วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปง.ยึดทรัพย์100ล้าน แชร์โอดีแคปปิตอล แฉพฤติกรรมแสบ

เลขาธิการ ปปง. แถลงอายัดทรัพย์กว่า 100 ล้าน แม่ทีมและเครือข่ายแชร์ "โอดี แคปปิตอล" เผยพฤติกรรมแสบ หลอกระดมทุนค้าเงินตรา อ้างกำลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ เตือนภัยปชช.อย่าหลงเชื่อคนง่าย อาจตกเหยื่อต้มตุ๋นโดยไม่รู้ต้ว

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 61 พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 13/2561 ว่า คณะกรรมการมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สิน บริษัท โอดี แคปปิตอล จำกัด กับพวก มูลค่ากว่า 100 ล้านบาทตามความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์ชักชวนให้ประชาชนร่วมลงทุนทำธุรกิจเก็งกำไร เช่น ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ร้านค้า และจิวเวลรี่ โดยมีการจัดทำและเสนอแผนการลงทุน ชักชวนประชาชนมาเป็นสมาชิก อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกที่ร่วมลงทุนในอัตราร้อยละ 5 – 10 ต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าปกติทั่วไป นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาตามสถานที่ต่างๆ เพื่อโฆษณาเชิญชวน สร้างความเชื่อมั่นและน่าสนใจ โดยอ้างว่าบริษัทกำลังเข้าตลาดหุ้นที่ต่างประเทศ ทำให้มีผู้สนใจร่วมลงทุนจำนวนมาก ผ่านทางแม่ทีมและเครือข่าย

เลขาธิการ ปปง. ระบุด้วยว่า ต่อมาพบว่า บ.โอดี แคปปิตอล ไม่ได้จ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกตามที่อ้าง และสมาชิกไม่สามารถถอนเป็นเงินที่ลงทุนไปออกมาได้ ทำให้ได้รับความเสียหาย และจากการตรวจสอบยังพบว่าบริษัทแห่งนี้ทำธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาตอีกด้วย. โดยมีผู้เสียหายมาร้องเรียนต่อสำนักงาน ปปง. จำนวน 23 ราย รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 6 ล้านบาท บางรายมีหนี้สินจากการกู้หนี้ยืมไปลงทุน ดังนั้นจึงขอให้ผู้เสียหายเข้ามาพบเจ้าพนักงานเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งคืนทรัพย์สินมาชำระคืนความเสียหายที่ถูกกลุ่มคนร้ายฉ้อโกงไป

“ขอเตือนไปยังผู้กระทำผิดกฎหมายที่คิดว่าสามารถหลบหลีกโดยการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปให้บุคคลที่ 3 ทำให้ไม่สามารถเอาผิดได้นั้น เป็นความเข้าใจที่ผิด กรณีของโอดีแคแปิตอลซึ่งได้โอนทรัพย์สินต่อไปให้กับแม่ข่ายระดับสูงกว่า แล้วอ้างว่าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการกระทำความผิด แต่ปปง. สามารถตรวจสอบเส้นทางทางการเงินหรือพยานหลักฐาน จนพบว่ามีการจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ขอฝากเตือนไปยังประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลใดก็ตามที่ชักชวนไปลงทุนที่ผิดกฎหมายแม้แต่บุคคลใกล้ชิด พ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง มิเช่นนั้นจะตกเป็นเหยื่อ เนื่องจากญาติพี่น้องของท่านอาจหลงกลมิจฉาชีพ และเชื่อว่าจะได้รับผลประโยชน์ที่สูง จึงพยายามหาเงินไปลงทุนเพิ่ม “เลขาธิการปปง.ระบุ