ผอ.รพ.กันทรารมย์ แจง คลัสเตอร์จากกรุงเทพแพร่กระจายในงานบุญประเพณีท้องถิ่น นำติดสู่คนในครอบครัว และอาสาปศุสัตว์ ที่ไปหลายจุด ทำยอดติดเชื้อพุ่งอัน 2 ของจังหวัดศรีสะเกษ
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 64 โรงพยาบาลกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้เพิ่มมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพบว่ามียอดผู้ที่ติดเชื้อพุ่งเป็นอันดับที่ 2 ของจังหวัดศรีสะเกษ รองจากอำเภอเมืองศรีสะเกษ ภายหลังจากคณะแพทย์-พยาบาล ลงไปในพื้นที่ ตรวจสอบไทม์ไลน์ สอบสวนโรค สาเหตุมาจากคลัสเตอร์กรุงเทพหานคร ที่เดินทางกลับมาบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงรู้ว่าตนเองติดเชื้อ ก่อนนำเชื้อมาแพร่แก่คนในครอบครัว ในการอยู่อาศัยร่วมกัน พักบ้านหลังเดียวกัน ทานอาหารร่วมกัน ในการร่วมงานบุญประเพณี อุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ โดยไม่ได้ทำตามมาตรการป้องกันตนเอง มีการรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก ละหลวมในการสวมหน้ากากอนามัย ไม่มีการเว้นระยะห่าง ไม่ล้างมือ ส่งผลให้มีการติดเชื้อ โดยเฉพาะในเขตตำบลผักแผว Swap ไปแล้ว 20 ราย ติดเชื้อทั้งหมด นอกนั้นก็จะมีอาสาปศุสัตว์ ที่มีกิจกรรมทางสังคมมาก ทำให้มีผู้ติดเชื้อโดยเฉพาะในครอบครัว ซึ่งพบว่าติดเชื้อทั้งหมด โดยการกักตัวที่บ้าน ช่วงเฝ้าระวัง ช่วงรอผล จะต้องแยกกิจกรรมต่างหากจากคนในครอบครัว ทั้งการกินอาหาร การเข้าห้องน้ำ การนอน ต้องแยกอย่างเด็ดขาด พอไม่แยก อาสาปศุสัตว์ก็ติดคนในครอบครัวทุกคน
นพ.อดุลย์ โบจรัส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันทรารมย์ ชี้แจงว่า เฉพาะใน ต.ผักแผว Swap ไปแล้ว 20 ราย ผลเป็นบวกทั้งหมด ต. ดูน 4 ราย ต.หนองบัว ที่บ้านโนนเรือ อีก 1 ราย ฉะนั้นผู้ที่มาใช้บริการในตำบลผักแผว จะต้องแยกคัดกรองต่างหาก ซึ่งได้เริ่มระบาดมาตั้งแต่ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 จากกรุงเทพฯ ซึ่งมารู้ผลภายหลังว่าติดเชื้อได้กลับมาเยี่ยมบ้าน และได้มีการทำกิจกรรมทางประเพณี คือ ทำบุญให้บรรพบุรุษ มีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
และอีกคลัสเตอร์หนึ่ง คือ อาสาปศุสัตว์ ซึ่งมีกิจกรรมทางสังคมมาก และพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งครอบครัวของอาสาปศุสัตว์มีทั้งหมด 4 คน ตรวจ Swap ช่วงแรกมีผลบวก 2 ราย รวมกับอาสาปศุสัตว์ แต่พอผ่านไป 7 วัน ได้ทำการตรวจผู้ที่เหลือในครอบครัว ผลก็เป็นบวกอีก ทั้ง 2 ราย ฉะนั้นจึงเป็นข้อเตือนใจว่า ในการกักตัวที่บ้าน คุณจะต้องแยกห้องต่างหาก แยกของกินของใช้ แยกการใช้ห้องน้ำ ซึ่งถ้าผู้ป่วยมีผลออกมาแล้วเป็นบวก ทาง รพ.ก็จะมีรถพยาบาลไปรับที่บ้านของผู้ป่วยไม่ให้ออกนอกทาง เสร็จแล้วจะนำผู้ป่วยไปส่งที่ รพ.ศรีสะเกษ หรือ รพ.ราษีไศล ในกรณีที่ รพ.ศรีสะเกษ มีเคสเต็ม





