โดนแล้ว! “พุทธิพงษ์” ประสานตำรวจ ถือหมายค้น ลุยปราบข่าวปลอม ล่าสุดพบอีก 16 ราย ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
วันนี้( 23 เมษายน 2563) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(รมว.ดีอีเอส) ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับการเสนอข่าวปลอมหรือบิดเบือน สร้างความตื่นตระหนกและความสับสนในสังคม ในช่วงที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการไปแล้วหลายราย ล่าสุดตรวจพบอีก 16 ราย โดยศาลได้ออกหมายค้นและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด
สำหรับผู้กระทำผิดที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจและดำเนินคดีแล้ว มี 4 ราย ซึ่งทั้งหมดโพสต์ข้อความเดียวกันว่า “ไปรษณีย์เตือน! มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 จากจดหมายหรือพัสดุ” คือ รายที่ 1 อยู่ในพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี รายที่ 2 อยู่ในพื้นที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รายที่ 3 อยู่ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี รายที่ 4 อยู่ในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ส่วนผู้กระทำผิดที่เจ้าหน้าที่เตือนให้ระงับ หรือสั่งให้แก้ไขข่าว มี 12 ราย รายที่ 1 อยู่ในพื้นที่เขตคลองเตย กทม. และรายที่ 2 อยู่ในพื้นที่เขตบางรัก กทม. โพสต์ข้อความว่า โพล “ธนาคารกรุงไทยสาขาเซนหลุยส์ปิดทำการ หลังพบพนักงานติดเชื้อ COVID-19 หลายคน” รายที่ 3 อยู่ในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ กทม. โพสต์ว่า “ลือ อาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้ผ่านด่านระหว่างตำบล-อำเภอ”
รายที่ 4 อยู่ในพื้นที่ เขตลาดพร้าว กทม. รายที่ 5 อยู่ในพื้นที่เขตหนองแขม กทม. รายที่ 6 อยู่ในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รายที่ 7 อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา รายที่ 8 อยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ทั้งหมดโพสต์ว่า “ลือหึ่ง! ศุลกากร ห้ามนำเข้าหน้ากากอนามัย และชุดป้องกันเชื้อโควิด-19”
รายที่ 9 อยู่ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี รายที่ 10 ผู้ใช้เฟซบุ๊ค นิตยา อยู่ในพื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ. สระบุรี โพสต์ว่า “พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มโทษ ออกนอกบ้านไม่ใส่หน้ากากอนามัย ปรับ 2,000 บาท”
รายที่ 11 อยู่ใน อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย โพสต์ว่า “เชียงของอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้” รายที่ 12 อยู่ใน อ.เมือง จ.ภูเก็ต โพสต์ว่า “ภูเก็ตหน้ากากขาดแคลนหนัก เจ้าหน้าที่ต้องซักแล้วเอามาใช้ใหม่”
รมว.ดีอีเอส กล่าวว่า สังเกตได้ว่าผู้กระทำผิดกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายได้ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ แม้บางเรื่องอาจจะล่าช้าบ้างเพราะมีขั้นตอนที่ต้องทำอย่างรอบคอบ แต่ก็จะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ นอกจากนี้ ยังขอเตือนไปยังผู้ที่จะโพสต์หรือแชร์ข่าวปลอมให้ระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ทำจะส่งผลเสียต่อส่วนรวม และผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในอัตราโทษสูง เช่น จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ





