วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ไทยไม่แนะนำ 'คนท้อง' ฉีด 'วัคซีนโควิด' ขณะที่บางประเทศฉีดได้แล้ว

ไทยไม่แนะนำ 'คนท้อง' ฉีด 'วัคซีนโควิด' ขณะที่บางประเทศฉีดได้แล้ว

เช็คคืบหน้ากรณี "วัคซีนโควิด" กับกลุ่ม "คนท้อง" แพทย์ไทยยังไม่แนะนำให้คนท้องฉีดวัคซีนที่มีในไทย ขณะที่อังกฤษ อนุญาตให้หญิงตั้งครรภ์เลือกฉีดวัคซีนของ "ไฟเซอร์" หรือ "โมเดอร์นา" ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวเกี่ยวกับข้อควรรู้ของ "วัคซีนโควิด" เผยแพร่ให้คนไทยได้รับรู้รับทราบ โดยหนึ่งที่ประเด็นที่น่าสนใจคือ ประชาชนกลุ่ม "คนท้อง" หรือหญิงตั้งครรภ์ แพทย์ยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิด ต่อมาไม่นานมีรายงานข่าวจากต่างประเทศระบุว่าในบางประเทศอนุญาตให้หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนโควิดของ "ไฟเซอร์" หรือ "โมเดอร์นา" ได้แล้วอย่างปลอดภัย

ล่าสุด.. แพทย์จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ออกมาให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ประชาชนว่าก่อนจะเข้ารับการฉีด "วัคซีนโควิด" ต้องเช็คร่างกายและโรคประจำตัวต่างๆ พร้อมระบุประชาชนกลุ่มไหนสามารถฉีดวัคซีนได้ และกลุ่มผู้ป่วยแบบใดฉีดไม่ได้บ้าง? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ชวนมาอัพเดทประเด็นนี้ไปพร้อมกัน

1. แพทย์ชี้ "คนท้อง" ไม่แนะนำให้ฉีด "วัคซีนโควิด"

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2564 ที่ผ่านมา ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยววชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยให้ข้อมูลวัคซีนโควิด-19 กับกลุ่ม "คนท้อง" เอาไว้ว่า

วัคซีนปกติอย่างวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก็เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายซึ่งคนท้องก็ฉีดได้ แต่วัคซีนโควิดยังเป็นตัวใหม่ และไม่เคยมีการศึกษาในคนท้องมาก่อน ในประเทศไทยตอนนี้จึงยังไม่แนะนำคนท้องให้ฉีด ยกเว้นคนท้องคนนั้นเสี่ยงมาก เช่น เป็นบุคลากรด่านหน้า ก็อาจต้องพิจารณาเป็นกรณีไป โดยต้องเปรียบเทียบระหว่างความเสี่ยงกับผลที่จะได้

ส่วนในกรณีฉีดวัคซีนโควิดต้องตรวจตั้งครรภ์หรือไม่ หมอยงตอบว่า จริงๆ ไม่ต้องตรวจ แต่ถ้ารู้ว่าตั้งครรภ์เมื่อไหร่ วัคซีนเข็มต่อไปก็ไม่ต้องฉีด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

สอดคล้องกับบทความวิชาการของโรงพยาบาลพระราม 9 (20 เม.ย.64) ที่ระบุว่า เนื่องจากข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนโควิดสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ยังมีจำกัด

อีกทั้งยังไม่มีผลการทดลองในกลุ่มผู้หญิงตั้งครรภ์ที่เข้ารับการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ดังนั้นแม่ที่ตั้งครรภ์และไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ จึงยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เว้นแต่แม่ที่ตั้งครรภ์และมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อควรมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

2. อังกฤษให้ "คนท้อง" ฉีดวัคซีน ไฟเซอร์-โมเดอร์นาได้

สำนักข่าวเดอะการ์เดียนรายงานว่า คณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกัน (JCVI ) ของสหราชอาณาจักรได้เปิดเผยว่า หญิงตั้งครรภ์ทุกคนสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้แล้ว โดยเลือกฉีดวัคซีนของบริษัท "ไฟเซอร์" หรือของ "โมเดอร์นา" ได้ 

การฉีดวัคซีนจะพิจารณาตามอายุและกลุ่มเสี่ยงทางคลินิก หลังได้ข้อมูลจากสหรัฐที่บ่งชี้ว่า หญิงตั้งครรภ์ประมาณ 90,000 คนได้รับการฉีดวัคซีนแล้วโดยไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัย

