นายกฯ ประชุมหารือแนวทางความร่วมมือ การจัดหาวัคซีนระหว่างภาครัฐและเอกชน เห็นชอบแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีน 4 ด้าน ภาคเอกชนเผยพร้อมสนับสนุนการทำงานภาครัฐกระจายวัคซีน-จัดสถานที่ฉีดวัคซีน ให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคนตามเป้าหมาย
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยว่า ที่ประชุมหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ที่จะมีวัคซีนเข้ามาเพิ่มเติมตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยภาคเอกชนจะมีส่วนในการช่วยเหลือภาครัฐกระจายวัคซีนและจัดสถานที่สำหรับฉีดวัคซีนเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่จะฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางความร่วมมือการจัดหาวัคซีนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน 4 ด้าน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อจัดทำแผนการกระจายวัคซีนและเตรียมความพร้อมสถานที่ฉีดวัคซีน และประสานงานในรายละเอียดให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในวันนี้ภาคเอกชนได้มีการเสนอ ในเรื่องต่าง ๆ 4 เรื่อง ได้แก่ 1) ด้านการกระจายและฉีดวัคซีน 2) ด้านการสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ 3) ด้านการสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวกระบบงานต่าง ๆ และ 4) ด้านการกระจายวัคซีน
โดยข้อเสนอในเรื่องของการกระจายวัคซีน ในด้านสถานที่ ทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและกรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมสถานที่จำนวนหลายแห่งไว้รองรับการฉีดวัคซีนให้ประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับต่างจังหวัดจะผ่านกลไกของ กรอ. ให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รับไปพิจารณาเร่งรัดจัดทำแผนการจัดหาและการกระจายวัคซีน และร่วมกันในการจัดหาสถานที่กรณีจำเป็น ในด้านการประชาสัมพันธ์ ทางสภาหอการค้าไทยได้ร่วมกับ Google Facebook และหน่วยงานประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และการประชาสัมพันธ์โครงการต่าง ๆ ส่วนด้านการสนับสนุนระบบอำนวยความสะดวก ทางภาคเอกชนมีความยินดีที่จะช่วยเหลือ เรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ โดยเฉพาะการเข้าร่วมในระบบหมอพร้อม ซึ่งเป็นระบบที่มีความจำเป็นสำหรับการลงทะเบียนการฉีดวัคซีน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับภาคประชาชนและภาคธุรกิจในอนาคต
พร้อมย้ำว่า สถาบันวัคซีนแห่งชาติไม่ได้ปิดกั้นในการนำเข้าวัคซีนของเอกชน โดยเอกชนภาคส่วนใดที่ต้องการนำเข้าวัคซีนก็มีความยินดี และทางสถาบันวัคซีนแห่งชาติก็ได้ให้ข้อมูลอย่างชัดเจนว่าจะสามารถนำเข้าในกรณีเป็น Distribution หรือกรณีเจ้าของวัคซีนเองก็ได้ จะเป็นการเพิ่มความสะดวกและคลายกังวลให้กับภาคเอกชนและประชาชนได้





