วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้ม"ตลาดหุ้นไทย"รายสัปดาห์ (20 ม.ค.63)

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย (20-24 ม.ค.): น่าจะยังฟื้นตัวต่อ

มุมมองตลาดหุ้นสัปดาห์นี้: เรายังมีมุมมองเชิงบวกกับดัชนี SET สัปดาห์นี้เนื่องจาก i) สัญญาณว่าเศรษฐกิจหลักของโลกอย่างสหรัฐและจีนแข็งแกร่ง โดยจีนเพิ่งรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า GDP ใน 4Q62 โต 6.0% YoY ตามคาด และสหรัฐฯ รายงานเครื่องชี้เศรษฐกิจเกือบทุกภาคส่วนออกมาแข็งแกร่ง ii) ความคืบหน้าของพรบ. งบประมาณ ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในวันนี้ แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่าในระยะสัน SET มีทางขึ้นจำกัด โดยหลังจากที่ตลาดฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ forward P/E ปี 2020 ของ KGI ในปัจจุบันอยู่ที่ 16.1x ในขณะที่เราคิดว่า P/E ปี 2020 ที่เหมาะสมตามแบบจำลองของเราอยู่ที่ 16.5x และปรับประมาณการกำไรก็น่าจะทรงตัวๆ ยังไม่มีสัญญาณการปรับเพิ่มผลประกอบการ ทั้งนี้เรายังไม่เห็นสัญญาณว่านักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนใน SET แม้ว่าภาวะการลงทุนโลกจะอยู่ในโหมด risk-on และแรงซื้อจากฝั่งในประเทศก็ดูเหมือนจะเป็นประเด็นหลักที่สนับสนุนตลาดหุ้นในระยะนี้

ธีมการลงทุน:

(เป็นบวกกับตลาด) – วุฒิสภาจะพิจารณาพรบ. งบประมาณปี 2563 ในวันนี้: จากท่าทีที่ชัดเจนของวุฒิสมาชิกที่จะให้การสนับสนุนรัฐบาล เราจึงมองว่าพรบ. งบประมาณปี 2563 น่าจะผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาได้อย่างง่ายดาย และจากนั้นก็จะทูลเกล้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ เราคิดว่าการผ่านพรบ. งบประมาณ และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการที่รัฐบาลจะเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อชดเชยช่วงที่ล่าช้าไปสองสามเดือนจะช่วยหนุนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นกลุ่มก่อสร้าง และ กลุ่มที่อาจจะได้อานิสงส์รองลงมาอย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรม

(ไม่กระทบกับตลาด) – มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายเรื่องในสัปดาห์นี้: ในวันอังคาร ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่ เรามองว่าคำตัดสินไม่น่าจะส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นมากนัก นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ พรรคฝ่ายค้านก็จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งเรามองว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบตามปกติของสภา และไม่น่าจะส่งผลกระทบกับเสถียภาพของรัฐบาล

(เป็นลบกับตลาดเล็กน้อย) – ข้อมูลการนำเข้าส่งออกที่อิงจากพิธีการศุลกากรช่วงกลางสัปดาห์: กระทรวงพาณิชย์จะประกาศตัวเลขการส่งออกนำเข้าเดือนธันวาคมประมาณวันพุธนี้ เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงโรงงาน และบางกลุ่มธุรกิจอย่างเช่นยานยนต์ก็อ่อนแอ ดังนั้น เราจึงคาดว่าการส่งออกน่าจะยังคงลดลง YoY ซึ่งแย่กว่าประมาณการเดิมของเรา แต่อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่เป็นบวกมากขึ้นของเศรษฐกิจโลก และการทำข้อตกลงทางการค้าทำให้เราเชื่อว่าผลกระทบจากตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนธันวาคม 2562 ไม่น่าจะมากนัก

หุ้นที่เราสนใจ:

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และหุ้นเทคโนโลยียังคงน่าสนใจ: เนื่องจาก พรบ. งบประมาณรัฐบาลปี 2563 จะเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญกับตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น ในขณะที่การทำข้อตกลงทางการค้าเฟสแรกก็เป็นปัจจัยที่สนับสนุนหุ้นที่เชื่อมโยงกับภาวะเศรษฐกิจโลก ดังนั้น เราจึงมองว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่างเช่น CK* STEC* HANA* และ KCE* จึงน่าจะเป็นที่สนใจของนักลงทุน นอกจากนี้ หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นซึ่งราคาหุ้นย่อลงมาในช่วงสองสามสัปดาห์นี้ก็ถือว่าน่าสนใจ โดยเราชอบหุ้นโรงกลั่นอย่าง ESSO* และ SPRC*