วันพุธ ที่ 2 กันยายน 2569

Login
Login

ไขว้วัคซีนโควิด19 ไม่ใช่ 'ซิโนแวค'ไม่มีประสิทธิภาพ 

สธ.เผยผลใช้ "ซิโนแวค"พื้นที่จริงไทย มีประสิทธิผลป้องกันติดเชื้ออัลฟา ส่วนเดลตาอยู่ระหว่างติดตาม ช่วงมิ.ย.ประสิทธิผลยังคงที่ แจงปรับสูตรฉีดวัคซีนโควิด19สลับชนิด ไม่ใช่ซิโนแวคไม่มีประสิทธิภาพ เร่งเตรียมการล่วงหน้าเพิ่มระดับภูมิ เหตุผลห้องแล็ปพบลดลง

       เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 19 ก.ค. 2564 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ในการแถลงสถานการณ์โควิด19 นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวถึงการศึกษาประสิทธิผลของวัคซีนโควิด19 ที่มีการใช้จริงในประเทศไทยว่า เมื่อพูดถึงวัคซีนมีประสิทธิผลมากหรือน้อย จะดูจากผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการหรือในการทดลองก่อนการนำมาใช้หรือเป็นผลจากการนำมาใช้จริงในภาคสนามจริงเมื่อมีโรคโควิด19 ระบาด ซึ่งก่อนที่จะมีการเลือกวัคซีนมาใช้ต้องพิจารณาทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธผลจากการทดลองจริงในพื้นที่หรือเรียกว่าระยะที่ 3  โดยสวนใหญ่ประสิทธิผลก่อนนำมาขึ้นทะเบียนเป็นประสิทธิผลในช่วงที่สายพันธุ์ดั้งเดิม

        คณะทำงานติดตามประสิทธิผลวัคซีนป้องกันโรคโควิด19 และคณะทำงานวิชาการ Scientific Response Team ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคโควิด19 จึงได้ทำการศึกษาในประเทศไทยเมื่อมีการใช้จริงผลเป็นอย่างไร ข้อมูลนี้จึงได้จากการใช้วัคซีนที่ดำเนินการจริงในพื้นที่ที่มีการดำเนินการศึกษา 4 พื้นที่ คือ ภูเก็ต สมุทรสาคร เชียงราย และภาพรวมประเทศ โดยศึกษาประสิทธิผลที่ใช้ในกลุ่มประชาชนที่เป็นผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อที่มีความเสี่ยงสูง ด้วยการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงมีใครติดเชื้อและมีกี่รายที่ได้รับวัคซีนแล้ว พื้นที่ภูเก็ตและสมุทรสาคร และในกลุ่มบุคลากรด้านสุขภาพ เป็นการศึกษาจากเหตุการณ์การระบาดที่จ.เชียงราย และกรมควบคุมโรคที่ดึงเอาฐานข้อมูลบุคลากรสาธารณสุขที่ติดเชื้อตั้งแต่พ.ค.-มิ.ย.มาดำเนินการศึกษาประสิทธิผลที่ได้จากการใช้จริงในพื้นที่  ซึ่งวัคซีนที่ศึกษาแต่ละพื้นที่ขึ้นกับแต่ละพื้นที่ว่าได้ใช้วัคซีนอะไร ซึ่งในช่วงระยะเวลาเม.ย.-มิ.ย.ส่วนใหญ่คนได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์จะเป็นวัคซีนโคราแวคของซิโนแวค และมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าบ้างเฉพาะบางการศึกษาเท่านั้น

        จากการศึกษาประสิทธิผลใช้จริงในพื้นที่จ.ภูเก็ต ที่มีการเริ่มฉีดวัคซีนตั้งแต่เม.ย.และพบผู้ติดเชื้อและมีการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและดูว่ามีใครได้รับวัคซีนแล้ว โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกว่า  1,500 ราย มีการติดเชื้อ 124 ราย พบว่าประสิทธิผลอยู่ระดับ 90.7%  

