ไม่อยากมี 'หนี้' ต้องทำอย่างไร

แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากมีหนี้สิน วิธีการง่ายๆ คือต้องมีวินัยในการใช้เงิน และเลิก 5 นิสัยของการใช้เงินโดยไม่ตั้งสติดังนี้

“ความมั่งคั่ง” เป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากมี การมีใช้ มีจ่าย มีเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉินต่างๆ เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวก สบาย ไม่ลำบาก ครอบครัวมีความสุข ซึ่งตรงกันข้าม สิ่งที่ทุกคนไม่อยากมีแน่ๆ ก็คือ “หนี้สิน” ไม่มีใครอยากมีหรอก ถูกไหมครับ แต่ถ้าหากไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นนั้น และจะได้มีความ มั่งคั่งอย่างที่หวังไว้ ก็ต้องลองสำรวจตัวเองกันดูก่อน ว่ามีนิสัยต่างๆ เหล่านี้หรือไม่ ถ้ามีต้องรีบเลิกให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น หากมีนิสัยเหล่านี้เยอะๆ จะต้องเผชิญกับ คำว่าหนี้ท่วมหัวอย่างแน่นอน

1.นิสัยแรก : คิดถึงเรื่อง “ค่าใช้จ่าย” เป็นเรื่องสุดท้าย

ในข้อนี้หมายความว่าอย่างไร หมายความว่า เราคิดจ่ายเงินเพื่อการอย่างอื่นก่อน ซึ่งตามปกติสิ่งที่ควรทำอับดับแรก ก็คือ ควรคิดถึงเรื่องการออมก่อนแล้วก็คิดเรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ตามมาเป็นลำดับที่สอง แต่หากเราไปคิดถึงเรื่อง การเดินห้าง การไปช้อปปิ้ง การกินอาหารอร่อยๆ ก่อน และเห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำเป็นอย่างแรก และเรื่องการจ่ายหนี้หรือเก็บออมเงิน กลายเป็นเรื่องเล็ก แบบนี้แล้วล่ะก็ พอใกล้ๆ วันที่ต้องจ่ายหนี้ก็ต้องมานั่งหาเงินจนหัวหมุน หัวปั่นเลยทีเดียว ดีไม่ดี อาจจะหาเงินมาจ่ายหนี้ไม่ทันด้วยซ้ำ ทำให้หนี้มันก็จะพอกพูนเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

โดยวิธีแก้ไขปัญหานี้ก็คือ เราจะต้องจัดลำดับการใช้จ่ายใหม่ให้ถูกต้อง โดยหลักการง่ายๆ เพื่อได้เงินมา แบ่งส่วนการเก็บเงินก่อน และกันเงินที่ต้องใช้จ่ายในการ ดำรงชีวิตก่อนอย่างอื่น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำที่เราสามารถประมาณหรือรู้อยู่แล้ว เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนรถ แล้วก็หนี้ค่าบัตรเครดิตชำระให้เสร็จสิ้นเสียก่อน และหากมีเงินเหลือ เราค่อยมาช้อปปิ้ง หรือทำอย่างอื่นตามใจเราได้ หรือเรียกได้ว่า ใช้สติก่อนซื้อและ ซื้อเท่าที่จำเป็นเท่านั้นครับ

สิ่งที่ทุกคน ไม่อยากมีแน่ๆ ก็คือ ‘หนี้สิน’ ไม่มีใคร อยากมีหรอก

2.นิสัยที่สอง : ไม่วางแผน “งบประมาณ” ในการใช้จ่าย

หลายคนที่ไม่วางแผนการใช้เงิน โดยไม่มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย หรือไม่จดรายการใช้จ่ายในการซื้อของ รวมถึงการกินอยู่ ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน จะทำให้คุณไม่รู้ว่าเงินแต่ละบาทที่เสียไปนั้นมีอะไรที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์บ้าง

ซึ่งวิธีแก้ไขคือ พยายามหาทางอุดรอยรั่วของกระเป๋าเงินคุณให้ได้ และบันทึกการใช้จ่าย หรืออาจทำโดยการแบ่งเงินใช้จ่ายในแต่ละอาทิตย์ หรือเริ่มแบ่งตั้งแต่ต้นเดือน แล้วพยายามใช้ให้พอ ซึ่งหากเริ่มทำทีละนิด แล้วคุณจะรู้ว่าสิ่งที่คุณทำนั้นไม่ยากเกินไป และจะทำให้คุณมีเงินเหลือเพื่อที่จะเก็บออมได้มากขึ้น

