


มทส.ขึ้นอันดับ 4 มหาวิทยาลัยไทย จากการจัดอันดับ ม.ชั้นนำของเอเชีย โดย Times Higher Education(THE) ประเทศอังกฤษ
วันนี้(8 ก.พ. 61)Times Higher Education(THE) ประเทศอังกฤษ เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับเอเชีย ประจำปี ค.ศ.2018(Times Higher Education Asia University Rankings 2018) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่7กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยในปีนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ติดอันดับที่168มหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย ก้าวกระโดดขึ้นอยู่ในกลุ่มท็อป4มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย แสดงถึงศักยภาพที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ย้ำภาพความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยที่พร้อมมุ่ง“Global Vision:Local Missions”สร้างสรรค์ความรู้ คู่เคียงสังคม มุ่งสู่มาตรฐานสากล
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) เปิดเผยว่า จากการประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับเอเชีย ประจำปี2018หรือTimes Higher Education Asia University Rankings 2018โดยTimes Higher EducationหรือTHEสถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดังจากประเทศอังกฤษ ซึ่งมีการจัดอันดับดังกล่าวเป็นปีที่14ติดต่อกัน ล่าสุดได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับเอเชีย เมื่อวันที่7กุมภาพันธ์2561โดยจัดอันดับเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 300 อันดับ เป็น 350 อันดับ และมีมหาวิทยาลัยจาก 25 ประเทศทั่วเอเชียได้รับการจัดอันดับ ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับ1ของเอเชีย ยังคงเป็นของNational University of Singaporeประเทศสิงคโปร์ สำหรับมหาวิทยาลัยของไทยมีมหาวิทยาลัยไทยเพียง10แห่งที่ติดอันดับในครั้งนี้ โดยมีลำดับตามการคูณค่าคะแนนถ่วงน้ำหนัก ได้แก่
1.มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับที่ 97
2.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อันดับที่ 114
3.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับที่ 164
4.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อันดับที่168
5.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับที่201-250
6.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อันดับที่201-250
7.มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับที่251-300
8.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับที่251-300
9.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับที่251-300
10.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อันดับที่ 301-350
ผลการจัดอันดับในครั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดีและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง โดยอันดับขยับขึ้นเป็นอันดับ4มหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย จากเดิมอยู่ในอันดับ 6 เมื่อปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า มทส. มีศักยภาพความเข้มแข็งทางด้านวิชาการในระดับสากล มีความสำเร็จที่ไม่เคยหยุดนิ่ง มีพัฒนาการที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 28 ปี แห่งการก่อตั้งมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังแสดงถึงความสำเร็จในการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของไทย ที่ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาในศตวรรษที่21 ในก้าวต่อไป มหาวิทยาลัยยังคงต้องมีการ “รุก รับ ปรับตัว” สู่Thailand4.0 มุ่งสู่“มทส. 4.0 มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม”ที่พร้อมก้าวต่อไปเพื่อ“Global Vision:Local Missions” สร้างสรรค์ความรู้คู่เคียงสังคม มุ่งสู่มาตรฐานสากล เป็นแหล่งสร้างคนสร้างนวัตกรรม ผลิตบัณฑิตพร้อมทำงาน ที่มีความรู้ในวิชาชีพตรงตามความต้องการตลาดแรงงาน และสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อเป็นที่พึ่งของสังคมต่อไป
สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชียแตกต่างจากเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกเล็กน้อย ในส่วนของน้ำหนักตัวชี้วัดหลักและตัวชี้วัดย่อยด้านการสอน การวิจัย และรายได้จากภาคอุตสาหกรรม โดยประกอบด้วย 5 ตัวชี้วัดหลักและ 13 ตัวชี้วัดย่อย พร้อมน้ำหนักในการคำนวณ โดยเป็นเกณฑ์เดียวกันกับการจัดอันดับในปี 2017 คือ การสอน (สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้) มีน้ำหนัก 25% การวิจัย (ปริมาณ รายได้ และชื่อเสียง) มีน้ำหนัก 30% การอ้างอิง (อิทธิพลของการวิจัย) มีน้ำหนัก 30% ความเป็นนานาชาติ (บุคลากร นักศึกษา การวิจัย) มีน้ำหนัก 7.5% รายได้จากภาคอุตสาหกรรม (การถ่ายโอนความรู้) มีน้ำหนัก 7.5% ซึ่งจากการนำข้อมูลของคะแนนที่ได้ตามตัวชี้วัดของมหาวิทยาลัยไทยตามTimes Higher Education Asia University Rankings2018มาเปรียบเทียบ มทส. ได้รับคะแนนสูงขึ้นใน 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ การสอน (สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้) การอ้างอิง (ปริมาณ รายได้ และชื่อเสียง) รายได้จากภาคอุตสาหกรรม (การถ่ายโอนความรู้) และความเป็นนานาชาติ (บุคลากร นักศึกษา การวิจัย) ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยที่ได้มาตรฐานสากล และศักยภาพของคณาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยในการผลิตผลงานวิจัยคุณภาพสูง และการปรับแปลงถ่ายทอดเทคโนโลยีและการบริการวิชาการสู่ชุมชนของมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดี




