วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจโรงแรมอ่วม! จ่อถกมหาดไทย คุมเข้ม 'โฮมแชริ่ง'

สมาคมโรงแรมไทย จ่อหารือมหาดไทย ออกกฎคุมตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้น หรือ โฮมแชริ่ง จี้จดแจ้งประกอบการเหมือนโรงแรม หลังแห่ขายบนแพลตฟอร์ม“แอร์บีแอนด์บี” ชิงลูกค้าโรงแรม เผชิญโอเวอร์ซัพพลาย ขณะแอร์บีแอนด์บี เผยปี 61 ดันสร้างรายได้ 3.38 หมื่นล้านลงท้องถิ่น

ธุรกิจโรงแรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งแลนด์สเคปการแข่งขันที่เปลี่ยนไป ไม่ได้มีแค่โรงแรมและรีสอร์ททั่วไป แต่ยังมีตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้น (Short-Term Rental) เข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดต่อเนื่อง อาศัยการทำตลาดผ่านเจ้าของแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ต่างๆ เช่น แอร์บีแอนด์บี (Airbnb)ส่งผลให้พฤติกรรมของนักเดินทางเปลี่ยน

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ธุรกิจหลายเซ็กเตอร์ต้องเจอเหมือนๆ กัน อย่างปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเงินบาทแข็งค่า กระเทือนต่อการปั้นรายได้ของท่องเที่ยวไทยที่ปีนี้รัฐบาลตั้งเป้าหมายรายได้ตลาดต่างประเทศ 2.04 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39.8 ล้านคน ขณะที่ปี 2563 ตั้งเป้า2.22ล้านล้านบาท จากจำนวน41.8ล้านคน

นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า สมาคมฯได้ทำหนังสือขอเข้าหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับประเด็นแนวทางแก้ไขปัญหาของภาคธุรกิจโรงแรมในไทย สถานการณ์การแข่งขันจากทั้งซัพพลายที่พักและโรงแรมที่ขยายตัวมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน รวมถึงตลาดที่พักให้เช่าระยะสั้นที่มีการเสนอขายห้องพักผ่านแพลตฟอร์มจองห้องพักออนไลน์ต่างๆ อาทิ แอร์บีแอนด์บี (Airbnb)และอื่นๆ ซึ่งกำลังขยายตัว

“ยืนยันว่าสมาคมฯไม่ได้ต้องการให้ห้ามการขายที่พักให้เช่าระยะสั้นในไทย แต่อยากให้มีภาครัฐออกกฎระเบียบมาบังคับใช้เพิ่มเติมอย่างชัดเจน เช่น ให้ผู้ประกอบการที่พักให้เช่าระยะสั้นมาลงทะเบียนจดแจ้งกับหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยเพื่อขอใบอนุญาตประกอบการอย่างถูกต้อง ให้เหมือนกับกรณีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม ส่วนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ อยากให้ผู้ประกอบการที่พักให้เช่าระยะสั้นแจ้งเลขที่ใบอนุญาตด้วยเช่นกัน”

157530418425
นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ

จี้รัฐรวมตัวเลขที่พักในไทย

ทั้งนี้ สมาคมฯยังต้องการให้กระทรวงมหาดไทย รวบรวมตัวเลขจำนวนที่พักทุกรูปแบบในประเทศไทย ครอบคลุมโรงแรมที่จดทะเบียนถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย รวมถึงจำนวนที่พักให้เช่าระยะสั้นซึ่งกระจายไปในหลายๆ เมืองท่องเที่ยว เฉพาะกรุงเทพฯปัจจุบันมีมากกว่า2.1หมื่นแห่งแล้ว

นางสาวศุภวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับตลาดโรงแรมไทยปี2563มองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำธุรกิจ แม้แนวโน้มจะไม่ลดลงเมื่อเทียบกับปีนี้ แต่ก็ไม่ได้เติบโตมากนัก เพราะได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลกโดยตรง นักท่องเที่ยวต่างชาติระมัดระวังการใช้จ่าย เหมือนกับสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยปีนี้ที่เติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

  • คาดอัตราเข้าพักปี 63 ไม่เกิน 75% 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าโรงแรมทั่วประเทศไทยจะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยในปีหน้าไม่เกิน70-75%เพราะตลาดโรงแรมแข่งขันสูง จากปัจจัยห้องพักล้นตลาด (โอเวอร์ซัพพลาย) และยังต้องจับตาแนวโน้มการเข้าพักและท่องเที่ยวในไทย โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวหรือโลว์ซีซันว่าจะยังประคองตัวกันได้มากน้อยแค่ไหน

“ธุรกิจโรงแรมจึงต้องปรับตัวรับมือในทุกด้าน โดยเฉพาะการคุมต้นทุน ต้องรัดเข็มขัดให้แน่น เพราะเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันในปีหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากนี้ยังไม่แนะนำให้ลงทุนพัฒนาโรงแรมใหม่ เพราะมองว่าไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมนัก แต่หากผู้ประกอบการรายใดลงทุนพัฒนาโรงแรมไปแล้ว ก็จำเป็นต้องเดินหน้าต่อ พร้อมบริหารหนี้ให้ดีและระมัดระวังมากที่สุด เนื่องจากรายได้ที่เข้ามาในสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอการเติบโตแบบนี้ ส่วนหนึ่งต้องนำไปแบ่งจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย”

  • “บาทแข็ง”ฉุดรายได้โรงแรม 

ส่วนประเด็นค่าเงินบาท ธุรกิจโรงแรมก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างจากธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ จึงไม่อยากเห็นเงินบาทแข็งค่าไปมากกว่านี้ เพราะทำให้ราคาห้องพักและสินค้าท่องเที่ยวไทยแพงในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นผลให้โรงแรมต่างๆ ต้องแข่งขันแย่งลูกค้ากันรุนแรงขึ้น เพื่อรักษาอัตราเข้าพักไม่ให้ต่ำไปกว่าเดิม ผ่านกลยุทธ์ลดราคาห้องพัก ซึ่งปัจจุบันก็ลดราคากันอย่างเต็มที่แล้ว โดยมองว่าธุรกิจโรงแรมอาจต้องปรับไปใช้โปรโมชั่นรูปแบบอื่นเพิ่มเติมและแข่งกันด้านการให้บริการ เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้า

  • "แอร์บีแอนด์บี"ชี้ดัน3หมื่นล.สู่ท้องถิ่น

ก่อนหน้านี้ นางมิช โกห์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอร์บีแอนด์บี (Airbnb)กล่าวว่า จากการประชุมร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลในหลายภาคส่วนและผู้ประกอบการในธุรกิจต่างๆ ได้นำเสนอแนวทางปฏิบัติในการกำกับดูแลการเช่าที่พักระยะสั้นในไทย

ได้แก่ 1.การลงทะเบียนที่พักให้เช่าด้วยระบบออนไลน์ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ 2.การออกกฎระเบียบที่มีความแตกต่างกันตามลักษณะประเภทของที่พักให้เช่าระยะสั้น

3.การสร้างกฎระเบียบครอบคลุมและสามารถเข้าถึงได้ทั้งอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้กำหนดนโยบายและผู้ที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อออกกฎระเบียบที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด และ 4.การมีบทลงโทษที่เป็นธรรม สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

นอกจากนี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แอร์บีแอนด์บีได้เปิดเผยผลสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจระบุว่า เจ้าของที่พักและผู้เข้าพักแอร์บีแอนด์บีในไทยได้สร้างรายได้มากกว่า 3.38 หมื่นล้านบาทสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นในปี 2561