วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟคุณภาพบ้านแม่เหาะ เดินหน้าโครงการผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่า นำเมล็ดกาแฟส่งขายให้คอกาแฟถึงบ้านตลอดทั้งปี หวังช่วยเหลือเกษตรกร หลังประสบปัญหาเจอพิษโควิด
นายมานพ เพียรชอบไพร ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตและแปรรูปกาแฟคุณภาพบ้านแม่เหาะ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพืื้นที่บ้านแม่เหาะ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวนกว่า 38 รายต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด โดยในเดือนนี้ของทุกปีทางวิสาหกิจชุมชนจะจ่ายเงินค่ากาแฟให้กับเกษตรกร แต่ด้วยกำลังซื้อของลูกค้าในกลุ่มของร้านกาแฟ ที่ได้มีการปิดกิจการชั่วคราว และกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง ทำให้ไม่เกิดการขาย จึงได้หารือกับสมาชิกตั้งโครงการผูกปิ่นโตกาแฟรักษ์ป่าขึ้นมา เพราะโดยหลักการชาวบ้านที่นี่จะหวงแหนผืนป่า และปลูกกาแฟในป่า
สำหรับโครงการดังกล่าวจะเน้นเป้าหมายไปที่คอคาแฟประมาณ 100 ราย ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ช่วยซื้อผลิตผลกาแฟ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรโดยตรง โดยทางวิสาหกิจฯจะทำหน้าที่จัดส่งกาแฟให้เดือนละ 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 12 เดือน ในราคา 5,000 บาท ซึ่งคอกาแฟที่ดื่มอยู่แล้ว จะประหยัดไปประมาณ 1,000 บาท ซึ่งรายได้ก็จะนำมาให้เกษตรกรที่ไม่สามารถขายกาแฟในได้ภาวะวิกฤตแบบนี้ โดยขณะนี้มีผลผลิตประมาณ 5 ตันที่รอการระบายเข้าสู่ตลาด
“ในระหว่างที่ทางเกษตรกรผู้ผลิตกาแฟมีผลผลิตล้นตลาดอยู่ในขณะนี้ ก็ยังต้องมาประสบกับกาแฟนำเข้าจากต่างประเทศที่เข้ามาตีตลาดในราคาที่ถูกกว่า ซึ่งวิสาหกิจฯมองว่าจำเป็นต้องเร่งช่วยเหลือเกษตรกร เพราะไม่ต้องการให้การปลูกกาแฟในป่าโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมสูญหายไป โดยที่ผ่านมา เกษตรกรให้ความสำคัญในการดูแลรักษาป่ากันมาอย่างดี ซึ่งเกรงว่าเกษตรกรที่ไม่เข้าใจ จะหันกลับไปปลูกข้าวโพดอีก ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับป่าที่ได้ช่วยกันลงแรงไว้ตั้งแต่ต้นนั้นเป็นการทำแบบสูญเปล่า” นายมานพ กล่าวในที่สุด





