วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทย์ฯ และ มอ. สนับสนุน Lab รพ.ยะลา

สธ.ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทย์ฯ และ มอ. สนับสนุน Lab รพ.ยะลา

บ่ายวันนี้ (5 พฤษภาคม 2563) ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ลงไปสนับสนุนสอบทานหาสาเหตุความผิดปกติของผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ที่โรงพยาบาลยะลา ซึ่งต้องขอชื่นชมทีมเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการฯ ของโรงพยาบาล ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติได้รวดเร็ว นำมาสู่การรายงานผล และจะมีการนำตัวอย่างมาทดสอบที่ห้องปฏิบัติการฯ อ้างอิงของประเทศที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าผลจะทราบไม่เกิน 1-2 วันนี้ ทั้งนี้ห้องปฏิบัติการฯ โรงพยาบาลยะลา ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของกรมวิทย์ฯ เปิดให้บริการตรวจแล้ว มากกว่า 4,000 ตัวอย่างใน 1 เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ได้หยุดให้บริการตรวจชั่วคราวจนกว่าจะสอบทานเรียบร้อย

นายแพทย์โอภาส กล่าวต่อว่า เชื้อโควิด 19 เป็นเชื้อโรคใหม่ ทั่วโลกเพิ่งรู้จักได้ 4-5 เดือน ในระยะแรกการตรวจหาเชื้อทำได้ 2 แห่งคือ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ต่อมาได้เพิ่มศักยภาพการตรวจให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย ปัจจุบันมีมากกว่า 150 แห่ง โดยวิธีการตรวจหาเชื้อใน คอ จมูก ปอด ในทางเดินหายใจ ด้วยวิธี RT-PCR ที่เป็นมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำและใช้เป็นหลักการเดียวกันทั่วโลก ข้อดี คือความแม่นยำสูง ตรวจได้ตั้งแต่ระยะแรกของโรค แต่ต้องอาศัยความชำนาญในการตรวจ เครื่องมือราคาแพง มีขั้นตอนละเอียดสูง       




โดยห้องปฏิบัติการตามเกณฑ์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำหนด ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ คือ มีนักเทคนิคการแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจการตรวจด้วยวิธี RT-PCR, มีเครื่อง PCR และระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ  (Bio Safety), คนตรวจต้องผ่านการทดสอบความชำนาญ และต้องมีระบบควบคุมคุณภาพมาตรฐานและการรายงานข้อมูลตามกรมควบคุมโรคกำหนด ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันได้ตรวจหาเชื้อแล้วกว่า 227,860 ตัวอย่าง และแนวโน้มตรวจเพิ่มได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตรวจประมาณวันละ 6,000 ตัวอย่าง ซึ่งมากกว่าเมื่อต้นเดือนเมษายน ถึง 2 เท่า

ทั้งนี้ การทดสอบทางห้องปฏิบัติการฯหรือระบบใด ๆ ก็ตาม สามารถพบความคลาดเคลื่อนหรือ ผิดพลาด (Error) เสมอ ประกอบด้วย ความผิดพลาดของมนุษย์ (Human Error) ความผิดพลาดของเครื่องมือ/น้ำยา (Machine Error) และความผิดพลาดของระบบ (System Error) ซึ่งจะทำให้การตรวจ/การรายงานผลเกิดความคลาดเคลื่อนผิดพลาดได้ ที่เรียกว่า ผลบวกลวงหรือผลบวกปลอม (False Positive) และผลลบลวงหรือผลลบปลอม (False Negative) ดังนั้น ผู้ที่นำผลไปใช้ ต้องตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวเสมอ ซึ่ง การตรวจทางห้องปฏิบัติการฯเป็นเครื่องมือหนึ่งในการวินิจฉัย ดังนั้นแพทย์/นักระบาดวิทยา จะใช้ผลต้อง คำนึงถึงธรรมชาติการเกิดโรคและสถานการณ์ทางระบาดวิทยาควบคู่กันเสมอ เช่น ใช้ในการค้นหาเชิงรุก/การสอบสวนโรค

ที่ผ่านมาประสิทธิภาพการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีมากกว่า 150 แห่ง  ของประเทศไทยเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การควบคุมโรค โควิด 19 ของประเทศประสบความสำเร็จเป็นที่ชื่นชมขององค์การอนามัยโลก


สธ.ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทย์ฯ และ มอ. สนับสนุน Lab รพ.ยะลา
สธ.ส่งคณะผู้เชี่ยวชาญจากกรมวิทย์ฯ และ มอ. สนับสนุน Lab รพ.ยะลา