     พื้นที่จ.สมุทรสาคร ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 500 กว่าราย มีการติดเชื้อ 116 ราย เปรียบเทียบระหว่างคนได้รับวัคซีน ติดเชื้อกี่เปอร์เซ็นต์ กับคนที่ไม่ได้รับวัคซีนกี่เปอร์เซ็นต์พบว่าประสิทธิผล 90.5%

           เพราะฉะนั้น ประสิทธิผลของวัคซีนโคโรนาแวคของซิโนแวค ช่วงเม.ย.-พ.ค.ที่ศึกษาส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์อัลฟาทั้งหมด พบว่า ประสิทธิผลของวัคซีนโคโรนาแวคของซิโนแวคมีประสิทธิผลดีในสนามจริงอยู่ที่ 90 % ซึ่งดีกว่าตอนเริ่มทำการทดลอง ทั้งในประเทศบราซิล หรือตุรกี ที่ป้องกันติดเชื้อได้ 50-70 % แต่เป็นคนละสายพันธุ์กับในประเทศไทย  แต่ผลศึกษานี้เป็นข้อมูลจริงในประทศไทย ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อัลฟาได้  

       พื้นที่จ.เชียงรายซึ่งพบเหตุการณ์ระบาดในบุคลากรสุขภาพที่มีการติดเชื้อและตรวจบุคลากรที่มีความเสี่ยงเกือบ 500 ราย พบติดเชื้อ 40 ราย จึงมีการติดตามว่ามีใครมีอาการปอดอักเสบบ้าง ซึ่งจากการสอบสวนการระบาดในจ.เชียงรายเกิดในมิ.ย.ยังเป็นสายพันธุ์อัลฟา พบประสิทธิภาพวัคซีนในบุคลากรสาธารณสุขเปรียบเทียบคนได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม พบประสิทธิผลอยู่ที่ 88.8 % และประสิทธิผลป้องกันปอดอักเสบอยู่ที่ 84.9%  และจ.เชียงราย ยังมีข้อมูลน่าสนใจ โดยบางส่วนได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 1 เข็ม ครบ 14 วัน โดยมีคนที่ได้รับแอสตร้าฯ  1 เข็ม 50 ราย พบว่าป้องกันการติดเชื้อได้ โดยประสิทธิภาพ 1 เข็มอยู่ที่ 83.8%

ใช้จริงซิโนแวคต่อเดลตายังไม่ได้ลดลง 

       และภาพรวมประเทศ ซึ่งการศึกษานำฐานข้อมูลของประเทศ ในบุคลากรสุขภาพแต่ละเดือนมีการติดเชื้อเท่าไหร่ มาเปรียบเทียบดู ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ติดตามฐานข้อมูลการเฝ้าระวังการเจ็บป่วย เปรียบเทียบข้อมูลการฉีดวัคซีนของประเทศ พบว่าในเดือน พ.ค. การระบาดตอนนั้นยังเป็นสายพันธุ์อัลฟา ประสิทธิผลเมื่อฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มอยู่ที่ 71 % ส่วนเดือนมิ.ย. เริ่มมีการระบาดของเดลตา ซึ่งภาพรวมของประเทศสัดส่วนของสายพันธุ์นี้ยังอยู่ที่ 20-40 % โดยพบประสิทธิผลอยู่ที่ 75 % ยังไม่ได้ลดลงไป

      “ในเชิงของการที่เรามีข้อวิตกกังวลว่าการระบาดของสายพันธุ์เดลตา จะมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนโคโรนาแวคของซิโนแวค ที่มีใช้อยู่ขณะนี้นั้นจะมีผลในการใช้จริงมากน้อยเพียงใด ซึ่งจากการใช้จริงพบประสิทธิผลในสนามจริงยังคงที่ แม้ภาพรวมการติดตามผลทางห้องปฏิบัติการพบว่า ลดค่าการสร้าง neutralizing antibody อยู่บ้าง  โดยภาพรวมวัคซีนทุกตัวปลอดภัย ส่วนประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ภาวะความเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย แต่ประสิทธิผลของโคโรนาแวคชนิดเชื้อตายในการใช้จริงในประเทศไทย ได้ผลดีพอสมควรในช่วงที่มีการระบาดสายพันธุ์อัลฟา  ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจว่าวัคซีนโคโรนาแวคไม่ใช่ไม่มีประสิทธิภาพ ”นพ.ทวีทรัพย์กล่าว  