ศาสตราจารย์เหว่ย เฉิน ลิม จากคณะกรรมการร่วมด้านการฉีดวัคซีนฯ กล่าวว่า สตรีตั้งครรภ์ควรพิจารณาให้ดีเรื่องความเสี่ยงและประโยชน์ของการฉีดวัคซีนกับแพทย์ประจำตัวและผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด ซึ่งวัคซีนทั้งสองตัวนี้ไม่มีข้อกังวลด้านความปลอดภัยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ 

*หมายเหตุ : ในไทยยังมีเพียงวัคซีนจากซิโนแวคและแอสตร้าเซเนก้าเท่านั้น ซึ่งแพทย์ไทยยังไม่แนะนำให้คนท้องฉีดวัคซีนสองชนิดดังกล่าว อีกทั้งวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ อย่าง "ไฟเซอร์" หรือ "โมเดอร์นา" ณ วันที่ 30 เม.ย.64 ไทยก็ยังไม่ได้เข้ามา ยังอยู่ระหว่างการติดต่อและดำเนินการของรัฐบาลไทย

3. ผู้มีโรคประจำตัวต้องเช็คร่างกายก่อนฉีด "วัคซีนโควิด"

ล่าสุด.. เมื่อวันที่ 21 เม.ย.64 นพ.วัชระ วิรัตยาภรณ์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ให้ความรู้เพิ่มเติมกับประชาชน ผู้มีโรคประจำตัวต่างๆ ว่ามีข้อควรระวังก่อนการเข้าฉีดวัคซีนโควิด โดยระบุว่า

วัคซีนโควิด-19 ที่ไทยมีตอนนี้ เป็นวัคซีนที่ผลิตจากเชื้อตาย ทั้งของ Sinovac และ AstraZeneca สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางโรค ต้องรอให้อาการของโรคสงบลงก่อนถึงจะฉีดวัควีนโควิดได้ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง แนะนำให้ฉีดวัคซีนได้หลังอาการของโรคสงบลง อย่างน้อย 4 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังมีข้อควรระวังของผู้ป่วยโรคอื่นๆ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ ดังนี้

161977569547

- ป่วยเป็นหวัด ไม่สบาย :  ฉีดวัคซีนโควิดไม่ได้ มีข้อควรปฏิบัติคือ รอให้หายก่อน 10-14 วัน

- หญิงตั้งครรภ์ :  ฉีดวัคซีนโควิดไม่ได้ เนื่องจากในไทยยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับคนท้อง

- คุณแม่ให้นมบุตร :  ฉีดได้ ลูกกินนมแม่ได้ตามปกติ

- วางแผนตั้งครรภ์ :  ฉีดได้ ไม่ต้องตรวจตั้งครรภ์ มีลูกได้เลย

- ความดันโลหิตสูง :  ฉีดได้ ถ้าความดัน ≤ 180/110 mmHg

- โรคเบาหวาน โรคไต :  ฉีดได้ แพทย์แนะนำว่าควรฉีด!

- โรคมะเร็ง ได้รับยาเคมีบำบัด :  ฉีดได้ ถ้าค่า ANC (จำนวนเม็ดเลือดขาวสมบูรณ์) >1500

- โรคเอดส์ :  ฉีดได้ ถ้าอาการสงบก็สามารถฉีดวัคซีนโควิดได้

- โรคแพ้ภูมิ, SLE :  ฉีดได้ ถ้าอาการสงบก็สามารถฉีดวัคซีนโควิดได้

- กินยากดภูมิคุ้มกัน :  ฉีดได้ ถ้าอาการสงบก็สามารถฉีดได้

- โรคลมชัก :  ฉีดได้ วัคซีนไม่ได้กระตุ้นให้ชักมากขึ้น

- ฉีดวัคซีนอื่นๆ มา : ฉีดได้ แต่ต้องเว้นการฉีดให้ห่างกันอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

- กินยา Warfarin (ต้านเลือดแข็งตัว) : ฉีดได้ ถ้าค่า INR (อัตราการแข็งตัวของเลือด) < 3.0

- กินยา NOACs (ต้านเลือดแข็งตัว) : ฉีดได้ ไม่ต้องหยุดยาก่อน

- กินยาต้านเกล็ดเลือด ASA, Clopidogrel : ฉีดได้ ไม่ต้องหยุดยาก่อน