กรมประมงประกาศควบใบอนุญาตประมงพาณิชย์

กรมประมงประกาศควบใบอนุญาตประมงพาณิชย์

กรมประมง เปิดควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ลดกองเรือ สั่งทำลาย เปลี่ยนประเภทเรือ ขายไปต่างประเทศ เรือที่ไม่ต้องการใช้งาน

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้กรมประมงเร่งดำเนินการในการควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงจากสถานการณ์โควิด-19 ตามนโยบายรัฐบาลโดยด่วน นั้น

 

161044898216

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา กรมประมงได้ออกประกาศ กำหนดหลักเกณฑ์การควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ภายใต้กฎกระทรวงการขออนุญาตและการพิจารณาอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ.2562 เรียบร้อยแล้วการควบรวมใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ดังกล่าวเป็นการนำปริมาณสัตว์น้ำของเรือที่ได้รับใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์อยู่แล้วในปัจจุบัน มารวมกันเพื่อนำสัตว์น้ำจากเรือประมงลำที่ไม่ประสงค์จะทำการประมง มาให้กับเรือประมงของลำที่จะใช้ทำการประมง

แล้วนำเรือที่ไม่ใช้ทำการประมงออกจากระบบ โดยการทำลาย เปลี่ยนประเภทเรือ ขายไปต่างประเทศ หรือทำให้เรือนั้นไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้ทำการประมงต่อไปได้ เช่น การนำไปทำร้านอาหาร ร้านกาแฟ ห้องสมุดลอยน้ำ เป็นต้น ซึ่งการออกประกาศดังกล่าว ได้ผ่านกระบวนการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และคณะทำงานด้านวิชาการแล้วโดยมีสาระสำคัญ คือ

 

ให้สามารถควบรวมใบอนุญาตของเครื่องมือทำการประมงในกลุ่มเดียวกันได้ ประกอบด้วยอวนลากคู่ กับอวนลากแผ่นตะเฆ่ และอวนลากคานถ่าง ด้วยกันได้อวนล้อมจับ กับ อวนล้อมจับด้วยกันได้อวนล้อมจับปลากะตัก กับอวนครอบปลากะตัก และอวนช้อน/ยก ปลากะตัก ด้วยกันได้

การควบรวมใบอนุญาตต้องเป็นพื้นที่ทำการประมงเดียวกันกรณีผู้รับอนุญาตขอควบรวมใบอนุญาตแล้วมีการขอเปลี่ยนเรือประมงที่นำมาควบรวมใบอนุญาตด้วย ต้องอยู่ในกลุ่มขนาดเรือเดียวกัน ดังนี้กลุ่มเรือที่มีขนาดต่ำกว่า 30ตันกรอสกลุ่มเรือที่มีขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอส แต่ไม่ถึง 60 ตันกรอสกลุ่มเรือที่มีขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอส แต่ไม่ถึง 150 ตันกรอสกลุ่มเรือที่มีขนาดตั้งแต่ 150 ตันกรอสขึ้นไป

 

" ผู้ที่สนใจสามารถยื่นขอควบรวมใบอนุญาตได้ ณ สำนักงานประมงอำเภอท้องที่ติดทะเลทุกแห่ง ในพื้นที่ 23 จังหวัดชายทะเล การควบรวมใบอนุญาต จะทำให้กองเรือประมงลดลง เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ และบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมงให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงต่อไป"