชสำอางสมุนไพร ภูมิปัญญาของคนไทย และมีประสบการณ์เรื่องการตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ มุ่งพัฒนาสินค้าจากสมุนไพรที่ไม่มีสารเคมีอันตราย และมีความปลอดภัย โดยผลิตภัณฑ์ทุกรายการมีมาตรฐานผ่านการจดแจ้งจากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งได้รับผลตอบรับดีจากลูกค้า เนื่องจากใช้แล้วเห็นผล”ดร.ธราเทพ กล่าว

ต่อมาได้มีการสร้างโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน Good Manufacturing Practice (GMP) และปัจจุบันมีศูนย์สะโรรักษ์ที่ได้ผ่านมาตรฐานแฟรนไชส์จากกรมพัฒน์ ซึ่งเป็นหน่วยงานจากทางภาครัฐมายืนยันรับรองความเป็นมาตรฐานให้กับสะโรรักษ์ว่า สะโรรักษ์มีความเป็นมาตรฐานในระดับสากล ด้วยหลักเกณฑ์ของ TQFM - Total Quality Franchise Management (มาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจในระบบแฟรนไชส์ ปี 2564)

 

  • "สินค้าสมุนไพร"ปลอดภัยได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของ TQFM จะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน 7 ด้าน คือ 1.ด้านการนำองค์กร 2.ด้านกลยุทธ์ 3.ด้านลูกค้า 4.ด้านการวัดวิเคราะห์และจัดการความรู้ 5.ด้านบุคลากร 6.ด้านการปฏิบัติการ 7.ด้านผลลัพธ์ ที่มีคะแนนรวม 1,000 คะแนน และทุกกิจการจะต้องได้ค่าคะแนนไม่น้อยกว่า 650 คะแนน แต่สิ่งที่สะโรรักษ์มีความภาคภูมิใจมากก็คือ เรามีคะแนนสูงติดอันดับ Top 5 หรือคะแนนดีเยี่ยม อยู่ในกลุ่ม Best Practice ซึ่งจะทำให้เป็นการรับรองให้กับลูกค้าหรือผู้ที่จะมาร่วมธุรกิจกับสะโรรักษ์ให้เกิดความมั่นใจและมีความภาคภูมิใจในแบรนด์สะโรรักษ์มากยิ่งขึ้น

“สินค้าและศูนย์สะโรรักษ์” เน้นเรื่องการดูแลแก้ไขปัญหา สิว ฝ้า กระ และให้ความรู้ด้านการดูแลผิวแก่ผู้บริโภค สินค้าของสะโรรักษ์ไม่ใช่ซื้อไปทาแล้วหายทันที แต่จะต้องใช้เวลาเพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จึงมีกระบวนการดูแลแก้ปัญหาเฉพาะของสะโรรักษ์ ผู้ที่จะนำผลิตภัณฑ์ไปใช้หรือคู่ค้าแฟรนไชส์ของสะโรรักษ์จึงต้องมีความรู้ เพื่อนำไปถ่ายทอดการดูแลแก้ปัญหาได้อย่างถูกวิธี ลูกค้าของสะโรรักษ์จะมีความรู้คู่กับความสวยทุกคน

วิธีการดูแลแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค ไม่ใช่เพียงซื้อมาขายไป แต่จะเป็นการให้ความรู้คู่กับการแก้ปัญหาให้แก่ผู้บริโภค มีการติดตามดูแลใกล้ชิด และทุกแฟรนไชส์ก็ต้องได้มาตรฐานทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย ต้องเป็นการทำธุรกิจบนพื้นฐานของประโยชน์ที่ผู้บริโภค และคู่ค้าจะได้รับ ซึ่งต่อจากนี้ สะโรรักษ์จะยิ่งสร้างมาตรฐานทั้ง 7ด้านที่ได้รับรางวัลให้มากขึ้น เพื่อเกิดประโยชน์ต่อตัวองค์กร ผู้ร่วมธุรกิจและลูกค้าดร.ธราเทพ กล่าว

 

  • แนะนักธุรกิจ ปรับตัว ดึงเทคโนโลยีมาใช้

ดร.ธราเทพ กล่าวต่อว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ธุรกิจสะโรรักษ์ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยมาก เนื่องจากมีผู้นำที่เก่ง มีวิสัยทัศน์ มากประสบการณ์ มีความชำนาญในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งได้ผ่านร้อนผ่านหนาว ฝ่าวิกฤติการณ์มามากมาย ทำให้เกิดการเรียนรู้ว่าทุกวิกฤตมีโอกาสเสมอ เมื่อเกิดวิกฤติใดๆ ก็ตาม ท่านประธานจะคอยให้แนวทางในการค้นหาโอกาสในวิกฤติ เรียนรู้ ยอมรับ ปรับตัว และพัฒนา

ทั้งนี้ องค์กรซึ่งมีการปรับตัวตลอดเวลาเมื่อเกิดโควิด-19 ได้มีการพัฒนาศูนย์ความงามให้มีมาตรฐานสาธารณสุขศูนย์ความงาม Hygiene Standard Beauty Center (HSBC)  เพื่อให้ลูกค้าและเจ้าของศูนย์เกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัย มีการเพิ่มพูนความรู้ทักษะการบริหาร บริการ การตลาดออนไลน์ และการขาย ผลิตภัณฑ์ให้รองรับกับสถานการณ์  แม้ศูนย์จะถูกปิด แต่ลูกค้าก็จะไม่หยุดสวย ผู้บริหารศูนย์ก็จะดูแลลูกค้าผ่านวิดีโอคอล ด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ มีการจัดการอบรมเพิ่มพูนความรู้ทางออนไลน์ ด้วยระบบ Zoom ทุกเดือน นับตั้งแต่เดือน เมษายน 2563 ถึงปัจจุบัน

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังได้มีการจัดการอบรมหลักสูตรต่างๆ อีกมากมายทางระบบออนไลน์ มีทีมงานการตลาดออนไลน์มืออาชีพมาคอยดูแล ซึ่งทำให้บริษัทฯ กับผู้บริหารศูนย์ความงามได้มีโอกาสเรียนรู้เพิ่มศักยภาพกันมากขึ้นกว่าในสถานการณ์ปกติด้วย การปรับตัวทำให้ผู้ร่วมธุรกิจสะโรรักษ์ของเรามีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น มีลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น และมีศูนย์ความงามเปิดมากขึ้น 

  • คนไทยใส่ใจสุขภาพ "สมุนไพร" นิยมสูง

“โควิด-19 ทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ  หลีกเลี่ยงสารเคมี สมุนไพรจึงได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งสะโรรักษ์ ทุกผลิตภัณฑ์มาจากสมุนไพร และไม่มีสารเคมีอันตราย เพราะเราเน้นเรื่องความปลอดภัยต่อลูกค้าเป็นหลัก ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ของเราจึงได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง หากใครสนใจจะมาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมธุรกิจสะโรรักษ์ ต่อให้ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถเริ่มธุรกิจได้ เพราะเราเชื่อว่าธรรมชาติของมนุษย์ไม่มีใครทำอะไรเป็นมาตั้งแต่เกิด แต่ขอเพียงมีใจรักในการบริการ อยากเรียนรู้ และทำอย่างเต็มที่ ทุกอย่างก็จะแสดงผลออกมาให้เห็นเอง”ดร.ธราเทพ กล่าว

ธุรกิจสะโรรักษ์ ได้สร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่มามากมาย หลายท่านมีศูนย์หลายศูนย์ มีรายได้หลักแสนหลักล้านบาทต่อเดือน ซึ่งธุรกิจศูนย์ความงามสะโรรักษ์จะคืนทุนได้ภายใน 6-12 เดือน แต่ก็มีบางศูนย์ฯ สามารถคืนทุนได้ภายใน 4 เดือนเท่านั้น  

ดร.ธราเทพ กล่าวด้วยว่าธุรกิจสะโรรักษ์ เป็นธุรกิจที่ขายความรู้คู่ความสวยด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ทำให้ผู้ที่มีปัญหาเรื่องผิวหน้ากลับมามีบุคลิกที่ดี ขณะนี้หลายๆ คนได้รับวิกฤตมากมาย อยากให้ทุกคนอย่าเพิ่งยอมแพ้ ขอให้มีสติ ปฏิบัติตามมาตรการดูแลป้องกันโรค และควรพลิกวิกฤตเป็นโอกาส รู้จักการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนไปได้ ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวพัฒนา

อย่างไรก็ตาม หากใครสนใจต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการทำธุรกิจขายความรู้ด้านความสวยความงาม สามารถติดต่อได้ที่ บริษัทสะโรรักษ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เบอร์ 0-2919-9365-72 หรือ ทางเพจ Sarolux Thailand – Head Office  ทางไลน์ไอดี @saroluxthailand หรือติดต่อศูนย์สะโรรักษ์ใกล้บ้านท่าน เราจะมีที่ปรึกษาทางธุรกิจ มีทีมงานมืออาชีพคอยแนะนำช่วยเหลือสนับสนุน