162668462261

ปรับสูตรฉีดวัคซีนเพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน

      นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวด้วยว่า ถึงแม้ขณะนี้จะมีการระบาดของสายพันธุ์เดลตา ก็มีการติดตามต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้วัคซีนมีประสิทธิผลต่ำแล้วถึงมาเปลี่ยนเรื่องการใช้วัคซีน สาเหตุที่ขณะนี้อาจจะมีความจำเป็นซึ่งเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าก็ปรับวิธีการฉีดวัคซีนล่วงหน้า เนื่องจากผลทางห้องปฏิบัติการอาจจะดูแล้ว หากใช้วัคซีนชนิดเชื้อตาย ประสิทธิผลอาจจะได้ไม่สูงมากนัก แม้ขณะนี้ข้อมูลจากการใช้ในสนามจริงยังไม่บ่งบอกซึ่งต้องติดตามต่อไป เพราะฉะนั้น  มาตรการ วิธีการหรือนโยบายในเรื่องการฉีดวัคซีนของ สธ. และที่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาล จึงต้องใช้วิธีการฉีดวัคซีนที่มีอยู่ทั้งโคโรนาแวค และแอสตร้าฯ หรือวัคซีนอื่นๆที่จะเข้ามา เพื่อเพิ่มประสิทธิผลให้ดีที่สุด เป็นการดำเนินการเตรียมการล่วงหน้า แต่ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนเชื้อตายยังได้ผลดีจากการศึกษาการใช้ในพื้นที่จริง”นพ.ทวีทรัพย์กล่าว

 

 

ซิโนแวคยังจำเป็นต้องใช้

     ต่อข้อถามสถานการณ์ที่เดลตาระบาด วัคซีนซิโนแวคยังจำเป็นหรือไม่ นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวว่า ข้อมูลที่มีอยู่ขณะนี้ วัคซีนซิโนแวตคยังได้ผลอยู่ แต่เพื่อให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพสูงขึ้น ในการเพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน จึงมาเป็นข้อมูลพิจารณาในการปรับการให้วัคซีนจากเดิมซิโนแวค 2 เข็ม  มาเป็นซิโนแวคเข็มที่ 1 และตามด้วยแอสตร้าฯเข็มที่ 2 ซึ่งจะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานสูงขึ้นกว่าเดิม เพื่อความมั่นใจในการป้องกันมากขึ้น  และการที่ยังจำเป็นต้องใช้วัคซีนซิโนแวค เพราะเป็นวัคซีนที่จัดหาได้เร็ว ไม่ต้องรอคิวถึงปีหน้าหรือไตรมาสที่ 4 จึงต้องมีการบริหารวัคซีนที่สามารถจัดหาได้ขณะนี้ คือแอสตร้าฯ และซิโนแวค ดังนั้น ความจำเป็นของซิโนแวคยังจำเป็นในสถานการณ์ที่มีข้อจำกัดในการจัดหาวัคซีน ซึ่งประสิทธิผลยังดีอยู่ มีวัคซีนและฉีดได้เลย แต่อนาคตจะมีการปรับการใช้วัคซีนชนิดอื่นหรือไม่ ขึ้นกับสถานการณ์ สายพันธุ์และแต่ละช่วงเวลาจะจัดหาวัคซีนชนิดใดได้มาเพิ่มขึ้น โดยวัคซีนชนิด mRNA จะเข้ามาเสริมในไตรมาสที่ 4  ช่วงเดือนต.ค.เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นในช่วงการระบาด 2-3 เดือนนี้ ต้องใช้วัคซีนที่มีอยู่ให้เป็นประโยน์สูงสุด

