วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศูนย์ประสานงานลูกหนี้ฯ ฟ้อง 'อธิบดี-จนท.ดีเอสไอ' ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ

ศูนย์ประสานลูกหนี้แห่งชาติยื่นฟ้อง “อธิบดี-จนท.ดีเอสไอ” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบดอง 6 คดีฟอกเงินปี 59 ลุ้นศาลสั่งรับคดีไต่-ไม่ไต่มูลฟ้อง 18 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.61 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เมื่อเวลา 13.50 น. น.ส.กัลยาณี รุทระกาญจน์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญมี จีระเรืองรัตนา ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายศูนย์ฯ ผู้รับมอบอำนาจผู้เสียหาย รวม 12 ราย เดินทางมา ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ รวม 18 ราย เป็นจำเลยที่ 1-18 ในความผิดฐานสมคบร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต , สมคบกันเกินกว่า 5 คนในลักษณะเป็นซ่องโจรและเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมในกระบวนการฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 200 วรรคหนึ่ง , 209 , 210 , พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (10) , 11 และ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1)

โดยคำฟ้องระบุถึงพฤติการณ์สรุปว่า กลุ่มผู้เสียหายทั้ง 12 ราย ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำผิด ตาม พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยอธิบดี ดีเอสไอได้รับคำร้องทุกข์ไว้เมื่อวันที่ 9 ก.พ.59 จำนวน 6 คดี แต่ดีเอสไอไม่ดำเนินการ สืบสวนสอบสวน กลับใช้วิธี ตรวจสอบข้อเท็จจริง แทน ซึ่งเป็นการบิดเบือนอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และเป็นการขัดขวางไม่ให้ผู้ร้องทุกข์เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา อีกทั้งเป็นการตัดตอนไม่ให้มีการดำเนินคดีกับขบวนการฟอกเงิน ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นสวรรค์ของการฟอกเงินและเปิดทางให้มีการปล้นโฉนดจากคนไทย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ ศาลได้นัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องในวันที่ 18 ก.ย.นี้ เวลา 09.00 น. ว่าจะรับคดีไว้ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์หรือไม่ต่อไป
ขณะที่ พ.ต.ท.บุญมี ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายศูนย์ประสานงานลูกหนี้ฯ กล่าวว่า เราฟ้องคดี ก็เนื่องจากมีการรับคำร้องทุกข์ไว้กว่า 2 ปีแล้วไม่ทำการสอบสวน ดำเนินการโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นอันตราย อาชญากรก็ลอยนวล คดีฟอกเงินมีความซับซ้อนมาก ทางพนักงานสอบสวนให้คำตอบผิดปกติว่ายุติ ทั้งที่ประเด็นต้องสอบสวนมีอยู่

การที่ผู้ร้องทุกข์ มาร้องแล้วบอกไม่พบความผิดอาญา ผู้ร้องทุกข์อาจกลายเป็นโดนแจ้งความเท็จได้ จึงเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องมายื่นฟ้องให้รู้ว่าจริงหรือเท็จ เพื่อให้อธิบดีดีเอสไอ กับเจ้าหน้าที่มาพิสูจน์และนำหลักฐานมาดูกัน