เปิดขั้นตอนคัดกรองสุขภาพจิตในสถานที่กักกันโควิด-19

เปิดขั้นตอนคัดกรองสุขภาพจิตในสถานที่กักกันโควิด-19

สธ.เผยมีระบบคัดกรองสุขภาพจิตคนกลับไทยตั้งแต่บนเครื่องบิน พบส่วนหนึ่งปิดข้อมูล หวั่นถูกตีตรา ขอญาติรู้ปัญหาสุขภาพช่วยแจ้งเจ้าหน้าที เพื่อดูแลอย่างเหมาะสม

 เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัชมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมช.สธ.) กล่าวถึงกรณีชายไทยที่กลับจากประเทศอิสราเอล กระโดกจากที่พักที่เป็นสถานที่กักกันเฝ้าระวังโรคโควิด-19ว่า ขอแสดงความเสียใจกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์สาเหตุ ที่ผ่านมาการดูแลผู้ที่ต้องกักตัวจะมีระบบการดูแลทั้งทางด้านร่างกาย และสุขภาพจิตอยู่ด้วย

   นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการหาสาเหตุ และมีทีมสุขภาพจิตคอยดูแลผู้ต้องแยกกักในสถานที่เดียวกัน และประสานทีมจิตแพทย์ในพื้นที่บ้านเกิดของชายไทยรายดังกล่าวเพื่อลงไปให้การดูแล และเยียวยาสภาพจิตใจของญาติๆ ด้วย ในรายนี้จากที่ประเมินบนเครื่องบินไม่พบปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ประชาชนส่วนหนึ่งที่กลับเข้ามานั้นไม่ยอมบอกข้อมูลอะไรในช่วงที่คัดกรองตั้งแต่ที่อยู่บนสนามบิน แต่ก็ไม่ได้รับรายงานว่ามีการโกหก หรือให้ข้อมูลเท็จอะไร ดังนั้นหากญาติๆ เองที่รู้ว่าจะมีญาติกลับจากต่างประเทศแล้ว มีสภาวะปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิตอะไรอยู่สามารถแจ้งเข้ามาเพื่อให้ทราบ และดูแลอย่างเหมาะสมอีกทางหนึ่ง

159851902244

นพ.สมัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีระบบการดูแลผู้ต้องถูกกักตัวทั้งด้านร่างกาย และสุขภาพจิต ในส่วนของการดูแลสุขภาพจิต มีระบบการคัดกรองตั้งแต่บนเครื่องบิน โดยจะมีการประเมินเรื่องความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะเสี่ยงซึมเศร้า และความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย เพื่อจะได้รับการดูแลที่เหมาะสมต่อไป หากเป็นคนที่มีภาวะเสี่ยงก็จะเข้าไปดูแลทันทีตั้งแต่มาถึงเมืองไทย ส่วนคนที่ไม่มีภาวะเสี่ยงทีมจิตแพทย์จะไม่ได้เข้าไปดูแลในวันแรกๆ รอให้คนเหล่านี้ทำภารกิจส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อน

 หลังจากนั้นจึงระดมทีมสุขภาพจิตไปประเมินให้ครบในวันที่ 2 และวันที่ 3 ที่เข้าพัก พร้อมกับให้คำแนะนำในการปฏิบัติเพื่อลดความเครียด ลดความกังวล นอกจากนี้ ยังมีเอกสารคำแนะว่าในแต่ละวันควรทำอะไรบ้าง ขณะเดียวกันระหว่างที่ต้องกักตัวก็จะมีการพูดคุยให้คำปรึกษาทั้งผ่านทางไลน์ ผ่านคิวอาร์โค๊ด ผ่านทางโทรศัพท์ หากพบว่าใครมีปัญหาสุขภาพจิตก็จะเข้าไปดูแล หรือหากมีอาการรุนแรงก็จะส่งไปรักษาที่รพ.ที่จับคู่ไว้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่อยู่ในสถานที่แยกกักนั้น หากรู้สึกเครียดหรือกังวลก็สามารถโทรปรึกษาทีมสุขภาพจิตที่ประจำอยู่ หรือโทร 1323 ได้

"ที่ผ่านมาก็พบว่าคนที่มีปัญหาสุขภาพกาย ต้องดูแลกันค่อนข้างมาก หรือที่เกี่ยวกับโรคทางจิตเวชก็จะมีบางคนที่มีการเสพติดเหล้า ซึ่งในสถานที่แยกกักนั้นเราไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้คนเหล่านี้มีปัญหาการลงแดง ก็ต้องเข้าไปดูแลกันเป็นพิเศษ อาจจะเครียดมาก"นพ.สมัยกล่าว

ต่อข้อถามปัจจัยที่ทำให้คนเดินทางจากต่างประเทศไม่ยอมบอกข้อมูลเป็นเพราะอะไร นพ.สมัย กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมบอกข้อมูลเพราะความกังวลว่าจะถูกตีตรา ซึ่งเกิดขึ้นจริง และกระทบไปถึงญาติๆ ที่อยู่ทางบ้านด้วยที่ถูกรังเกียจ ตีตรา แต่ช่วงหลังๆ ลดลงไปมากแล้ว ซึ่งตนก็ขอยืนยันอีกครั้งว่าคนที่ต้องกักตัวนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะติดเชื้อ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีน้อยมาก สิ่งสำคัญคือ เมื่อกักตัวครบ 14 วัน แล้ว พ้นระยะฟักตัวของโรค เพื่อกลับเข้าสู่ชุมชนก็จะไม่แพร่เชื้อต่อ