  แผนกระจายวัคซีนไฟเซอร์

     เมื่อถามถึงแผนกระจายวัคซีนไฟเซอร์ที่มีการสั่งซื้อ 20 ล้านโดส นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวว่า วัคซีนของประเทศไทยอิงตามนโยบาย ที่มีวัตถุประสงค์ในการป้องกันการเสียชีวิตและการติดเชื้อและให้ระบบสาธารณสุขเดินต่อไปได้ เพราฉะนั้น วัคซีนที่เข้ามาแต่ละช่วงเวลา จึงขึ้นกับว่า ระยะการระบาดขณะนั้นอยู่ในสถานะใด เพราะฉะนั้น ถ้าวัคซีนไฟเซอร์เข้าามาเดือนนี้หรือเดือนหน้า นโยบายทั้งหมดเพื่อปกป้องกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มี 7 กลุ่มโรค และหญิงมีครรภ์ให้ครบก่อน รวมถึง บุคลากรสาธารณสุขให้ทำงานได้จึงจะมีวัคซีนอีกสัดส่วนหนึ่งจะเพิ่มให้บุคลากรเพื่อให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสุดท้ายสำหรับบุคคนกลุ่มอื่นๆหรือประชาชนทั่วไป หรือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็จะตามมา เพราะโควิดแม้ติดง่าย แต่ถ้าเข้าใจโควิดถ่องแท้ คนที่ติดแล้วอาการรุนแรงและเสียชีวิต มักจะเกิดในกลุ่มเสี่ยง โดยผู้สูงอายุติดเชื้อ 10 คน เสียชีวิต 1 คน ขณะที่คนทั่วไปปติดเชื้อ 1,000 คน เสียชีวิต 1 คน

 

การจัดหาวัคซีนตัวอื่นๆ

      นพ.ทวีทรัพย์ กล่าวอีกว่า สธ.กำหนดวัคซีนหลัก คือ แอสตร้าฯ ที่เพิ่มเข้ามาคือซิโนแวคเพราะช่วงที่มีการระบาดเดือนก.พ และเจรจาเพิ่มนำวัคซีนไฟเซอร์เข้ามา โดย 3 วัคซีนนี้เป็นวัคซีนที่มีสถานะสั่งจองแล้ว ส่วนที่มีการเจรจาแต่ยังไม่ได้สั่งจอง คือ จอห์นสันแอนด์หจอห์นสัน และสปุตนิก ซึ่งเป็นชนิดไวรัล แว็กเตอร์  โดยในส่วนของวัคซีนจอห์นสันฯยังไม่มีการจัดหา เนื่องจากเป็นปัญหาแหล่งผลิตของบริษัทเอง โดยบริษัทขอเลื่อนทำสัญญาสืบเนื่องจากทางโรงงานที่อเมริกามีปัญหาเรื่องแหล่งผลิต จึงไม่อยากลงนามทำข้อผูกมัด ส่วนสปุตนิกต้องรอให้มีการขั้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ก่อน

         สำหรับการจัดหาสำหรับปีหน้า ซึ่งคาดว่ามีการระบาดของสายพันธุ์ใหม่นั้น ได้มีการศึกษาดูว่ามีวัคซีนในแหล่งผลิตใดที่เป็นการผลิตในรุ่น 2 โดยมีการติดตามและทาบทามในเรื่องความก้าวหน้าอยู่ 3-4 บริษัทชั้นนำ เพื่อสู้กับสายพันธุ์ใหม่ในรุ่น 2 ซึ่งการเตรียมการจัดหามีกระขวบวนการตามขั้นตอน แต่สุดท้ายต้องดูสถานการร์ในพื้นที่จริง ที่จะทำให้สถานการณ์วัคซีนมีการเปลี่ยนแปลงได้