3.นิสัยที่สาม : ไม่เตรียมตัวสำหรับ “อนาคต”

หรือที่เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ไม่ได้มีการเตรียมรายจ่ายฉุกเฉินเอาไว้ ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่าน เคยได้ยินสำนวนที่กล่าวว่า “ความแน่นอน” คือ “ความไม่แน่นอน” ในแต่ละวันอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ เพราะฉะนั้นคุณควรมีเงินเตรียมไว้ โดยออมเงินในแต่ละเดือนกันไว้ เพราะการเตรียมตัวและเตรียมตั้งรับทุกอย่างจะทำให้คุณมั่นใจว่าจะมีเงินสำรองจ่ายได้อย่างไม่ต้องกังวล และไม่ต้องหัวหมุนทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น หรือรู้จักการซื้อประกันต่างๆ เพื่อเป็นการลดทอนความเสี่ยงลงได้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นก็ยังสามารถผ่าน เหตุการณ์นั้นไปได้ครับ

4.นิสัยที่สี่ : ซื้อของทุกอย่างด้วยบัตรเครดิต

หากคุณเป็นคนที่ไม่เคยคิดควักเงินสดออกจากกระเป๋าเลย โดยใช้จ่ายทุกสิ่งด้วยบัตรเครดิต โดยอาจจะอยากได้ส่วนลดหรือสะสมแต้มเพิ่มขึ้น อันนี้ผมขอเตือนเลย ครับว่าอันตรายมาก เพราะคุณจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าจ่ายไปเท่าไร และอาจจะเพลินกับการรูดบัตรเครดิต ในกรณีแบบนี้ผมอยากบอกว่า ท่านควรเปลี่ยนวิธีการจ่ายทุกอย่างด้วยเงินสด หรือถ้าจะใช้บัตรเครดิตจริงๆ ก็ควรกันเงินที่ใช้ในการรูดบัตรเครดิตเอาไว้ และเมื่อตอนที่ใบเรียกเก็บเงินออกมาตอนสิ้นเดือน ท่านจะต้องจ่ายเต็มจำนวนทุกครั้งเท่านั้นนะครับ เพราะหากท่านจ่ายแบบขั้นต่ำนอกจากเงินต้นแล้ว ดอกเบี้ยบัตรเครดิตก็ไม่น้อยเลย ซึ่งอาจจะทำให้ท่านมีปัญหา ไม่สามารถชำระได้และเป็นภาระไปอีกนานครับ อันนี้ผมขอเตือนจริงๆ ซึ่งท่านต้องใช้ความระมัดระวังให้มากๆ ครับ

5.นิสัยสุดท้าย : โอนหนี้บัตรเครดิตไปบัตรอื่น

ฟังดูแล้วอาจจะเป็นวิธีที่ดี แต่รู้ไหมว่า นั่นเป็นการเปิดโอกาสให้คุณสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว วงเงินที่ใช้ได้มากขึ้น ถ้าคุณไม่มีวินัยในการใช้จ่ายเงินหรือยับยั้งใจ ตัวเองไม่ได้ ผมขอแนะนำว่าอย่าดีกว่าครับ ให้พยายามจ่ายหนี้ก้อนนี้ให้มากขึ้น หางานพิเศษทำเพิ่มจะดีกว่า และพยายามจ่ายทุกอย่างเป็นเงินสด โดยใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น จะเป็นการดีที่สุดครับ

เช็คจากนิสัยเหล่านี้แล้วเป็นอย่างไรกันบ้างครับ มีข้อไหนบ้างไหมครับที่ตรงกับท่านผู้อ่านกันบ้าง ถ้าหากมีผมแนะนำให้ ท่านผู้อ่านรีบปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้เงิน นะครับ ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะมีหนี้ท่วมหัว โดยที่ไม่รู้ตัวก็เป็นได้ สุดท้ายนี้สิ่งสำคัญที่สุด คือการมีวินัยในการใช้เงิน ต้องใช้เงินให้คุ้มค่าที่สุด เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายในการที่จะหาเงินได้มากๆ ในยุคนี้ครับ